บทความ

เคลมได้ไหม ? ถ้ารถเสียหายจาก MOB “เหวง”


เหตุการณ์การ “เหวง” ของการเมืองไทย จนก่อให้เกิดเหตุจลาจล กระทั่งการเผาเมือง ทั้งศูนย์การค้า ธนาคาร อาคารของเอกชน และราชการ ส่งผลถึงคำถามที่ตามมามากมายจากผู้ใช้รถ ที่ได้รับ และไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว เกี่ยวกับขอบข่ายความคุ้มครองของประกันภัยที่ตนทำไว้

การใช้รถในเมืองใหญ่ มักมีความเสี่ยงจากอันตรายต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะอุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนน คนส่วนใหญ่จึงเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์เพื่อความอุ่นใจ และสบายใจจากความเสี่ยงต่างๆ

เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่สงบในบ้านเมืองเราขึ้นมา คำถามที่ตามมามีมาก ว่า

ถ้าเผอิญรถยนต์ของเราโดนลูกหลงจากMOBเข้าให้ บริษัทประกันภัยที่เราทำประกันภัยไว้จะยังคงคุ้มครองรถยนต์ของเราหรือเปล่า ?

ต่อไปนี้คือคำตอบ

3 ชั้นประกัน ฯ รถยนต์

ก่อนอื่นขออธิบายถึงประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจก่อน ซึ่งมีหลายประเภท (ที่เรามักเรียกกันเป็นชั้นๆ) เงื่อนไขการคุ้มครองก็แตกต่างกัน สรุปแบบง่ายๆ ได้อย่างนี้

กรมธรรม์ประเภท 1 ให้ความคุ้มครองมากที่สุด คือ
– รับผิดชอบต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก รวมผู้โดยสารในรถยนต์คันเอาประกันภัย
– รับผิดชอบต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
– รับผิดชอบต่อความเสียหายตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย
– รับผิดชอบต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย

กรมธรรม์ประเภท 2 ให้ความคุ้มครองรองลงมาจากกรมธรรม์ประเภท 1
– รับผิดชอบต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก รวมผู้โดยสารในรถยนต์คันเอาประกันภัย
– รับผิดชอบต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
– รับผิดชอบต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย

กรมธรรม์ประเภท 3 ให้ความคุ้มครองเฉพาะบุคคลภายนอก
– รับผิดชอบต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก รวมผู้โดยสารในรถยนต์คันเอาประกันภัย
– รับผิดชอบต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

โดยกรมธรรม์ประกันภัย ประเภท 1, 2 และ 3 แต่ละประเภท ยังมีให้เลือกได้ ทั้งระบุ กับไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ ซึ่งหากไม่ระบุจะจ่ายค่าเบี้ยประกันมากกว่าราว 25 % และประเภท 2 และ 3 อาจมีแบบ “พลัส” ซึ่งจะให้ความคุ้มครองมากขึ้นไปอีกตามแต่ละกลเม็ดของแต่ละบริษัท ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นประเด็นสามารถซ่อมรถผู้เอาประกันภัยด้วย

 

กรณีไหนที่ไม่คุ้มครอง ?

ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ “911” เกิดขึ้นบริษัทประกันภัยก็เริ่มตื่นตัว ระดมสมองลงมติเพิ่มข้อยกเว้นในการไม่คุ้มครอง (ซึ่งมักระบุอยู่ในกรมธรรม์แล้ว) ดังต่อไปนี้

1. สงคราม การรุกราน การกระทำของชาติศัตรู การสู้รบ หรือการปฏิบัติการที่มีลักษณะเป็นการทำสงคราม (จะได้ประกาศสงครามหรือไม่ก็ตาม) เช่น รัฐบาลประกาศเคอร์ฟิวส์ แล้วผู้เอาประกันยังนำรถออกไปวิ่งบนท้องถนนจนเกิดอุบัติเหตุ กรณีนี้บริษัทประกันภัยไม่รับผิดชอบแน่ๆ

2. สงครามกลางเมือง การแข็งข้อของทหาร การกบฏ การปฏิวัติ การต่อต้านรัฐบาล การยึดอำนาจ การปกครองโดยกำลังทหาร หรือโดยประกาศอื่น ประชาชนก่อความวุ่นวายถึงขนาดหรือเท่ากับการลุกฮือต่อต้านรัฐบาล

3. วัตถุอาวุธปรมาณู เช่น รถยนต์ของเรา เกิดถูกอาวุธปรมาณู จนทำให้เกิดความเสียหาย ประกันภัยไม่คุ้มครอง

4. การแตกตัวของประจุ การแผ่รังสี การกระทบกับกัมมันตภาพรังสีเชื้อเพลิงปรมาณูอันเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงปรมาณู ซึ่งดำเนินต่อไปด้วยตัวมันเอง เช่น รถเราจอดอยู่ใกล้กับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ แล้วเกิดการรั่วไหลออกมาติดไฟลุกไหม้รถของเรา บริษัทประกันภัยไม่คุ้มครอง

5. ความเสียหายที่ถูกยักยอก ฉ้อโกง กรรโชก ลักทรัพย์ รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือ ปล้นทรัพย์ เช่น กรณีจริง รถทะเบียนเชียงใหม่ซึ่งมีระเบิดเต็มคันโดยตำรวจพบอยู่แถวรามคำแหง สืบได้ว่าถูกปล้นมาจากเชียงใหม่ กรณีนี้เกิดความเสียหาย ประกัน ฯ ไม่รับเคลม

6. การใช้นอกประเทศไทย ยกตัวอย่าง เช่น นำรถเข้าไปวิ่งในประเทศเพื่อนบ้าน แล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น บริษัทประกันภัยจะไม่คุ้มครอง ในกรณีนี้ แนะนำให้ซื้อประกันภัยก่อนข้ามไปวิ่งในประเทศเพื่อนบ้านทุกครั้ง

7. การใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย เช่น ใช้รถไปในการปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือใช้ขนยาเสพติด บริษัทประกันภัยไม่คุ้มครอง

8. การใช้รถในการแข่งขันความเร็ว เช่น การใช้รถในสนามแข่งรถต่างๆ แล้วรถเกิดเสียหลักจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย

อย่างไรก็ตาม การปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและรัฐบาลในการขอคืนพื้นที่ส่งผลให้รถยนต์ของชาวบ้านแถวนั้น ได้รับความเสีย และรัฐบาลประกาศ พรก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกล่าวชัดเจนว่า นปช. คือผู้ก่อการร้าย หากรถดังกล่าวได้ทำประกันประเภท 1 ไว้ บริษัทประกันภัยสามารถปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมแก่ผู้เอาประกันได้ เนื่องจากเข้าข่ายข้อยกเว้นในกรมธรรม์ ข้อ 2 ที่ระบุว่า “การต่อต้านรัฐบาล ประชาชน ก่อความวุ่นวายถึงขนาดหรือเท่ากับการลุกฮือต่อต้านรัฐบาล”

ถ้าผู้เอาประกันอยากทำประกันภัย ที่ให้ความคุ้มครองในกรณีดังกล่าว ต้องจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มกว่าเท่าตัว และจะต้องได้รับการพิจารณาจากบริษัทประกันภัยก่อนทั้งนี้ ต้องมีหน้าที่การงานที่จำเป็นจริงๆ เช่น อาชีพตำรวจ ทหาร นักข่าว เป็นต้น ฉะนั้นหลายครั้งจะต้องมีการพิจารณาเป็นรายกรณีไป

 

ประโยชน์ของ คปภ.

คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. พิจารณาบังคับปรับเพิ่มความคุ้มครองกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือ พรบ. กรณีเสียชีวิตจากเดิมให้ความคุ้มครองสูงสุดรายละ 100,000 เป็นรายละ 200,000 บาท แล้ว

นอกจากจะมีการเพิ่มความคุ้มครอง พรบ. จาก 100,000 เป็น 200,000 บาทแล้ว ยังได้เพิ่มค่าชดเชยรายวันให้แก่ผู้ประสบภัยจากรถที่ต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลอีกวันละ 200 บาท ต่อการเกิดอุบัติเหตุ 1 ครั้ง (รวมกันแล้วไม่เกิน 20 วัน) และขยายวงเงินค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นจาก 15,000 เป็น 50,000 บาท

เมื่อประชาชนเกิดอุบัติเหตุ บริษัทประกันภัยต้องจ่ายเงินทดแทนค่าสินไหมตามกฎหมาย โดยจะต้องไม่มีข้ออ้าง หลังจากนั้นค่อยมาดำเนินการหักล้าง ซึ่งบริษัทประกันภัยจะชดเชยกรณีเกิดอุบัติเหตุภายใน 7 วัน จากเดิมที่ต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน

หากผู้ประสบภัยรายใดไม่ได้รับค่าเสียหายเบื้องตันภายใน 7 วัน ให้ไปยื่นเรื่องขอรับค่าเสียหายดังกล่าวได้จากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย สำนักงาน คปภ. ทั่วประเทศ หรือที่ สายด่วน คปภ.1186



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2553
คอลัมน์ : เกาะกระแส
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/7NN8U

บทความที่เกี่ยวข้อง

รถแต่งทเรนด์ใหม่ โดนใจ วัยจี๊ด !
JUMPSTART POWERBANK
ไฟวิ่ง พลังเสียง
เครื่องเตือนกล้องจับความเร็ว
อัพเดทล่าสุด
21 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th