บทความ

ค่างแว่น ถิ่นแดนใต้ ล้วงชีวิตพลอารักขา บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์


การมาเยือนถิ่นแดนใต้ของผมไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องการปีนหน้าผา ณ อ่าวไร่เลย์ จ. กระบี่ ที่ได้เสนอไปในฉบับที่ผ่านมา เพราะระหว่างทางย้อนมากรุงเทพ ฯ ยังมี “ค่างแว่น” สัตว์ป่าคุ้มครอง วานรอีกหนึ่งสายพันธุ์ซึ่งมีความเกี่ยวข้อง และมีสายสัมพันธ์อันยาวนานกับบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งถ้ำเขาพลู อ. ปะทิว จ. ชุมพร

ระหว่างการเดินทางกลับจากกระบี่ พอนึกขึ้นมาได้ว่า รุ่นพี่เจ้าของคอลัมน์คนก่อน นาม ”ขุนเดช” นักเขียนในตำนาน ได้หลบแสงสีและความวุ่นวายในเมืองหลวง ผันตัวเองเข้าสู่การทำอาชีพเกษตรกรรมกลายมาเป็นชาวสวนยางในเขต อ. สวี จ. ชุมพร อดีตนักเขียนที่สั่งสมประสบการณ์ของนักเดินทางไว้เต็มเมโมรี คงต้องมีแหล่งท่องเที่ยว หรือเรื่องราวใหม่ๆ แน่นอน

ระยะทางราวๆ 400 กม. จากกระบี่-ชุมพร กับเวลาประมาณ 5 ชม. บนเบาะนั่งแสนสบายของ นิสสัน นาวารา ดับเบิลแคบ ที่รับหน้าที่เป็นพาหนะของผมในทริพนี้ ช่วยทำให้นักเดินทางอย่างผมผ่อนคลายความเมื่อยล้าไปได้เยอะทีเดียว ซ้ำยังเป็นเกียร์อัตโนมัติแบบ 5 จังหวะ จึงทำให้ขาข้างซ้ายที่เคยใช้เหยียบคลัทช์ ไม่ได้ใช้งานอะไรเลย ต้องขอขอบคุณ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่อนุเคราะห์พาหนะไว้ใช้เดินทางถ่ายทำในครั้งนี้

 

“ค่างแว่น” แห่งเขาพลู

มิตรภาพเดิมๆ ที่ห่างหายมานานจากสหายเก่าก็หวนกลับมาอีกครั้ง แต่ได้พลิกบทบาทใหม่ในรูปแบบของนักเกษตรกรรม ซึ่งดูจากพื้นที่และผลผลิตของเขานั้น อีกไม่นานผมคงได้มีเพื่อนเป็น ”นายหัว” ณ ถิ่นแดนใต้แน่ๆ ผมใช้เวลาในการสนทนาอยู่พอสมควร ประเด็นของการมาทำสารคดีในครั้งนี้อยู่ที่การทำประมงชายฝั่งขนาดเล็กของชาวบ้านริมชายหาด แต่ด้วยเหตุจากธรรมชาติไม่เป็นใจ มรสุมจากอ่าวไทยได้พัดเข้าฝั่งทาง อ. ปะทิว จ. ชุมพร พอดีกับเวลาที่ผมได้เดินทางไปถึง ประเด็นจึงได้เปลี่ยนไปทิศทางของเรื่องนี้ก็หันมาให้ความสนใจกับสัตว์ป่า ซึ่งมีนามว่า ”ค่างแว่น” ที่อาศัยอยู่บริเวณเขาพลู ไม่ห่างจากหมู่บ้านชาวเลของ อ. ปะทิว เท่าไรนัก

เขาพลูอยู่ไม่ห่างจากหมู่บ้านชาวประมง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที ไปทางสนามบิน จ. ชุมพรก็จะถึงที่อยู่ของพวกมัน ด้วยความสมบูรณ์ของ ”เขาพลู” ที่มีรูปแบบเป็นเขาหินปูน จึงกลายเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ของพวกมันไปโดยปริยาย ระหว่างทางจะมีป้ายเตือนให้ระวังค่างแว่น ซึ่งอาจเป็นเพราะความหนาแน่นของจำนวนค่างแว่นที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ก็เป็นได้ นอกจากจะมีป้ายเตือน ทางการ ฯ ยังจัดตั้งให้มีจุดชมค่างแว่น อยู่ข้างทางอีกด้วย แต่รอสักพักใหญ่ก็ไม่เห็นตัวของมัน ชาวบ้านในละแวกนั้นบอกว่า ถ้าอยากเห็นตัวเป็นๆ ของมันก็ลองไปดูที่วัดถ้ำเขาพลู ที่อยู่เลยจุดชมค่างแว่นไปอีกประมาณ 2 กม.ที่มีจำนวนมากเพราะมักมีผู้ใจบุญนำอาหารมาให้พวกมันบ่อยๆ มันจึงได้ไปรวมตัวกันอยู่ที่นั่น แล้วก็เป็นไปตามคำบอกเล่าของชาวบ้าน ค่างแว่นหลายฝูงได้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่จริงๆ

 

“ค่างแว่น” สัตว์ป่าที่น่ารักษ์

ก่อนอื่นอยากจะแนะนำให้รู้จักพวกมันก่อน ว่าอาหารการกิน ถิ่นอาศัย และลักษณะสายพันธุ์ นั้นมีความเป็นมาอย่างไร

 

ค่างแว่น (DUSKY LANGUR หรือ SPECTACLED LANGUR)

ลักษณะโดยรวม

สีโดยทั่วไปจะเปลี่ยนแปลงได้มาก และมีถึง 4 ชนิด แต่ละชนิดมีสีแก่อ่อนไม่เหมือนกัน โดยทั่วไปสีตามตัวจะเป็นสีเทา มือและเท้าเป็นสีดำ ใบหน้าสีเทาเข้มหรือเทาดำ ขนตรงกลางหัวมีสีอ่อนกว่าส่วนอื่น ซึ่งดูคล้ายเป็นสีเงิน ริมฝีปากทั้งบนและล่างด่าง มีวงขาวรอบตา แต่บางตัววงขาวอาจไม่รอบตาก็ได้ ลำตัวมีสีเทาไปจนถึงสีน้ำตาลหรือดำ ขาหลังและหางมีสีเทา จะมีขนาดลำตัวยาว 45-57 ซม. หางยาว 66-78 ซม. มีน้ำหนัก 6-9 กก. ลูกค่างแว่นเกิดใหม่มีสีเหลืองส้มสดใส สีนี้จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเทาเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน ช่วงฤดูผสมพันธุ์ตัวโตเต็มวัยจะมีขนสีเข้มขึ้นสวยมากกว่าช่วงเวลาอื่นๆ

 

พฤติกรรมการดำรงอยู่

โดยทั่วไปจะอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ สมาชิกจะมีประมาณ 4-30 ตัว สามารถอาศัยอยู่ได้ในป่าหลายประเภท ตั้งแต่เทือกเขาสูงไปจนถึงชายป่าที่ติดริมทะเล มักเข้าไปอาศัยในป่าที่มีต้นไม้สูง กินอาหารมาก ถึงวันละ 2 กก. เป็นสัตว์ที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับมนุษย์มากนัก มักขี้อายและจะหลบหนีเมื่อพบกับมนุษย์ ในขณะที่การออกหากินจะไปเป็นฝูง และจะมีอยู่ตัวหนึ่งที่ทำหน้าที่เฝ้าคอยระวังภัย โดยนั่งดูเหตุการณ์บนต้นไม้เงียบๆ ค่างแว่นถิ่นใต้จะใช้เวลาตั้งท้องประมาณ 140-150 วัน และจะให้กำเนิดลูกน้อยประมาณเดือน มค.-มีค.

 

อาหารการกิน และถิ่นอาศัย

พวกมันหากินตอนเวลากลางวัน อาศัยอยู่บนต้นไม้ บางครั้งอาจลงมาเล่นบนพื้นดิน กินใบไม้อ่อนเป็นอาหารหลัก บางครั้งกินผลไม้และเมล็ดพืชเป็นอาหาร พบได้ในป่าดงดิบชื้น ป่าเขาหินปูน และป่าชายเลน ตั้งแต่จังหวัดเพชรบุรีลงไป

 

วัดถ้ำเขาพลู สถานที่ชุบเลี้ยงค่างแว่น

หลวงพี่กมล พระผู้ทำหน้าที่ดูแลค่างแว่นได้กล่าวว่า “ในสมัยอดีตก่อนที่จะจัดตั้งวัดแห่งนี้ขึ้นมา ก็มีถ้ำต่างๆ และฝูงค่างแว่น อาศัยอยู่อย่างหนาแน่นทั่วพื้นที่ แต่ในทุกวันนี้พวกมันมีเหลืออยู่บางตาลง กะดูด้วยสายตาไม่น่าต่ำกว่า 8 ฝูง ซึ่งเฉลี่ยแล้ว 1 ฝูง จะมีตั้งแต่ 10-20 ตัว และจะมีตัวผู้ที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าเพียง 1 ตัว ที่เหลือจะเป็นตัวเมียที่คอยเลี้ยงลูกๆ หากตัวไหนอยากขึ้นมาครองตำแหน่งจ่าฝูงก็ต้องสู้รบกันให้ตายไปข้างหนึ่ง และผู้แพ้ก็จะถูกขับไล่ออกจากกลุ่ม เนื่องจากมีความอ่อนแอ

ค่างแว่นที่อาศัยอยู่รอบๆ บริเวณวัดจะชอบกินผลปาล์มเพียงอย่างเดียว เนื่องจากหากินได้ง่ายทั่วพื้นที่ที่พวกมันเลือกกินอย่างเดียวก็เพราะในอดีต มนุษย์ได้ทำร้ายพวกมันไว้เยอะ ไม่ว่าจะเป็นใส่ยา หรือจับมาทุบตีจนตาย จากเหตุที่พวกมันชอบไปบุกรุกที่ทำกินของชาวบ้าน จนทำให้ผลิตผลทางการเกษตรเสียหาย

เมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อค่างแว่นลงมาจากภูเขาเพื่อหาอาหารกินตามไร่สวนของชาวบ้าน แต่โดนไฟดูดตาย เพราะสายไฟฟ้าแรงสูงไม่ได้หุ้มฉนวนเอาไว้ เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้พวกมันเสียชีวิตไปกว่า 60 ตัว และบาดเจ็บสาหัสอีกหลาย 10 ตัว ค่างแว่นที่บาดเจ็บสาหัสก็จะถูกนำไปไว้ที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าวัดเขาลูกช้าง อ. ท่ายาง จ. เพชรบุรี จนถึงปัจจุบันพวกมันที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนั้นคงได้อยู่ในบ้านใหม่ไปแล้ว ไม่อย่างนั้นจำนวนของพวกมันคงมีให้เห็นเยอะกว่านี้”

หลวงพี่กมล กล่าวอีกว่า ”สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมชม ให้ระวังเมื่อพวกมันจ้องตาและทำปากขมุบขมิบ ให้ถอยห่างๆ เพราะนั่นคือ สัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจ หากไม่หนี พวกมันอาจจะทำร้ายจนเลือดตกยางออกก็เป็นได้ เพราะสัตว์ป่ายังไงมันก็คือ สัตว์ป่า สัญชาตญาณรับรู้มันไวกว่ามนุษย์ หากว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล พวกมันก็พร้อมที่จะปกป้องตัวเองให้พ้นจากอันตราย”

 

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ กับ “ค่างแว่น” พลอารักขา

ภายในบริเวณวัดถ้ำเขาพลู จะมีถ้ำหินย้อย ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ลักษณะเป็นบ่อน้ำที่มีน้ำไหลหยดลงมาจากหินย้อยตลอดทั้งปี น้ำจากที่นี่เป็นน้ำแหล่งหนึ่งจากหลายแหล่งที่ใช้ทำพระพุทธมนต์ส่งไปยังวังหลวง เพื่อประกอบพระราชพิธีสำคัญๆ ระดับประเทศมากมาย กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งโบราณคดี ตั้งแต่ พศ. 2496 ก็ได้พบว่ามี “ค่างแว่น” ฝูงใหญ่อาศัยอยู่ในถ้ำเป็นจำนวนมาก เสมือนว่าคอยปกป้องบ่อน้ำนี้เอาไว้อยู่ก่อนแล้ว

จุดเด่นของวัดแห่งนี้ยังมีถ้ำซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณอายุกว่า 200 ปี และถ้ำธารลอดที่มีหินงอกหินย้อยงดงามตลอดระยะทางเดินยาวกว่า 300 ม. สามารถทะลุไปดูทัศนียภาพอีกฟากฝั่งของเขาพลูได้อีกด้วย

ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ผมได้พบกับพวกมันตัวเป็นๆ ก่อนหน้านี้จะเห็นก็แต่ฝูงลิงแสมที่คอยหาของกินข้างทางของถนนหลวงหลายสาย รูปร่างปราดเปรียวและความก๋ากั่นของมันดูแล้วน่าจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับลิง ซึ่งสืบเชื้อสายชาติพันธุ์เดียวกันมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ แต่ในปัจจุบันจำนวนประชากรของ ”ค่างแว่น”ลดลงไปอย่างน่าใจหาย จนต้องขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองอีก 1 ชนิด

หากแต่มนุษย์อย่างพวกเราจะนำพาซึ่งความสูญเสียไปให้พวกมัน ทั้งในการแย่งที่อยู่ที่กิน หนำซ้ำเทคโนโลยีก็ยังเป็นภัยคุกคาม ทำให้พวกมันเริ่มล้มหายตายจากไปทั้งทางตรงและทางอ้อม วันข้างหน้าพวกเราก็อาจจะไม่ได้เห็นหน้ามัน หรืออาจจะได้เห็นแต่ก็ในสารคดี ซึ่งถูกกอพพีจำหน่ายในรูปแบบของแผ่นดีวีดี หรือวีซีดีก็เป็นได้

 

ขอขอบคุณ
บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เอื้อเฟื้อ นิสสัน นาวารา คาลิเบอร์ ดับเบิลแคบ เกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ เพื่อใช้ในการเดินทาง

 

การเดินทาง
จากทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม สายชุมพร-ปะทิว บริเวณสี่แยกปะทิว ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 7201�ทางเดียวกันกับสนามบินชุมพร พอเข้าถึงเขตตำบลชุมโค จะมีสี่แยก ให้ตรงไป และมีป้ายบอกทางไปสถานที่ท่องเที่ยวไปวัดถ้ำเขาพลู ระยะทาง 2 กม.



------------------------------
เรื่องโดย : ณัฐเทพ เผ่าจินดา
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2553
คอลัมน์ : ชีวิตอิสระ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/EbWRu

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
18 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th