บทความ

ยังชื่นมื่นกันอยู่


และแล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็ย้อนกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เดือนเมษายน ปี 2553 เป็นอีกวาระหนึ่งที่ต้องบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย หลังจากที่ในปี 2552 ช่วงเดือนเดียวกัน เหตุการณ์ทำนองนี้ได้เคยเกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้วจนเป็นที่จดจำเรียกขานว่า สงกรานต์เลือด มาในปีนี้เลือดเนื้อชาวไทยด้วยกันเองต้องไหลนองปฐพีอีกครั้ง จากสาเหตุของความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันนำมาสู่ความสูญเสียชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ปราศจากอาวุธ รวมไปถึงชีวิตของทหารที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ทั้งในส่วนของกำลังพล และนายทหารระดับผู้บังคับบัญชา

 

เหตุการณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องจดจำ และเรียนรู้หาวิถีทางแก้ไขโดยปราศจากการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน หากความแตกแยกทางความคิดเกิดขึ้นมาอีกในอนาคต หวังไว้เช่นนั้นจริงๆ

 

กลับเข้าสู่เรื่องของยานยนต์กันดีกว่า เดือนเมษายน ปี 2553 กระแสรถยนต์รุ่นใหม่ที่เพิ่งจะเปิดผ้าคลุมในงานมอเตอร์โชว์ ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง กำลังซื้อยังคงหลั่งไหลเข้าสู่โชว์รูมผู้จำหน่ายของรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ ที่ยังหอมหวนได้อารมณ์กับความใหม่สด ถึงแม้ว่าบางโมเดลจะต้องใช้เวลารอรถยนต์ที่สั่งจองไว้เนิ่นนานจนกว่าจะได้รถ กระแสความนิยมอาจจะโรยราไปแล้วบ้างก็ตามที อีกทั้งออร์เดอร์ที่รับมาจากช่วงระยะเวลาการจัดงาน การวางเงินดาวน์ ไฟแนนศ์ โอเค ดูกระแสเงินไหลเวียนผ่านบัญชีธนาคารแล้วเป็นที่น่าเชื่อถือว่า จะไม่มีการผิดนัดหมายการผ่อนชำระในช่วงระยะเวลาอันสั้นเริ่มทยอยส่งมอบรถให้กับผู้สั่งจองกันแล้ว มีส่วนทำให้ยอดการจำหน่ายรถยนต์ในเดือนเมษายน ยังคงไหลลื่นเป็นบวกต่อเนื่องไปเป็นเดือนที่ 4 ถึงแม้ว่าเมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม จะลดน้อยถอยลงบ้างก็ไม่เป็นไร

 

เดือนเมษายน ยอดจำหน่ายรถยนต์รวมกันทุกประเภทอยู่ที่ 57,128 คัน ลดน้อยจากเดือนมีนาคม 9.4 %ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะมาจากเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น ประกอบกับเดือนเมษายน เป็นช่วงที่มีวันหยุดยาวเป็นพิเศษในเทศกาลสงกรานต์ พี่น้องที่มีภูมิลำเนาถิ่นฐานบ้านเกิดอยู่นอกเมืองหลวงเดินทางกลับไปเยี่ยมเยือนบ้านเกิดกันตามประเพณีนิยม บางคนมีความคิดที่จะซื้อรถใหม่อยู่เหมือนกันแต่กลับมาค่อยว่ากันอีกทีก็แล้วกัน

 

ในห้าหมื่นกว่าเกือบหกหมื่นคัน ที่เดินทางออกจากโชว์รูมของผู้จำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ ทั่วประเทศเป็นรถยนต์หลากหลายโมเดล ทั้งรถยนต์นั่ง พิคอัพ 1 ตัน รถเอสยูวี ฯลฯ ที่ติดตราโลโก โตโยตาเสีย 22,572 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดทั้งสิ้น 39.5 %

 

ถึงแม้ว่าในช่วงตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงเดือนเมษายนนี้ ยักษ์ใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะไม่มีโมเดลใหม่แกะกล่อง และแคมเปญส่งเสริมการขายพิเศษชนิดที่เป็นทอล์ค ออฟ เธอะ ทาวน์ออกมากระตุ้นยอดจำหน่ายเลยก็ตาม แต่ด้วยความเป็น โตโยตา ที่ซื้อง่ายขายคล่อง วางตัวเป็นทางเลือกอันดับ 1 ในใจของผู้ต้องการรถยนต์ใหม่มานานนม และความหลากหลายของโมเดลที่ครอบคลุมทุกตลาด ทำให้ โตโยตา ยังมียอดจำหน่ายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในแต่ละเดือนที่มีการสรุปตัวเลขยอดจำหน่ายออกมา

 

อันดับที่ 2 เป็นของ อีซูซุ ถึงแม้ความหลากหลายของโมเดลรุ่นจะน้อยกว่า แต่ในตลาดของรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ชื่อของ อีซูซุ ไม่เป็นรอง โตโยตา แม้แต่น้อย การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและการนำเสนอรูปแบบของโฆษณาประชาสัมพันธ์ เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้รถที่มีความต้องการรถยนต์เพื่อการพาณิชย์โดยตรง ทำให้ในตลาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ โตโยตา จะยึดหัวหาดครองความเป็นหนึ่งได้ตลอดไป

 

เดือนเมษายน ยอดจำหน่ายรถยนต์ของ อีซูซุ ปิดบัญชีด้วยตัวเลข 10,722 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 18.8 % ขณะที่ ฮอนดา คู่แข่งที่สำคัญของ โตโยตา ในตลาดรถยนต์นั่ง โดยเฉพาะรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ยังครองความเป็นขวัญใจผู้ใช้รถยนต์ในอันดับที่ 3 เหมือนเช่นเดิม ฮอนดา ถึงจะอยู่ในสถานการณ์ใกล้เคียงกับ โตโยตา ที่นาทีนี้ยังไม่มีโมเดลใหม่มานำเสนอ แต่อีกไม่ช้าไม่นานเมื่ออีโคคาร์ของ ฮอนดา ออกสู่สนามการแข่งขัน จะส่งผลให้เป็นนาทีทองของ ฮอนดา ที่จะเขย่าบัลลังก์ของโตโยตา ในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลให้หวั่นไหวได้ไม่มากก็น้อย

 

ด้านของตลาดรถพิคอัพ 1 ตัน หลังจากที่ 3 เดือนแรกกลับมาพลิกฟื้นอยู่ในกระแสความนิยม จนทำท่าว่าจะกลับมาครองความยิ่งใหญ่ เป็นกำลังสำคัญในการเติบโตของตลาดรถยนต์ในประเทศเหมือนอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต แต่ไปๆ มาๆ ดูเหมือนจะแผ่วลงไปอีกแล้ว สาเหตุน่าจะเป็นเพราะความที่ยักษ์ใหญ่อย่าง อีซูซุ และโตโยตา ยังไม่มีโมเดลใหม่โดนใจอย่างแรงออกมาสนองความต้องการของนักเลงรถพิคอัพอย่างจริงๆ จังๆ และความนิยมของรถยนต์นั่งปรับตัวสูงขึ้นจากรถยนต์รุ่นใหม่ที่ออกสู่ตลาด ซึ่งมีรูปแบบที่สวยงาม ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และราคาอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้

 

ยอดจำหน่ายรถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ เดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 12.8 % อันดับ 1 เป็นของ โตโยตาด้วยยอด 827 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 67.5 % อีซูซุ รับอันดับที่ 2 ไปจากยอดจำหน่าย 204 คันได้ส่วนแบ่งการตลาด 16.6 % อันดับที่ 3 เป็นของ นิสสัน ทำยอดจำหน่ายได้ 80 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 6.5 %

 

สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ความนิยมในรถยนต์ประเภทนี้ยังคงแรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่ ทั้งรถเล็ก รถใหญ่ รถยนต์ระดับรากหญ้า หรือรถยนต์ระดับเจ้าสัว แฮพพีกันถ้วนหน้ากับยอดจองที่หลั่งไหลเข้ามาแต่ปัญหาก็คือ จะมีรถส่งมอบให้แก่ลูกค้าที่สั่งจองไว้หรือไม่ หากชักช้าต้องรอคิวกันเนิ่นนาน ไม่แน่อาจมีรายการเธอเปลี่ยนไป ยอมทิ้งหรือขายใบจองต่อ แล้วตัดใจไปคบหาบแรนด์อื่นที่มีรถอยู่ในสตอคไม่ต้องรอนานก็เป็นได้ สำหรับเดือนเมษายน ยอดจำหน่ายรวมทั้งตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแจ้งมาทั้งสิ้น 25,281 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว 65.6 %

 

หลากโมเดลหลายเวอร์ชันของรถยนต์นั่ง โตโยตา มียอดจำหน่ายรวมกันสูงสุดเป็นอันดับ 1รวมทั้งหมดได้ 10,414 คัน คิดเป็น 41.2 % ของตลาดรวมทั้งหมด ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยรถยนต์นั่งของ ฮอนดา ที่มีให้เลือกในทุกเซกเมนท์เช่นกัน มียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 7,043 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 27.9 % และรถยนต์นั่งของค่ายซูม ซูม ที่ มาซดา 2 กำลังเป็นพระเอกของค่าย โดยมีพระรองอย่าง มาซดา 3 เป็นกำลังหนุนที่สำคัญ ทำยอดจำหน่ายอยู่ในอันดับที่ 3 ได้ 3,114 คัน มีส่วนแบ่งการตลาด 12.3 % ขณะที่ นิสสัน มาร์ช อีโคคาร์คันแรกของฟ้าเมืองไทย เดือนเมษายนยังอยู่ในช่วงทยอยส่งมอบ มีออร์เดอร์ที่ต้องเคลียร์อีกเยอะ ยังไม่สามารถแซงผ่าน มาซดา ได้ อยู่ในอันดับที่ 4 ต่อไป ถึงอย่างนั้นก็มีวิ่งให้เห็นกันหนาตาเช่นกัน แม้แต่บนท้องถนนในต่างจังหวัด

 

เดือนพฤษภาคม เดือนที่ร้อนที่สุดอีกเดือนหนึ่ง อากาศร้อน คนก็ร้อน อุณหภูมิการเมืองร้อนสุดๆไม่รู้จะส่งผลกระทบถึงความเป็นไปในธุรกิจซื้อขายจำหน่ายรถยนต์ในประเทศมากน้อยเพียงไรเย็นๆ กันบ้างก็ดีนะครับ



------------------------------
เรื่องโดย : ขุนสัญจร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2553
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/yJsCf

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
22 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th