บทความ

ภาษาไทย


คราวหนึ่งของชีวิต วาทิน ปิ่นเฉลียว ผู้ก่อตั้งหนังสือหรรษารายปักษ์ ต่วย’ตูน ร่วมกับประเสริฐ พิจารณ์โสภณ เมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว มีปณิธานอันน่ายกย่อง เขาบอกว่า“ผมจะไม่เนรคุณตัวหนังสือ” เพราะตัวหนังสือให้คุณกับชีวิตของเขาจนถึงวันนี้

 

โดยคำว่า “ตัวหนังสือ” เขาน่าจะหมายถึง ตัวอักษรไทย หนังสือไทย และภาษาไทยในที่สุดหนึ่งในมรดกสำคัญของชาติไทย ก็อยู่ตรงภาษาไทยนี้แหละ ผมเองก็เป็นคนโบราณพอกันกับคุณวาทิน และเห็นจะต้องบอกตัวเองเหมือนกันว่า จะไม่เนรคุณตัวหนังสือดังเช่นที่คุณวาทินออกปากไว้แล้ว

 

กาลครั้งนั้น พระภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎเสด็จธุดงค์ไปถึงเมืองสุโขทัย ทรงพบหลักศิลาจารึกอักษรไทยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงให้อัญเชิญลงมาไว้ที่กรุงเทพ ฯและนำไปประดิษฐาน ณ วัดราชาธิวาส (สมอราย)

 

วัดราชาธิวาสเป็นวัดที่ทรงจำพรรษาอยู่ เมื่อได้ศิลาจารึกมาแล้ว ทรงภูมิพระทัยที่เรามีหนังสือประจำชาติของเราโดยเฉพาะ ประกอบกับมีสำเนียงอันไพเราะสามารถออกเสียงถ้อยคำภาษาอื่นได้ใกล้เคียงมากที่สุด

 

นับแต่เวลานั้นมา ทรงเสนอพระองค์เองเป็นผู้พิทักษ์ภาษาไทย เมื่อทรงเห็นผู้ใดทำให้ภาษาไทยวิบัติ ก็ทรงออกขวาง และทรงตำหนิ

 

ครั้นสิ้นรัชกาลที่ 3 แล้ว เจ้าฟ้ามงกุฎเสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แม้จะทรงงานเมืองมากเพียงใดขึ้นก็ตาม ก็มิได้ละเว้นตักเตือนข้าราชบริพารในการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง ทั้งการอ่าน และการเขียน

 

เมื่อปรากฏมีผู้ใดเขียนภาษาไทยผิด หรืออ่านภาษาไทยไม่ถูกต้อง ก็มักจะตรัสคำว่า

 

“กีดหูนัก”

 

เป็นคำติดพระโอษฐ์ ดังปรากฏหลักฐานในจดหมายเหตุหลายต่อหลายแห่ง

 

ยกตัวอย่าง เช่น คำง่ายๆ หลายคำในภาษาไทย เช่น คำว่า กับ, แก่, แค่, แต่, ต่อ, ใน และ ยังดูก็ไม่ใช่คำยากเย็นอะไรนักหนา แต่มักมีการนำมาใช้ผิดเพี้ยน และผิดพลาดจนเป็นที่รำคาญพระทัย จนทรงมีประกาศไว้เป็นตัวอย่าง คำใดควรใช้อย่างไร และโอกาสใด

 

คำว่า “ภูษามาลา” มักเป็นคำที่ถูกเรียกสลับกันเสียเฉยๆ แม้ในราชสำนัก ความทราบถึงพระกรรณพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ทรงตรัสแย้งว่าดังนี้

 

“ภูษามาลา คำนี้ เรียกมาแต่บุรมโบราณ ก็จะกลับเอาต้นเป็นปลายเรียกว่า มาลาภูษากีดหูนัก เหมือนจะไปเรียกมหาดไทยว่าไทยมหาด กลาโหมจะไปเรียกโหมกลาฟังไม่ได้เลย เพราะอย่างนั้น ให้คงเรียกว่า ภูษามาลา ตามเดิม อย่าเรียก มาลาภูษากลับหน้าเป็นหลังเลยเป็นอันขาด ถ้าใครอยากเรียกอย่างนั้นอยู่ ก็ให้ผูกคอตายเชือดคอตาย ฤากินยาตายไปเสียให้พ้นเมืองมนุษย์เถิด ไปเรียกอยู่ในเมืองผีให้สบาย”

 

วัดพนัญเชิง เป็นภาษาไทยอีกคำหนึ่ง แม้รู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมือง ยังมีผู้แผลงเรียกชื่อวัดเป็น “วัดพระเจ้าพนัญเชิง” บางทีก็เพี้ยนเป็น “วัดผนังเชิง” ก็ทรงท้วงไว้ว่า

 

“วัดพนัญเชิงให้คงเรียกอยู่ตามเดิม อย่าอุตริเล่นลิ้นเรียกว่าผนังเชิง เพราะเขาเรียกอย่างนั้นมาทั้งบ้านทั้งเมืองแต่ไหนๆ มา มาแปลงเป็นผนังเมืองก็ไม่เห็นเพราะเจาะเป็นยศเป็นเกียรติอะไร สำแดงความโง่ของผู้แปลงไม่รู้ภาษาเดิมว่า เขาตั้งว่าพนัญเชิงด้วยเหตุไร”

 

“ประการหนึ่งวัดนั้นก็เป็นวัดราษฎรไทยจีนเป็นอันมาก เขานับถือว่าศักดิ์สิทธิ์ก็ผู้เป็นเจ้าของวัดเดิมที่ตั้งชื่อนั้นไว้ จะเป็นผีสางเทวดาสิงสู่อยู่อย่างไรไม่รู้ มาแปลงเรียกขึ้นใหม่ ดูเหมือนผู้แปลงก็จะไม่สู้สบายไม่พอที่จะย้าย ก็อย่ายกไปเลยให้คงไว้ตามเดิมเถิด”

 

คราวนี้ก็มาถึงชื่อเมืองต่างๆ ที่ถูกเรียกเพี้ยนไป เช่น เมืองลพบุรี ถูกเรียกว่า “นพบุรี” และเมืองสระบุรี กลายเป็นเมือง “สุระบุรี” พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตักเตือนไว้ดังนี้

 

“ชื่อเมืองนั้นว่าลพบุรีเป็นแน่ เพราะแปลจากคำว่าเมืองละโว้ แต่ทุกวันนี้คนชาววัดอวดรู้อวดเห็น ไปอุตริเขียนว่าเมืองนพบุรี แปลว่าเมืองใหม่ หรือนพเคราะห์นพคุณ นพรัตน์ ไรๆ คิดเหลิงเจิ้งเลิ้งแมวไป ใครๆ อย่าเชื่อ อย่าเขียน อย่าเรียกตามให้คงใช้ว่าเมืองลพบุรีทั้งเรียกทั้งเขียนเทอญ”

 

และสำหรับเมืองสระบุรี ทรงชี้แจงไว้ดังนี้

 

“อนึ่งเมืองสระบุรีนั้น ในพระราชกำหนดกฎหมายมาแต่โบราณ ก็เรียกและเขียนว่าเมืองสระบุรี แต่เดี๋ยวนี้ใครเล่าเป็นตัวอุตริอวดรู้บาลีบาลั่ม มาเรียกบ้างว่าเมืองสุระบุรี สุระแปลว่า คนกล้า อะไรในหลวงก็ไม่ได้ตั้งได้แปลง ใครเล่ามาอวดรู้อวดดีมาดัดแปลงชื่อบ้านชื่อเมือง ตั้งแต่นี้ไปห้ามอย่าให้ใครเรียกและเขียนใส่ตีนอุ ว่าสุระบุรีเป็นอันขาด และเขียนว่าเมืองสระบุรีอยู่ตามเดิมเทอญ”

 

ถ้อยคำภาษาไทยของเราอันเป็นมรดกที่ภาคภูมิใจสุดยอดของคนไทยทั้งชาตินั้นจึงสมควรได้รับการตักเตือน และตระหนักอยู่เนืองนิตย์ การออกเสียงภาษาไทยที่ได้ยินได้ฟังในจอโทรทัศน์ ในภาควิชาการแท้ๆ หรือในบทความบางเรื่องบางตอนยังมีการออกเสียงผิดพลาด

 

ผมบอกแล้วว่าผมเป็นคนโบราณ รายการสารคดี “กระจกหกด้าน” ออกอากาศทางช่อง7 สี…ทีวีเพื่อคุณ…เริ่มออกอากาศมาตั้งแต่ปี 2526 จนถึงวันนี้ ผมต้องยกให้การออกเสียงของคุณสุชาติ มณีวงศ์ ผู้ก่อตั้งรายการนี้ว่าเป็นการออกเสียงกล้ำที่ยอดเยี่ยมถึงวันนี้

 

ไม่มี ปอดโป่ง กะปี้กะเป่า ไม่มี แปกปอม พั่งพ้อม ให้รำคาญใจ

 

เดือนนี้ เป็นเดือนมหามงคลของคนไทย เป็นเดือน “วันแม่แห่งชาติ” ผมมีบทร้อยกรองจากนักประพันธ์รุ่นโบราณ แต่มีชื่อเสียงมากกว่าผมหลายเท่า ท่านคือป.อินทรปาลิต ผู้เขย่าต่อมหัวเราะของคนอ่านด้วยหัสนิยายชุดสามเกลอ พล, นิกร,กิมหงวน บทร้อยกรองของท่านชื่อ “แม่จ๋า” มีความว่าดังนี้ครับ

 

แม่จ๋า พระคุณนั้นสุดจะหาสิ่งใดเหมือน น้ำใจแม่โชติช่วงดังดวงเดือน เตือนให้ลูกกตัญญูมิรู้วาย รักอะไรหรือจะแท้เท่าแม่รัก ผูกสมัครสายเลือดไม่เหือดหาย รักอื่นยังประจักษ์ว่ารักกลาย จืดจางง่ายไม่จีรังดังมารดา ตั้งแต่เล็กอุปถัมภ์ค้ำดูลูก ให้พันผูกถนอมนักรักษา ยามกินแม่เคยป้อนโภชนา ยามนิทรากล่อมเห่ใส่เปลไกว ยามเจ็บไข้ยากเย็นแม่เป็นทุกข์ ลูกเป็นสุขแม่ปลื้มลืมทุกข์ได้ รักลูกแสนแหนหวงเหมือนดวงใจ ตีด่าเพื่อให้ลูกได้ดี เฝ้าอบรมจรรยามารยาท ไม่ประมาทกลัวลูกรักจักเสียศรี ให้เล่าเรียนวิชา หาความดี สุดที่จะกล่าวขวัญพรรณนา จะเปรียบเทียบสิ่งใด ย่อมไม่ได้ พระคุณแม่นั้นไซร้มากนักหนา เมื่อแม่อยู่อุ่นใจลูกทุกเวลา ได้เห็นหน้าแสนชื่นระรื่นใจ ยามสายัณห์ดวงตะวันเลื่อนลับ พรุ่งนี้ก็จะกลับขึ้นมาใหม่ อกเอ๋ยกรรมจำพรากแม่จากไป สักเมื่อไรแม่ฟื้นคืนชีวิต ทิ้งให้ลูกกำสรวลเฝ้าครวญถึง โศกตรึงแสนระทมระบมจิต ทั้งเช้าเย็นลูกเคยเห็นแม่เป็นนิตย์ ยิ่งคิดก็ยิ่งให้อาลัยรัก เหมือนต้นโพธิ์บังแสงสุริยา ถูกสายฟ้าฟาดต้องโพธิ์ทองหัก สุดที่จะแลเหลียวเปล่าเปลี่ยวนัก กำพร้าแม่ลูกรักว้าเหว่ใจ แม่จ๋า เลี้ยงลูกมาตั้งแต่น้อยจนใหญ่
แสนลำบากยากเย็นเป็นพ้นไป บุญคุณใครฤาจะเท่าคุณมารดา โอ้ว่ามฤตยูเจ้าเอ๋ย กระไรเลยโหดร้ายไม่ไว้หน้า ยังมิได้สนองคุณที่มีมา ให้สมกับกรุณาแก่ลูกนี้ ลูกขอให้วิญญาณของแม่นั้น สู่สวรรค์ชั้นฟ้าเกษมศรี พระคุณแม่จะมั่นไว้ในฤดี กว่าชีวีลูกจะลับดับตามเทอญฯ”

 

ขอบคุณข้อมูลจากเรื่อง “ตามรอยลายสือไทย” โดย ส.บุญเสนอ หนังสือต่วย’ตูนปีที่ 22 เล่มที่ 3 เดือนพฤศจิกายน 2535



------------------------------
เรื่องโดย : บรรเจิด ทวี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2553
คอลัมน์ : เล่นท้ายเล่ม
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/SNnyt
อัพเดทล่าสุด
23 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New