บทความ

รถเด่นในงาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 31


แม้รถต้นแบบไม่มากนัก แต่รถตลาดที่จำหน่ายภายในงานก็มีความหลากหลาย ตั้งแต่ อีโคคาร์ ราคาเริ่มต้นไม่เกิน 400,000 บาท ไปจนถึงซูเพอร์คาร์ ระดับ 40,000,000 บาท !

 

รถต้นแบบ

– ซูซูกิ คิซาชิ (SUZUKI KISASHI)

ใครว่าค่ายรถแห่งนี้ ผลิตแต่รถยนต์ขนาดเล็กเท่านั้น คิซาชิ คือ สปอร์ท ซีดานขนาดกลาง/ใหญ่ ระดับเดียวกับ โตโยตา แคมรี หรือ ฮอนดา แอคคอร์ด ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ ซูซูกิ พัฒนา และผลิตรถยนต์นั่งระดับนี้ เริ่มจำหน่ายแล้วในตลาดสหรัฐอเมริกา

– โตโยตา ริน (TOYOTA RIN)

รถแนวคิดเพื่อคนเมือง ออกแบบเน้นความสมมาตรทั้งด้านหน้า และหลัง ติดตั้งกระจกแบบ GREEN GLASS รอบคันจรดพื้นด้านล่าง ช่วยกรองรังสีอุลทราไวโอเลท ลดความร้อนของห้องโดยสาร นอกจากนี้ยังติดตั้งอุปกรณ์ปรับความชื้น และปริมาณแกสออกซิเจนให้พอเหมาะ

– ฟอร์ด ฟิเอสตา (FORD FIESTA)

ยังไม่จำหน่าย แต่มาโชว์ตัวล่วงหน้ากันแบบชัดๆ ทั้งตัวถังแฮทช์แบค 5 ประตู และซีดาน 4 ประตู ไฟหน้าทรงเรียวขนาดใหญ่ รูปทรงเจือความหรูพอสมควร เครื่องยนต์เบนซิน 2 ขนาด ได้แก่ 1.4 ลิตร 94 แรงม้า และ 1.6 ลิตร 118 แรงม้า รุ่นหลังใช้เกียร์กึ่งอัตโนมัติคลัทช์คู่ POWERSHIFT 6 จังหวะ

– เลกซัส แอลเอฟ-ซีเอช (LEXUS LF-CH)

ค่ายรถลูกครึ่ง อเมริกัน-ญี่ปุ่น กับรถต้นแบบในสไตล์สปอร์ทแฮทช์แบคระดับหรู ใช้ระบบเครื่องยนต์พันทาง (HYBRID) เส้นสายเน้นความคมเข้มด้วยส่วนโค้งของกันชนหน้า เป็นแม่แบบของรถที่ทำตลาดจริงในปัจจุบัน คือ เลกซัส ซีที-200 เอช (CT-200 H)

– ฮอนดา นิว สมอลล์ คอนเซพท์ (HONDA NEW SMALL CONCEPT)

ปล่อยให้คู่แข่งเปิดตัวไปล่วงหน้า แต่ ฮอนดา ก็ไม่ยอมตกทเรนด์ ด้วยการนำต้นแบบรถยนต์นั่งขนาดจิ๋ว ออกแบบเส้นสายในสไตล์ “EFFICIENT ENERGETIC EXTERIOR” ซึ่งเชื่อกันว่าเค้าโครงของ อีโคคาร์ ที่จะเริ่มจำหน่ายในปีหน้ารถที่เปิดตัวในงาน

– เกีย โซล (KIA SOUL)

แฮทช์แบคทรงเหลี่ยมอย่างมีสไตล์ รูปลักษณ์ทันสมัย ภายในตกแต่งแบบ 2 โทน อเนกประสงค์ด้วยพื้นที่ใช้งานเหลือเฟือ สูงสุดถึง 1,511 ลิตร (เมื่อพับเบาะแถว 2) เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร CVVT 124 แรงม้า ตัวถังผ่านมาตรฐาน EURONCAP ระดับ 5 ดาว

– เชอรี เอ 1 (CHERY A1)

อีกหนึ่งรถยนต์นั่งสไตล์แฮทช์แบค ขนาดกะทัดรัด รูปทรงภายนอกลงตัว เพิ่มความอเนกประสงค์ด้วยราวแรคหลังคา เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.3 ลิตร 83 แรงม้า ไอเสียต่ำระดับ ยูโร 4 เบาะหุ้มหนัง ช่วงแรกที่เปิดตัวมีแต่เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ราคา 438,000 บาท

– นิสสัน มาร์ช (NISSAN MARCH)

อีโคคาร์ ที่เปิดฉากทำตลาดในไทยเป็นเจ้าแรก และได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น รูปทรงแฮทช์แบค เน้นความโค้งมน ภายในนั่งสบาย ตกแต่งทันสมัย เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแปรผัน (XTRONIC CVT) ราคา 375,000-537,000 บาท

– บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 1 (BMW X1)

น้องเล็กของรหัส ตัวลุยจากค่ายใบพัดสีฟ้าขาว นำเข้าทั้งคันกับรุ่น เอกซ์ 1 20 เอสดไรฟ เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร แบบ EFFICIENT DYNAMIC 177 แรงม้า ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลา 8.3 วินาที สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยเพียง 16.9 กม./ลิตร

– เมร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอลเอส เอเอมจี (MERCEDES-BENZ SLS AMG)

สปอร์ทตัวธงรุ่นใหม่ของ เมร์เซเดส-เบนซ์ ประตูปีกนก (GULL WING) ด้านหน้ารถยาวเหมือนรถสปอร์ทสมัยก่อน แต่ออกแบบรูปทรงให้ทันสมัย เครื่องยนต์เบนซิน 6.3 ลิตร วี 8 กำลัง 571 แรงม้า 0-100 ภายใน 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุดถึง 317 กม./ชม.

– เลกซัส แอลเอฟ-เอ (LEXUS LF-A)

สปอร์ทระดับซูเปอร์คาร์คันแรกของ เลกซัส เส้นสายดุดัน กระจายน้ำหนักสมดุลในอัตราส่วนหน้า/หลัง 48:52 เครื่องยนต์เบนซิน วี 10 ขนาด 4.8 ลิตร 552 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.7 วินาที ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คัน ราคาระดับ 40,000,000 บาทขึ้นไป



------------------------------
เรื่องโดย : ภูเขม หน่อสวรรค์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2553
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/jZIDp

Follow autoinfo.co.th