บทความ

อยากซื้อ-อยากขาย เรื่องง่ายๆ แค่คลิค


คิดจะซื้อรถหรือขายรถมือสอง คนส่วนมากนึกถึง “เทนท์รถ” ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะง่ายดาย และสะดวก ได้เงินสดทันทีที่ขาย แต่ก็ต้องยอมแลกกับราคาที่ถูกตีให้ต่ำจนใจหาย

 

ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ช่องทางการซื้อ/ขายรถยนต์มือสองมีเพิ่มขึ้น โดยช่องทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ การซื้อ/ขายผ่านระบบอินเตอร์เนท เพราะสามารถเข้าถึงผู้ซื้อ-ผู้ขายได้ตรง ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง แค่นั่งชิลล์ๆ อยู่บ้านก็ทำธุรกิจได้ ไม่ต้องเสียอารมณ์กับเจ้าของเทนท์ แทบทุกเวบไซท์มีรูปภาพประกอบให้เห็นเกือบทุกมุมของรถ แถมบางเจ้า รับประกันเลยว่า ลงแล้วขายได้100 %

 

รถบ้าน หรือ รถเทนท์ ?

การซื้อ-ขายรถยนต์มือสอง แบ่งออกเป็น 2 แบบใหญ่ๆ ก็คือ รถบ้าน และรถเทนท์ โดยทั้ง2 แบบนี้เป็นรถที่ผ่านการใช้งานมาแล้วเหมือนกัน แตกต่างกันที่ “วิธีขาย” เท่านั้น

รถบ้าน คือ รถที่ผู้ซื้อสามารถซื้อได้โดยตรงกับเจ้าของรถ หรือเรียกง่ายๆ ว่า “เจ้าของขายเอง” ได้รับความนิยมจากผู้นิยมรถมือสองมาก เนื่องจากสามารถเชคประวัติของรถจากเจ้าของรถได้โดยตรง ว่าเคยไปชนอะไรมาบ้าง ได้เปลี่ยนอะไหล่อะไรมาบ้างแล้วมีอะไรเสียหายบ้าง ทำให้ผู้ซื้อได้ข้อมูลที่ชัดเจนและถูกต้องกว่า คนส่วนใหญ่จึงมีทัศนคติที่ดีต่อรถบ้าน ว่ามีความน่าเชื่อถือกว่า และราคาก็ยังคงไม่แพงเท่ารถเทนท์

สิ่งที่ต้องเน้น คือ ประวัติของรถต้องตรวจสอบให้ดีๆ เพราะบางครั้งอาจโดนย้อมแมว โดยเอารถเทนท์มาขายเป็นรถบ้าน หนำซ้ำเจ้าของรถอาจตั้งราคาแพงพอๆกับราคาขายหน้าเทนท์อีกด้วย ส่วนข้อเสียของรถบ้าน ที่เห็นชัด คือ มักจะขายไปตามสภาพของรถ ไม่มีการปรับปรุงให้ดีกว่าเดิม และไม่มีรับประกันคุณภาพรถ

การซื้อ-ขายรถบ้านมักใช้เวลานานกว่า เพราะไม่ใช่มืออาชีพด้วยกันทั้งคู่ ส่วนมากรถบ้านมักซื้อด้วยเงินสด เพราะถ้าซื้อด้วยเงินผ่อน ต้องไปติดต่อกับสถาบันการเงินเอง ซึ่งมีขั้นตอนมากมาย และยุ่งยาก การโอนรถก็ต้องจัดการกันเอง เลยเหมาะกับคนที่ไม่รีบร้อนซื้อ ไม่รีบร้อนขายมากกว่า

 

รถเทนท์ คือ รถมือสองที่ขายผ่านคนกลาง ที่นิยมเรียกว่า “รถเทนท์” เป็นเพราะสมัยก่อนตลาดขายรถเก่ามักตั้งเทนท์ผ้าใบขนาดใหญ่อยู่ริมถนนรวมกันหลายเจ้า แม้ทุกวันนี้ส่วนใหญ่พัฒนาเทนท์เป็นแบบหลังคาสูงโปร่งสไตล์โมเดิร์นไปเกือบหมดแล้วแต่ก็ยังถูกเรียกว่ารถเทนท์อยู่ เพราะเข้าใจกันดี การขายนั้นจะเป็นลักษณะซื้อมาขายไปโดยจะทำการปรับสภาพรถก่อนขายทุกครั้ง มากบ้างน้อยบ้างตามสภาพ ส่วนใหญ่จะทำแบบผิวเผินให้ดูใหม่เป็นใช้ได้ เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้น โดยจะทำความสะอาดเกือบทุกจุดของรถ หรือแม้แต่ทำสีใหม่ ที่เรียกกันว่า “อาบน้ำ” นั่นเอง

ในการซื้อรถเทนท์นั้น ถ้าไม่มีเงินสดก็สามารถ “ผ่อนได้” เพิ่มแรงจูงใจโดยการดาวน์ต่ำบางเจ้าไม่ต้องดาวน์เลยก็มี แต่ก็ต้องทำใจเรื่องราคา เพราะแพงกว่ารถบ้านแน่นอนทางเทนท์จะอำนวยความสะดวกให้ทุกอย่าง เพราะได้เหมารวมค่าใช้จ่ายต่างๆ เข้าไปหมดแล้วแค่จ่ายเงินดาวน์ก็สามารถขับรถกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องรอดำเนินการให้เสร็จทุกขั้นตอน
รถเทนท์นั้นจะสะดวกกับคนที่อยากจ่ายเงินผ่อนมากกว่า

ปัจจุบันนี้เทนท์รถเกิดขึ้นมากมาย เวบไซท์ที่เกี่ยวกับรถมือสองก็มีมากขึ้นตามไปด้วยการจำแนกรถในข้างต้น จึงส่งผลมายังเวบไซท์ขายรถมือสอง ที่มี 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ เวบไซท์รถเทนท์ กับเวบไซท์รถบ้าน ซึ่งนอกจากได้รถที่ถูกใจแล้ว ยังมีเกร็ดความรู้ต่างๆให้อ่านอีกด้วย

 

เวบไซท์รถเทนท์

ที่เรียกว่าเวบไซท์รถเทนท์นั้น เพราะเป็นเวบไซท์ที่เน้นขายรถมือสองจากเทนท์อย่างเดียวรถบ้านหมดสิทธ์ขึ้นเวบ เวบประเภทนี้มักมีความสวยงามและปลอดภัยจากผู้ไม่หวังดีที่ชอบสร้างความปั่นป่วน เพราะถูกควบคุมโดยเวบมาสเตอร์เพียงคนเดียว ปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบที่ทันสมัยและง่ายต่อการเลือกรถมากขึ้น ทำให้สามารถหารถที่เราต้องการได้อย่างง่ายดาย

จากปริมาณรถเป็นหมื่นๆ แสนๆ คัน สามารถเลือกให้เหลือคันเดียวได้ แค่คุณคลิค SEARCHจากยี่ห้อรถ ตามด้วยรุ่น โฉมหรือฉายาต่างๆ ปีที่ต้องการหา ต่อด้วยสีรถ ไล่มาเรื่อยๆ
จนถึงราคา บางเจ้ายังสามารถเลือกเครื่องยนต์ขนาดต่างๆ ได้อีก เพียงแค่นี้คุณก็ได้เห็นรถที่คุณต้องการแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น รูปในมุมต่างๆ ยังคมชัดราวกับได้ไปดูด้วยตัวเองอีกด้วย

 

เวบไซท์รถเทนท์ ยอดฮิท
www.one2car.com
www.thaicar.com
www.unseencar.com
www.haarod.com

 

“ฟอร์มูลา” ได้สนทนากับผู้บริหารของเวบรถเทนท์มือสองชื่อดังถึงความเคลื่อนไหวในวงการรถมือสองในประเทศไทย ที่ซื้อ-ขายผ่านระบบอินเตอร์เนท

 

ทิศทางคนเข้าชมเวบไซท์รถมือสองเป็นอย่างไร ?

ต้องยอมรับว่าตลาดรถมือสอง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้นมีทิศทางที่เติบโตขึ้นทุกปีตกประมาณ 100,000 ครั้ง/วัน โดยเฉลี่ยแล้วเติบโตประมาณ 20 % ต่อปี ในปีแรกๆอาจเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด อาจเพราะตลาดต่างจังหวัดที่มีการลงซื้อ/ขายบนอินเตอร์เนทกันมากขึ้น

 

ราคาซื้อ-ขาย ใครกำหนด ?

เป็นไปตามกลไกลตลาด และกระแสนิยมในช่วงเวลานั้น โดยมีหลายปัจจัยในตลาดที่เป็นตัวกำหนดราคา จะเอาแค่ปริมาณรถมาคิดอย่างเดียวไม่ได้ ว่าปริมาณรถในตลาดน้อยต้องแพงกว่ารถที่มีจำนวนมาก ไม่จริงเสมอไปยกตัวอย่าง เช่นรถซีวิค 3 ประตู ที่มีจำนวนไม่น้อยในตลาด แต่ราคาก็ยังไม่ตก เพราะคนนิยมมากอายุ 10 ปีแล้ว ราคาตกไปไม่ถึงแสนบาท จนจะกลายเป็นรถคลาสสิคเหมือนโฟล์คสวาเกน (เต่า) ไปแล้ว

 

มีการร้องเรียนเข้ามาทางเวบไซท์บ้างไหม ?

การร้องเรียนเรื่องความไม่เป็นธรรม หรือเอาเปรียบผู้บริโภคนั้น ต้องยอมรับว่ามีแต่เราเป็นสื่อกลางอย่างเดียว ไม่ได้เป็นคนซื้อ/ขาย ผู้ร้องเรียนจึงไม่ได้มาร้องกับเราโดยตรง ทุกวันนี้สังคมการซื้อ-ขายรถมือสองดีขึ้นมาก มีการรับประกันต่างๆให้แก่ผู้บริโภคมากขึ้น ดังนั้นการร้องเรียนจึงค่อยๆ น้อยลง

 

ดูรถมือสองอย่างไร ให้ได้รถดี ?

อันดับแรกควรเลือกดูรถมือสองผ่านเวบไซท์ก่อน พยายามเลือกรถที่เราอยากได้จริงๆโดยอาจดูไว้ 15-20 คัน แล้วเลือกมาจริงๆ สัก 5 คัน เลือกได้แล้ว จึงเข้าไปดูตัวจริงที่เทนท์รถ ควรมีช่างที่ไว้ใจได้ตามไปดูด้วย ดูตัวถัง ฟังเสียงเครื่อง และลองขับแล้วค่อยกลับมาตัดสินใจอีกทีหนึ่ง อย่ารีบร้อน และควรดูบริการหลังการขายด้วย

 

กระแสตอบรับจากเทนท์รถ ?

เราช่วยทำให้ผู้บริโภคหารถได้ง่ายขึ้น เทนท์ก็ขายได้ตามปกติ แถมยังสามารถเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคได้มากขึ้น พอคนดูในเวบไซท์เยอะการซื้อ-ขายก็กระจายออกไปทางเทนท์เองก็ได้ประโยชน์ ผู้บริโภคก็ได้ประโยชน์ที่สามารถหารถที่ต้องการได้จริงๆ

 

ข้อดีของการซื้อ-ขายผ่านอินเตอร์เนท ?

อันดับแรกได้ความสะดวกสบาย ไม่ต้องเหนื่อยมาก แทนที่จะไปดูหลายที่ เราก็จะได้รถที่เราต้องการมากขึ้น การค้นหาก็ง่ายขึ้น เพราะในคอมพิวเตอร์มีฐานข้อมูลมากมายและทันสมัย สามารถจัดเรียงหมวดหมู่ได้สมบูรณ์ มีรูปรถให้เลือกดูได้ก่อนสามารถดูรายละเอียดได้ครบถ้วน ในส่วนของเทนท์ก็ไม่จำเป็นต้องไปเช่าที่ราคาแพงในเมือง อาจจะหาที่ไกลๆ หน่อย แต่ก็สามารถนำรูปรถมาลงโฆษณาผ่านเวบไซท์ได้ช่วยลดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ

 

เวบไซท์รถบ้าน

ชื่อก็บอกแล้วว่ารถบ้านแต่ความจริงแล้วไม่ใช่รถบ้านอย่างเดียว มีรถเทนท์ผสมควบคู่กันไปด้วย เวบไซท์ประเภทนี้ เราสามารถลงขายรถบ้านได้ด้วย ที่สำคัญ“ฟรี” การเข้าถึงรถที่ต้องการนั้น แทบไม่แตกต่างกันกับเวบไซท์รถเทนท์เลยด้วยวิธีการ SEARCH เช่นเดียวกัน จากยี่ห้อรถ รุ่นรถ ปีของรถ ราคารถอาจเลือกได้ถึงที่อยู่ของรถจาก แขวง/เขต และ จังหวัด

ส่วนการลงประกาศขายรถบ้านนั้น ก็ไม่ยากเลย เพียงคลิคที่ “ลงประกาศขาย”แล้วกรอกรายละเอียดต่างๆ ของรถ ว่ายี่ห้ออะไร รุ่นไหน ปีอะไร จะขายเท่าไรเบอร์ติดต่อกลับ ที่สำคัญที่สุดต้องลงรูปรถให้ชัดเจน เพื่อประกอบการตัดสินใจของคนซื้อ เพียงเท่านี้คุณก็นั่งรอยืนรอได้แล้ว เดี๋ยวคนที่สนใจก็ติดต่อกลับมาเองแล้วจะเอายังไงต่อค่อยว่ากัน

เวบไซท์รถบ้าน ยอดฮิท

www.taladrod.com
www.thaicar.com
www.car2t.com
www.car-bkk.com

 

วิธีเลือกซื้อรถมือสอง

หลังจากเลือกรถมือสองในเวบไซท์แล้ว ก็ถึงขั้นตอนไปดูตัวจริง การซื้อรถมือสองนั้น ข้อสำคัญที่สุดคืออย่าใจร้อนเด็ดขาด ต้องสวมบทนักสืบขี้สงสัยบ้าง ควรมีความใจเย็น รอบคอบในการเลือกดู จะช่วยให้เลือกรถได้อย่างมั่นใจ และถูกต้อง ส่วนวิธีการเลือกดูรถมือสองนั้นมีรายละเอียดมากมาย เราขอแนะนำวิธีเอาตัวรอดได้ จากผู้ไม่หวังดีแบบง่ายๆ ดังนี้

 

เชคตัวถัง

อันดับแรกควรดูโครงสร้างตัวถังภายนอกรถก่อน จากหน้าไปถึงด้านท้าย โดยสังเกตตามตะเข็บรอยต่อ ขอบหลังคา ขอบกระจกหน้า-หลัง จากนั้นเปิดฝากระโปรงดูคานหม้อน้ำ ทั้งด้านบนและด้านข้าง ให้สังเกตรอยอาร์ค รอยตะเข็บต่างๆ ว่าเบี้ยวหรือไม่ รวมถึงรอยเชื่อมต่างๆ เพราะรอยเชื่อมจากโรงงานกับอู่ทั่วไปไม่เหมือนกัน และคานหน้าไม่ควรทำสีใหม่

 

เชคสีภายนอกและสภาพตัวถัง

ตรวจเชคสีรอบๆ ตัวถัง โดยการเคาะดู รถที่ทำสีมาแล้วเสียงจะทึบๆ ถ้าชิ้นไหนเดิมเสียงเคาะจะโปร่ง ดูว่ามีสีปูด บวม ผุเป็นสนิมหรือไม่ สีหลังคาไม่น่าสดสวยกว่าประตูข้าง

 

เชคเครื่องยนต์

ลองสตาร์ทเครื่องยนต์ สังเกตว่าเครื่องยนต์เดินเรียบหรือไม่ และมีเสียงอะไรผิดปกติหรือเปล่า วาล์วดังไหม มีควันออกท่อหรือไม่ ถ้าควันดำแสดงว่าเผาไหม้ไม่หมด ถ้าควันเป็นสีขาวแสดงว่าเครื่องหลวมแล้ว

 

เชคระบบแอร์

ลองเปิดระดับพัดลมทุกระดับ สังเกตเสียงว่าดังผิดปกติหรือไม่ เสียงคอมเพรสเซอร์เวลาทำงานดังมากหรือเปล่า และการตัดต่อเป็นปกติหรือไม่ อย่าลืมทดสอบความเย็นว่าเย็นพอหรือไม่

 

ตรวจเชคระบบเกียร์

รถที่เป็นเกียร์ธรรมดา ลองเหยียบคลัทช์เข้าเกียร์ดูว่าเกียร์หลวมและเข้ายากหรือไม่ เวลารถวิ่งเกียร์ต้องไม่มีเสียงดัง ถ้าเป็นเกียร์อัตโนมัติ ก่อนเข้าเกียร์ให้เหยียบเบรคไว้ แล้วเลื่อนเกียร์ไปที่ D เกียร์ต้องไม่กระตุกจนเกินเหตุ และลองดูทุกเกียร์ ที่สำคัญควรลองขับ

 

การตรวจสภาพห้องโดยสาร

การตรวจห้องโดยสารนั้นไม่ยาก เพราะดูได้จากสายตา โดยควรเชคระบบไฟฟ้าต่างๆ ลองบิดสตาร์ท แล้วดับเครื่อง ดูที่หน้าปัดว่ามีไฟอะไรโชว์ให้เห็นหรือไม่ ถ้ามีไฟโชว์อะไรแสดงว่าสิ่งนั้นเสีย ลองดมกลิ่นว่ามีกลิ่นอับหรือเปล่า ถ้ามีรถน่าจะโดนน้ำเข้าคอนโซลหน้ามีรอยการซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่หรือไม่ แผงประตูข้างทั้งซ้ายและขวา มีสภาพใหม่เท่ากันหรือเปล่า ถ้าไม่เท่าแสดงว่าเคยเปลี่ยนเพราะโดนชนมา เบาะตอนหน้าและตอนหลังมีรอยขาดอะไรไหม เชคระบบไฟฟ้าต่างๆ ลองบิดสตาร์ท แล้วดับเครื่อง ดูที่ไฟหน้าปัดว่ามีไฟอะไรโชว์ให้เห็นหรือไม่ ถ้ามีไฟโชว์อะไรแสดงว่าสิ่งนั้นอาจจะเสีย

 

เชคสวิทช์และอุปกรณ์ต่างๆ

สวิทช์ และอุปกรณ์ที่กล่าวถึงนั้น ได้แก่ ที่ปัดน้ำฝน, น้ำฉีดกระจก, ลวดไล่ฝ้า, ไฟหน้า, ไฟเลี้ยว, ไฟเบรค, ไฟฉุกเฉิน, สวิทซ์ควบคุมกระจกไฟฟ้า, สวิทซ์ปรับกระจกมองข้าง, ช่องเสียบบุหรี่, วิทยุ (ต้องเชคให้ละเอียดทั้งภาครับวิทยุ เทป ซีดีแบบต่างๆ บางคันอาจมีสวิทซ์ควบคุมที่พวงมาลัย)

ในรถบางรุ่น ยังมีระบบควบคุมความเร็วคงที่ (CRUISE CONTROL) ระบบควบคุมการทรงตัว หรือแม้กระทั่งสวิทซ์หลังคาแบบ SUNROOF ก็ต้องลองให้หมด จะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลัง

 

ทดลองขับ

การทดลองขับนั้นสำคัญมาก ถ้าผู้ขายไม่ให้ลองขับก็อย่าซื้อดีกว่า การทดลองขับนั้นควรไปลองในสภาพถนนหลายรูปแบบ พยายามฟังเสียงไปด้วยว่ามีอะไร ส่วนไหนผิดปกติบ้าง มาตรวัดต่างๆ ใช้งานได้หรือไม่ จับอาการการทำงานของเกียร์ สังเกตศูนย์ล้อว่าตรงหรือไม่ ระบบเบรคเป็นปกติไหม ลองเลี้ยวซ้ายสุด-ขวาสุด ในรถขับเคลื่อนล้อหน้าเพื่อเชคเพลาขับ สุดท้ายให้ดูสภาพของยาง ว่าแตกลายงาหรือไม่ หรืออาจดูวันที่ผลิตก็ได้

ถ้าทำได้ครบถ้วนตามที่แนะนำ ก็น่าจะผ่าน ทางที่ดีเมื่อจะตัดสินใจซื้อ ควรหาช่างที่มีความรู้และไว้ใจได้ไปช่วยดูจะดีที่สุด

 

สีไหนถูกโฉลก

คนที่เกิดวันอาทิตย์ สีต้องห้าม คือ สีน้ำเงิน ฟ้า ดำ/สีแก้เคล็ด คือ สีเขียว
คนที่เกิดวันจันทร์ สีต้องห้าม คือ สีแดง ส้ม เหลือง น้ำตาล/สีแก้เคล็ด คือ สีขาว ทอง เงิน
คนที่เกิดวันอังคาร สีต้องห้าม คือ สีขาว ครีม ทอง เงิน/สีแก้เคล็ด คือ สีน้ำเงิน ฟ้า
คนที่เกิดวันพุธ (6.00-17.59 น.) สีต้องห้าม คือ สีดำ ชมพู เขียวอ่อน/สีแก้เคล็ด คือ สีขาว ทอง เงิน
คนที่เกิดวันพุธ (18.00-05.59 น.) สีต้องห้าม คือ สีส้ม เหลือง น้ำตาล/สีแก้เคล็ด คือ สีขาว ทอง เงิน
คนที่เกิดวันพฤหัส สีต้องห้าม คือ สีม่วง ขาว/สีแก้เคล็ด คือ สีเขียว น้ำเงิน
คนที่เกิดวันศุกร์ สีต้องห้าม คือ สีดำ ม่วง/สีแก้เคล็ด คือ สีเขียว
คนที่เกิดวันเสาร์ สีต้องห้าม คือ สีเขียวเข้ม น้ำเงิน ฟ้า/สีแก้เคล็ด คือ สีแดง เขียว



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการบทความและสารคดี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2553
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/TXHjg

Follow autoinfo.co.th