บทความ

ยิ้มแก้มปริ


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ เดือน มกราคม-มีนาคม ปี 53 กับ 52
ตลาดโดยรวม เพิ่ม 54.8 %
รถยนต์นั่ง เพิ่ม 47.7 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ ลดลง 57.2 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ ลดลง 55.7 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) เพิ่ม 67.5 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) ลดลง 142.2 %
อื่นๆ ลดลง 51.0 %
เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ เดือน มีนาคม ปี 53 กับ 52
ตลาดโดยรวม เพิ่ม 52.6 %
รถยนต์นั่ง เพิ่ม 39.7 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ เพิ่ม 59.8 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ เพิ่ม 40.7%
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) เพิ่ม 73.1 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) เพิ่ม 135.0 %
อื่นๆ เพิ่ม 45.7 %

 

ยิ้มแย้มแจ่มใสกันไปทั้งวงการยานยนต์ เมื่อตัวเลขยอดการขาย 3 เดือนแรก หรือไตรมาสแรกเติบโตกันอย่างมโหฬาร 54.8 % เรียกว่าขายดีไปด้วยกันทั้งหมดทุกยี่ห้อ ทั้งที่สภาพเศรษฐกิจก็ดูไม่ค่อยจะฉลุยสักเท่าไร ยิ่งสภาพทางการเมืองด้วยแล้ว แทบไม่อยากคุย

 

ไตรมาสที่ 2 ในอนาคต ดูจากยอดจองรถอีโคคาร์ หรือรถขนาดเล็ก บี-เซกเมนท์ ก็พอมองได้ว่ารถยนต์นั่งจะไปได้ดี ยิ่งพอไตรมาสที่ 3 รถขนาดเล็กของอีกค่ายหนึ่งออกสู่ตลาดแถมอีโคคาร์เพิ่มรุ่นเกียร์อัตโนมัติเข้าไปอีก ทีนี้ละเชื่อขนมรับประทานไว้ก่อนได้เลยว่าเจ้าตลาดอย่างค่ายสำโรง และค่ายศรีอยุธยา นั่งกันก้นไม่ติดเก้าอี้เชียว

 

ทางด้านของรถกระบะ 1 ตัน และรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ในช่วง 3 ไตรมาสที่เหลือของปีนี้เราคงจะได้เห็นการไมเนอร์เชนจ์ของ นิสสัน นาวารา และการใช้เครื่องยนต์รุ่นใหม่ของมิตซูบิชิ ทไรทัน ในช่วงปลายปี

 

ส่วนปีหน้าโน้น ก็เชื่อได้ว่ารถกระบะที่แต่งหน้าทาปากมาเกือบ 10 หนของค่ายวิภาวดีกับค่ายสำโรง คงได้ปะทะกันดุเดือดเลือดพล่านแน่ เพราะค่ายหนึ่งก็บอกว่ายอดขายของตัวเองมากสุด ได้รับความนิยมสูงสุด แล้วค่ายยักษ์ใหญ่จะปล่อยให้ผ่านเลยไปง่ายๆได้กระไร

 

ดูจากความเคลื่อนไหวที่ค่ายต่างๆ เตรียมส่งลงสู่สนามยานยนต์บ้านเราแล้ว ยอดรวมประจำปีนี้ เรียกว่ามีโอกาสได้เฮกันอีกครั้งแน่ๆ เพราะขนาดเจ้าตลาดยังออกมาบอกว่า

 

“เมื่อดูปัจจัยบวกต่างๆ แล้ว และหากปัญหาการเมืองคลี่คลายโดยเร็ว คาดว่าถึงสิ้นปีตลาดจะเติบโตได้เหนือกว่าเป้าหมายที่เคยประเมินไว้ 6.1 แสนคัน และอาจจะถึง 6.5แสนคัน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจะมีปัญหาในเรื่องของกำลังการผลิตรถยนต์ที่มีอยู่ในปัจจุบันจะสามารถตอบสนองการเติบโตดังกล่าวได้หรือไม่ นับเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด”

 

ที่นี่ก็จะติดตามอย่างใกล้ชิดเช่นกันขอรับ

 

ไปดูเรื่องจากต่างประเทศกันสักเรื่องดีกว่า เป็นเรื่องของการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ ไม่ต้องไปไกลถึงสหรัฐอเมริกา ที่สนับสนุนให้ลูกค้าเปลี่ยนรถคันใหม่ โดยสนับสนุนทางด้านการเงิน เพื่อเป็นการช่วยผู้ผลิตให้สามารถผลิตรถใหม่ออกสู่ตลาดได้เพิ่มขึ้นเพราะคนรวยทำอะไรไม่น่าเกลียดอยู่แล้ว

 

มาว่ากันบ้านใกล้เรือนเคียง ประเทศจีน ที่ผลของวิกฤตการเงินของโลกในปีที่ผ่าน ทำให้รัฐบาลจีนต้องใช้นโยบายให้เงินอุดหนุน และลดอัตราภาษีซื้อ โดยเฉพาะรถยนต์ขนาดเล็กเพื่อกระตุ้นผู้บริโภคให้เปลี่ยนรถเร็วขึ้น โดยออกมาตรการเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2552จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2522 ลดอัตราภาษีซื้อที่จะต้องจ่าย หรือบ้านเราก็เรียกว่า VAT นั่นแหละ จาก 10 % เหลือ 5 % พอหมดอายุความ ก็เพิ่มขึ้นเป็น 7.5 % สำหรับผู้ซื้อรถยนต์ขนาดเล็ก เครื่องยนต์ต่ำกว่า 1,600 ซีซี

 

แต่ถ้าลูกค้าอยากเปลี่ยนรถเก่า เป็นรถใหม่ที่เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,300 ซีซี ภาครัฐก็จัดสรรเงินอุดหนุน 5 พันล้านหยวน หรือประมาณ 10 % ของราคาซื้อ แก่ลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนรถ

 

จากแรงอัดฉีดของภาครัฐ ทำให้ยอดการผลิตของจีน ในปี 2552 สูงถึง 13.79 ล้านคันเพิ่มจากปี 2551 48.3 % และมีแนวโน้มว่าปี 2553 ก็จะยังเพิ่มขึ้นอีกเช่นกัน

 

ส่วนยอดการขายในปี 2552 รวมทั้งสิ้น 13.64 ล้านคัน เพิ่มขึ้นอีกเหมือนกัน 46.2 %โดยที่ในปี 2553 ต่างก็คาดการณ์กันว่า ทั้งยอดการผลิตและจำหน่าย จะขยายตัวประมาณ10 % หรือคิดเป็นตัวเลขประมาณ 15 ล้านคัน

 

ก็เก็บเอามาเล่าสู่กันฟัง สำหรับประเทศที่มีประชากรระดับพันล้านคน และบริษัทวิจัยของญี่ปุ่น เคยสำรวจแล้วบอกว่า มีประชากรประมาณ 50 ล้านครัวเรือน ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์สักคันหนึ่ง ทำให้ค่ายรถยนต์ของญี่ปุ่น เคยเฮโลสาระพา ยกโขยงกันเข้าไปจับมือเป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตชาวจีนกันมาพักใหญ่แล้ว

 

แต่พอมาทีหลังก็เงียบเชียบกันไป จะเป็นเพราะศรศิลป์ไม่กินกัน หรืออะไรก็ตามทีปล่อยให้ค่ายยุโรปและสหรัฐอเมริกา บุกเข้าไปบ้าง ก็คงจะได้เก็บเอารายปลีกย่อยมานำเสนอเป็นเกร็ดความรู้กันต่อไป

 

กลับมาสู่เรื่องของ มาตรวัดกันดีกว่า

 

ในเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ยอดการขายรถรวมทุกประเภททั้งตลาด เจริญเติบโตถึง 52.6 %ขายได้ทุกยี่ห้อ 63,067 คัน ปิดไตรมาสแรกด้วยยอดรวม 166,802 คัน เพิ่มขึ้นถึง 54.8 %

 

 

แชมพ์ยอดรวมรถทุกประเภท ได้แก่ โตโยตา ขาย 28,007 คัน เพิ่มขึ้น 67.2 % ส่วนแบ่งตลาด44.4 % อันดับสอง อีซูซุ ขาย 13,139 คัน เพิ่มขึ้น 50.0 % ส่วนแบ่ง 20.8 % อันดับสาม ฮอนดา ขาย 6,338 ขายน้อยลง 12.5 % ส่วนแบ่ง 10.0 % อันดับสี่ นิสสัน ขายได้4,091 คัน เพิ่ม 95.2 % ส่วนแบ่ง 6.5 % และอันดับห้า มิตซูบิชิ ขาย 2,984 คัน เพิ่ม 49.4 % ส่วนแบ่ง 4.7 %

 

พอแยกมาเป็นประเภทรถยนต์นั่ง เดือนมีนาคม เดือนเดียว ขายกันได้ 21,903 คัน เพิ่มขึ้น39.7 % ปิดยอดไตรมาสด้วยตัวเลข 62,967 คัน เพิ่มขึ้น 47.7 %

 

โดยตำแหน่งแชมพ์รถยนต์นั่ง ได้แก่ โตโยตา ขาย 10,140 คัน เพิ่มขึ้น 54.8 % ส่วนแบ่งตลาด46.3 % ที่สอง ฮอนดา ขาย 5,573 คัน แต่น้อยกว่าปีก่อน 17.6 % ส่วนแบ่ง 25.4 % ที่สามมาซดา ขายดิบขายดี 2,120 คัน เพิ่มเยอะ 590.6 % ส่วนแบ่ง 9.7 % ที่สี่ นิสสัน ขาย1,559 คัน เพิ่มเยอะเหมือนกัน 297.7 % ส่วนแบ่ง 7.1 % และที่ห้า เชฟโรเลต์ขาย 631 คัน เพิ่ม 17.5 % ส่วนแบ่ง 2.9 %

 

ผู้เสียภาษียอดเยี่ยม โพร์เช ขาย 6 คัน, แฟร์รารี เบนท์ลีย์ โลทัส ขายเจ้าละ 2 คัน และค่ายที่ขายได้เจ้าละคัน ลัมโบร์กินี มิตซูโอกะ และแจกวาร์ เงินทองเข้าหลวงมีใบเสร็จเรียบร้อย

 

ประเภทรถกระบะ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ เพิ่ม 59.8 % ขายได้ 29,367 คัน แชมพ์เดือนนี้เป็น โตโยตา ขาย 12, 522คัน เพิ่ม 80.2 % ส่วนแบ่ง 42.6 % อันดับสอง อีซูซุ ขาย 11,369 คัน เพิ่มขึ้น 51.6 % ส่วนแบ่ง 38.7 % ที่สาม นิสสัน ขาย 2,265 คัน เพิ่ม 44.1 % ส่วนแบ่ง 7.7 %

 

รถอเนกประสงค์ เพิ่ม 135.0 % ขายได้ 1,222 คัน โดยเจ้าตลาดพลิกกลับมานำลิ่วโดยปโรตอน เอกโซรา 446 คัน ครองส่วนแบ่ง 36.5 % ตามด้วย ฮอนดา ฟรีด 360 คัน ส่วนแบ่ง29.5 % ที่สาม โตโยตา ด้วยยอด 279 คัน ส่วนแบ่ง 22.8 %

 

ดูจากสภาพการณ์ต่างๆ แล้วก็เชื่อได้ว่า เดือนหน้า ก็คงจะได้เฮฮากันอย่างนี้อีกครั้ง ถ้าสภาพทางการเมืองไม่เลวร้ายไปกว่านี้



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2553
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/FOPsD

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
26 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th