บทความ

ทำไมต้องเลือกบริษัทที่มั่นคง (2)


และแล้ววันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ศาลสั่งให้ บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จำกัด ล้มละลาย และพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด โดยมีหนี้สินตามคำขอรับชำระหนี้กว่า 2,000 ล้านบาท นับเป็นอีกบทเรียนที่ตอกย้ำคำเตือนที่ผมได้พูดคุยไว้ในฉบับก่อน ว่า “ทำไมต้องเลือกบริษัทประกันภัยที่มั่นคง” เพราะมิฉะนั้นก็จะได้พบกับความเดือดร้อนอย่างที่ผู้คนอีกนับหมื่นคน ต้องร่วมประสบชะตากรรมอยู่กับปัญหาการล้มละลายของบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย ฯ

 

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2553 วีรวุธ งามจิตวิริยะ ผู้จัดการกองทุนประกันวินาศภัย ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาคำขอรับชำระหนี้จากกองทุนประกันวินาศภัย ได้แจ้งว่า เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553 ที่ผ่านมา ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้ บริษัท สัมพันธ์ประกันภัยจำกัด ล้มละลาย และพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เป็นไปตามที่คณะกรรมการกองทุนประกันวินาศภัยได้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยไปเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2552ที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้ บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จำกัด มีสินทรัพย์ 290 ล้านบาท และมีหนี้สินตามคำขอรับชำระหนี้ 2,559 ล้านบาท โดยเป็นหนี้เฉพาะผู้เอาประกันถึง 1,300 ล้านบาทจากจำนวนผู้เอาประกัน 12,895 ราย ซึ่งจากนี้ เจ้าหนี้ต้องไปยื่นรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ที่กรมบังคับคดี ภายใน 60 วัน หลังจากนั้น จะนำทรัพย์สินที่มีอยู่มาเฉลี่ยให้แก่เจ้าหนี้ทุกรายที่มายื่นขอชำระหนี้ หากไม่พอ ผู้เอาประกันซึ่งเป็นเจ้าหนี้สามารถขอรับส่วนที่ขาดจากกองทุนประกันวินาศภัยได้ แต่ไม่เกิน 1ล้านบาท สำหรับปัจจุบันกองทุนประกันวินาศภัยมีเงินสด 200 กว่าล้านบาท (ดูรายละเอียดตามประกาศ คปภ.)

 

ล่าสุด คปภ. สั่งลงโทษบริษัทประกันภัยที่มีพฤติกรรมประวิงสินไหมครองแชมพ์ มี 4ค่ายหน้าเดิมอีก เกรงจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำอดีตที่ผ่านมา คปภ. ในฐานะผู้กำกับดูแลธุรกิจประกันภัย มาเป็นเวลากว่า 5 ปี ที่ก่อตั้งมา ซึ่งนับแต่ครั้งเป็น กรมการประกันภัยจนกระทั่งมาถึงยุค คปภ. หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ตกลงให้มีการเผยแพร่รายชื่อค่ายประกัน มีปัญหา ทั้งในเรื่องของการ ประวิงสินไหม และ เงินกองทุนขาด ผ่าทางเวบไซท์ของสำนักงาน เพื่อประจาน ความผิดให้สาธารณชนได้รับทราบ และหวังให้ค่ายประกันนั้นได้เร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็ว เพื่อหนีความอาย

 

แต่กระนั้น ที่ผ่านมาดูเหมือนว่าค่ายประกันต่างก็แตกแถว จะวนเวียนซ้ำซากอยู่ไม่กี่ราย ซึ่งก็มีทั้งที่จองคิวยาวข้ามปี แก้ปัญหาไม่เสร็จสิ้น กับประเภท ขาจรขาประจำ วนเวียนเข้า/ออก ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบคดีความผิดได้เอือมระอา

 

เช่น ล่าสุดที่ฝ่ายคดี สำนักงาน คปภ. ได้นำขึ้นประจานผ่านเวบไซท์ คปภ. www.oic.or.th เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2553 ก็มีรายชื่อของหน้าเดิมๆ ยึดพื้นที่อยู่ อย่างศูนย์สุขภาพแห่งประเทศไทย ที่มีคดีเก่าประวิงสินไหมถูกสั่งปรับ 2 ครั้ง ค้างเติ่งตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2551 อยู่แล้ว และยังมีงวดวันที่ 6 พฤษภาคม 2552 ซ้ำอีกซึ่งศูนย์สุขภาพ ฯ แห่งนี้ หากจำกันได้เมื่อปี 2549 ก็ออกอาการ ดื้อด้านทำผิดซ้ำซาก จำเจในหลายๆ เรื่อง จนต้องถูกตรวจสอบเป็นพิเศษมาแล้ว แต่ก็ยังมีความผิดให้ได้ประจานจนได้

 

ส่วนรายของ เอเพ็กซ์ประกันสุขภาพ ฯ ถือว่าเป็นหน้าใหม่ของเวบไซท์ ถูกลงโทษเปรียบเทียบปรับฐานประวิง มีผลวันที่ 11 มีนาคม 2553 ขณะที่ ฟินิกซ์ประกันภัย ฯ ถือเป็นขาจรที่เข้ามา แต่ดูท่าที่จะเป็นขาประจำ เพราะออกอาการน่าเป็นห่วงมาข้ามปี คราวนี้ถูกเปรียบเทียบปรับฐานประวิงสินไหมมีผลตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม2553 เช่นกัน

 

นอกจากนี้ คปภ. ได้สั่งปรับบริษัทที่ประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน บริษัทลิเบอร์ตี้ประกันภัย ฯ ซึ่งถูกสั่งปรับมาแล้ว 6 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2551และยังมีเรื่องค้างอีกหลายคดีที่มีการลงโทษเปรียบเทียบปรับ โดยบริษัทลิเบอร์ตี้ประกันภัย ฯ มีปัญหาเงินกองทุนต่ำกว่ากฎหมายกำหนด 134 ล้านบาทถูกสั่งห้ามรับประกันและขยายงานรับประกัน รวมถึงการทำธุรกรรมด้านประกันภัยตามกฎหมายมาหลายเดือน ปัจจุบัน ทาง นพ. พฤติชัย ดำรงรัตน์รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ยืนยันว่า บริษัทดังกล่าวได้ทำการปรับปรุงฐานะการเงินได้ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดแล้ว

 

ขณะที่รายของ บริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต ฯ ปัญหาของ บริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต ฯนั้นเกิดขึ้นมานานมากแล้ว ตั้งแต่ปี 2549 และได้มีการเรียกผู้บริหารฟินันซ่าประกันชีวิต ฯ
มาพูดคุยหารือกันแล้วถึง 12 ครั้งด้วยกัน แต่ผู้บริหารฟินันซ่าประกันชีวิต ฯ ก็ไม่สามารถแก้ไขฐานะการเงินได้ ปล่อยให้เนิ่นนานมาจนถึงทุกวันนี้

 

อย่างไรก็ตามบริษัทฟินันซ่า ไม่ได้ถูกประจานฐานประวิงสินไหม แต่ถูกประจานในความผิดเรื่องเงินกองทุนขาด ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2551 เป็นต้นมา โดยมีเงินกองทุนต่ำกว่ากฎหมายจำนวน 1,008.71 ล้านบาท และถูกคำสั่งห้ามรับประกันแล้ว แต่ยังให้บริการด้านการรับชำระเบี้ย และจ่ายสินไหมเป็นปกติจนถึงตอนนี้ ชื่อยังค้างเติ่งอยู่ เพราะยังเร่งแก้ไขปัญหาเงินกองทุนขาดอยู่เป็นระวิง

 

โดย เลขาธิการ คปภ. จันทรา บูรณฤกษ์ ยืนยันว่า ได้ติดตามการแก้ไขฐานะการเงินของ ฟินันซ่า ฯ อย่างใกล้ชิด โดยทราบว่ากำลังอยู่ระหว่างเจรจากับผู้ร่วมทุนรายใหม่ ซึ่งใกล้จะจบแล้ว โดยทางประธานฝ่ายลงทุน (CFO) ของบริษัทต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนใน ฟินันซ่า ฯ กำลังเจรจาทำดิวดิลิเจนท์กับ CFOของบริษัท ฟินันซ่า ฯ อยู่ และเท่าที่ทราบมีหลายรายที่สนใจจะเข้าไปลงทุนในฟินันซ่า ฯ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการเจรจาของภาคเอกชนเองว่าจะตกลงกันอย่างไร

 

ส่วนจะให้เวลา บริษัท ฟินันซ่า ฯ เจรจาร่วมทุนไปถึงเมื่อใดนั้น เลขาธิการคปภ. บอกว่า ขึ้นอยู่กับ กระทรวงการคลัง เพราะ แผนฟื้นฟูกิจการ ของ บริษัทฟินันซ่า ฯ ผ่านคณะกรรมการ คปภ. แล้ว ตอนนี้เหลือแต่เฝ้าติดตามความคืบหน้าและรายงานต่อ รมว. การคลัง ให้ได้รับทราบเป็นระยะ รวมทั้งการเสนอรายละเอียดผลดี ผลเสียของการเข้าไปควบคุมกิจการบริษัท ฯ ซึ่งต้องรอให้ รมว. การคลังตัดสินใจ ตาม พรบ. ประกันชีวิตมาตรา 55 ระบุไว้ว่า ต้องผ่านความเห็นชอบจากรมว. การคลัง ก่อนว่าควร หรือไม่ควรที่จะเข้าไปควบคุมกิจการ

 

สำหรับ ความคืบหน้าล่าสุด ในการแก้ไขปัญหาฐานะเงินกองทุนของ บริษัทฟินันซ่าประกันชีวิต จำกัด ทาง คปภ. ได้ทำหนังสือถึง รมว. การคลัง เพื่อเสนอให้แต่งตั้งคณะกรรมการเข้าควบคุมกิจการเป็นครั้งที่ 2 ระหว่างที่บริษัท ฯ อยู่ในกระบวนการหาผู้ร่วมทุนรายใหม่ เพื่อควบคุมการทำงานภายใน และเป็นตัวกลางในการเจรจาหาผู้ร่วมทุนรายใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ จันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่ามีนักลงทุนจากยุโรปสนใจเข้าลงทุนในบริษัทฟินันซ่า ฯ นอกเหนือจากธนาคารอิสลามที่จะเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 49 %

 

อย่างไรก็ตาม ถึงวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการเพิ่มทุนใหม่ ทำให้การฟื้นฟูกิจการของบริษัท ฟินันซ่า ฯ ยังไม่สามารถกระทำได้ โดยมีเงินทุนจดทะเบียนจำนวน 34.37 ล้านบาท เท่านั้น ซึ่งเป็นผลมาจากการลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ถึง 2 ครั้ง เพื่อล้างขาดทุนสะสม แต่ก็ยังไม่เพียงพอ

 

ส่วนผลกระทบต่อลูกค้าถือว่าน้อยมาก หากวัดจากยอดการเวนคืนกรมธรรม์จะเห็นว่าอัตราต่ำมาก ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะทาง คปภ. ได้อธิบายให้ลูกค้าได้รับทราบ และทำความเข้าใจไปก่อนหน้านี้แล้ว พร้อมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยดูแลก็ทำให้ไม่มีผลกระทบ

 

สำหรับ เหตุผลที่ทาง คปภ. มีการประกาศรายชื่อบริษัทที่ประวิงการจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทน และประกาศรายชื่อบริษัทที่มีเงินกองทุนต่ำกว่ากฎหมายกำหนด เพื่อเป็นข้อมูลให้ประชาชนทั่วไปใช้ในการตัดสินใจซื้อประกันชีวิตและซื้อประกันภัยในโอกาสต่อไป

 

หากมองถึงสาเหตุของการถูกประจานผ่านเวบไซท์ คปภ. ที่แท้จริงแล้วต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะกฎเกณฑ์การกำกับดูแลที่เข้มงวด แต่ได้ผลเพราะหากค่ายประกันไม่ตระหนัก และละเลยไม่ปฏิบัติตามก็มีสิทธิ์ที่จะถูกนำชื่อขึ้นเวบไซท์ได้ และหากยัง ดื้อด้าน สุดท้ายไม่แคล้วต้องจบลงที่การหายไปจากธุรกิจในที่สุด

 

ต้องขอย้ำเตือนให้ประชาชนเฝ้าติดตามสถานะของบริษัทประกันภัย ก่อนที่จะเลือกทำประกันภัยกับบริษัทใด ซึ่ง คปภ. จะได้ประกาศเปิดเผยรายชื่อบริษัทที่ถูกสั่งปรับกรณีเงินกองทุนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด หรือ ประวิงการจ่ายสินไหมทดแทนประชาชน หรือ ความผิดอื่นใดที่ควรแจ้งให้ประชาชนทราบ เป็นระยะๆ พร้อมจะแจ้งข่าวสารการแก้ปัญหาพร้อมๆ กันไป

 

มีปัญหาประกันภัยโทร 1186 สายด่วนประกันภัย



------------------------------
เรื่องโดย : กฤชกมล นิติธรรมโกศล
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2553
คอลัมน์ : ประกันภัย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Y0UmL
อัพเดทล่าสุด
22 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th