บทความ

เบนซิน 95 : อย่าให้ผลกำไรอยู่เหนือเหตุผล


ตอนที่บริษัทน้ำมันเริ่มขายแกสโซฮอลใหม่ๆ มีการถกเถียงกันมากว่า รถรุ่นใด ใช้ได้หรือไม่ได้ แต่เนื่องจากรัฐสนับสนุนผลักดัน ทำให้แกสโซฮอลมีราคาถูก ที่สำคัญคือ พอเอาเข้าจริง รถที่บอกใช้ไม่ได้ เติมเข้าไปก็ไม่เสียหายทันตาเห็น กระแสการยอมรับแกสโซฮอลจึงสูงขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดบริษัทน้ำมันทั้งของรัฐและเอกชน ก็เลิกขายเบนซินแบบเดิมไป เหลือแต่แกสโซฮอล ซึ่งสร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้แก่เจ้าของรถที่ใช้น้ำมันผสมแอลกอฮอลไม่ได้ และรู้จริงว่า ถ้าขืนเติมเข้าไป แอลกอฮอลจะค่อยๆ กัดกร่อนบรรดาชิ้นส่วนเครื่องยนต์ที่เป็นยางและพลาสติคอย่างช้าๆ ไม่นานก็จะเกิดความเสียหาย จนยากจะแก้ไข ซึ่งเป็นไปตามหลักวิชาการที่ว่า

 

สำหรับแกสโซฮอล มีแต่รถที่ “ใช้ได้” กับ ”ใช้ไม่ได้” เท่านั้น ไม่มีที่ “พอใช้ได้” หรือ “ใช้ก็ได้ ไม่ใช้ก็ได้”

 

โชคดีที่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ยังเห็นความสำคัญของรถ ซึ่งใช้แกสโซฮอลไม่ได้ จึงพยายามขายเบนซิน 95 เรื่อยมา ในชื่อ วี-เพาเวอร์ เบนซิน ซึ่งผมก็รู้สึกชื่นชม และอุดหนุนมาโดยตลอด รวมทั้งแนะนำให้สมาชิกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ซึ่งผมเป็นนายกสมาคม ฯ อยู่ ได้ใช้ด้วย เพราะรถโบราณและรถคลาสสิค แทบทั้งหมดต้องเติมน้ำมันประเภทนี้เท่านั้น

 

แต่ก็นั่นแหละครับ แม้จะรวมประชากรรถโบราณ รถเก่า และรถสมรรถนะสูงบางรุ่น ที่คู่มือระบุให้ใช้เบนซิน 95 เท่านั้น เข้าด้วยกันทั้งประเทศ ก็คงมีปริมาณไม่มากพอจะทำให้บริษัทน้ำมันเอกชนเขาเกิดความคุ้มค่าทางการตลาดได้ ที่สุด เชลล์ เลยตัดสินใจจะเลิกขาย วี-เพาเวอร์ ในเร็วๆ นี้

 

เป็นอันว่า คนที่เสียภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วยอย่างพวกเรา ก็คงหมดที่พึ่งอย่างสิ้นเชิง

 

เรื่องนี้จะโทษบริษัทเอกชนเขาไม่ได้หรอกครับ เพราะเขาไม่ได้มีหน้าที่มาขาดทุน-กำไร เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้ากลุ่มเล็กๆ อย่างพวกเรา แต่ต้องโทษรัฐที่พลอยมองเราเป็นลูกค้า และมองการให้บริการประชาชนเป็นเรื่องกำไร-ขาดทุนไปด้วย แทนที่จะมองว่าเราเป็นประชาชนผู้เสียภาษี ที่ต้องได้รับบริการจากภาครัฐตามสมควร ถึงเราจะเป็นคนส่วนน้อยก็ตาม

 

ดังนั้น ผมเรียกร้องว่า ในเมื่อเก็บภาษีสรรพสามิตจากการซื้อรถ (บวกอยู่ในค่ารถ) รวมทั้งภาษีป้ายทะเบียนจากเราไปทุกปีแล้ว ก็ต้องหาน้ำมันที่เราใช้ได้มาบริการด้วย โดยผ่านบริษัทน้ำมันของรัฐนี่แหละ

 

ผมคิดว่า แม้จะแปรรูปเป็นบริษัทแล้ว แต่ตราบใดที่ยังโฆษณาว่าเป็นของรัฐ ก็ไม่อาจอ้างเรื่องผลกำไรอยู่เหนือหน้าที่ เหตุผล และความถูกต้องได้

 

พูดก็พูดเถอะ เมื่อเทียบกับผลกำไรที่ตกปีละหลายหมื่นล้านบาทแล้ว การขาดทุนกำไรกับเบนซิน 95 มันก็แค่เรื่อง “จิ๊บๆ” เท่านั้น จริงไหมล่ะครับ ?!?



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2553
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/3zSBZ

Follow autoinfo.co.th