บทความ

ไม่มีใครใหญ่ค้ำฟ้า


ข่าวในวงการรถยนต์ บางทีก็ต้องติดตามกันอย่างชนิดตาไม่กะพริบเลยทีเดียว เพราะโลกสมัยนี้ติดล้อกันแบบเทอร์โบ อะไรๆ แล่นปรู๊ดปร๊าด นับแต่การผลิตรถยนต์รุ่นต่างๆ ที่ปีๆ หนึ่งเปลี่ยนรุ่นกันถี่ยิบ หรือการควบรวมกิจการ ซื้อกิจการระหว่างค่ายรถยนต์สหรัฐอเมริกา เยอรมนีและญี่ปุ่น ยิ่งเปลี่ยนแปลงเร็วอย่างไม่เคยมีมาก่อน นิตยสารรถยนต์อย่าง “ฟอร์มูลา” ก็ยิ่งขายดีเพราะผู้อ่านต้องคอยติดตามความเคลื่อนไหวเหล่านี้

เพิ่งไม่นานมานี้เอง ที่ โตโยตา ขึ้นแท่นบริษัทรถยนต์เบอร์หนึ่งของโลก โตโยตา ชูคอเป็นสาวงามนัมเบอร์หนึ่ง อยู่ไม่ทันไร ก็ชักจะเสียวสันหลัง เพราะทำท่าจะมีผู้ท้าชิงเตรียมโค่นตำแหน่งชิงมงกุฎเอาไป

เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ซีอีโอ ของ โฟล์คสวาเกน มาร์ทิน วินเทร์โคร์น ได้ประกาศลั่นว่ามีเป้าหมายจะแซงหน้าโตโยตา ให้ได้

ตอนที่ประกาศใครๆ ก็อยากจะหัวเราะ เอาอะไรมาพูดเนี่ย เหมือนเต่าคิดท้ากระต่ายวิ่งแข่งไม่มีผิดในตอนนั้น โฟล์คสวาเกน ตามหลัง โตโยตา อยู่ไกลโพ้น คือ มียอดขายห่างจาก โตโยตา ถึง 3 ล้านคันและสูญเสียตลาดในอเมริกาเหนือไปอักโข ชื่อเสียงเรื่องคุณภาพก็ลุ่มๆ ดอนๆ

แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โตโยตา ประสบปัญหาขาดทุนในปี 2008 และในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โฟล์คสวาเกน ได้ซุ่มเงียบผลิตรถยนต์จำนวนมากกว่า โตโยตา เป็นครั้งแรกแม้ว่ายอดขายต่อปีของ โตโยตา ในขณะนี้จะยังมากกว่า โฟล์คสวาเกน อยู่ก็ตาม แต่ โฟล์คสวาเกนก็ไล่กวดมาติดๆ คือ ทิ้งระยะห่างแค่ 1.5 ล้านคัน เข้าไปแล้ว

และแม้ว่า โฟล์คสวาเกน จะยังมีปัญหาเรื่องคุณภาพในตลาดอเมริกาเหนือ แต่ก็ทำบุญมาดีหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ ข่าวร้ายๆ บนสื่อกลายเป็นข่าว โตโยตา ไปหมด ข่าวเรียกรถกลับคืนของ โตโยตาเป็นข่าวใหญ่ระลอกแล้วระลอกเล่าในสหรัฐ ฯ แม้แต่ ซีอีโอ ของ โตโยตา ยังท้อ และบอกว่าวันคืนอันสดใสในตลาดสหรัฐอเมริกายังไม่เห็นแววว่าจะกลับมาเมื่อไหร่

ฝ่าย ซีอีโอ ของ โฟล์คสวาเกน รีบคว้าโอกาสตอนคู่ต่อสู้เพลี่ยงพล้ำ โดยมีประธานบริษัท คือ เฟร์ดินันด์
พีค หนุนหลัง รีบเดินหน้าคว้าดาวโดยไม่รอช้า เขาลั่นวาจาว่า ภายในปี 2561เขาจะล้มแชมพ์ โตโยตา ให้ได้ เขาบอกว่าเขามองเห็นรูโหว่ในโล่อัศวินของ โตโยตา และมั่นใจว่าจะเจาะหัวใจของ โตโยตา ได้

วินเทร์โคร์น อายุ 62 ปี แล้ว แต่ยังกระฉับกระเฉง เขาให้ข่าวใหญ่ว่าจะซื้อหุ้น 20 % ใน ซูซูกิ และเตรียมบุกตลาดรถเล็กที่กำลังโตอย่างรวดเร็วในอินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ วินเทร์โคร์น ยังวางยุทธศาสตร์รถยนต์ระดับหรู คือ เอาดี ในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยจะลงทุน
เพิ่มอีก 11 ล้านเหรียญสหรัฐ ฯ (ประมาณ 363,000,000 บาท) จะผลิตออกมาถึง 10 โมเดล และ 1 ในนั้น คือ เอ 1 ซึ่งจะกลายเป็นพรีเมียมซับคอมแพคท์แรกของโลก ทั้งหมดนี้ก็เพื่อกะชน บีเอมดับเบิลยูและ เมร์เซเดส-เบนซ์ นั่นเอง แต่เรื่องนี้คู่แข่ง คือ บีเอมดับเบิลยู แซวว่าน่าจะเป็นราคาคุยมากกว่าหรือเปล่า เพราะเห็นคุยเรื่องเดิมมาหลายปี

สำหรับแผนการตลาดที่สำคัญจะมุ่งเน้นไปที่ตลาดมวลชน โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเขากะจะเพิ่มยอดขายเป็น 2 เท่า ภายในปี 2555

เมื่อ 5 ปีที่แล้ว โฟล์คสวาเกน พยายามจะเข็นรถ เฟทัน (PHAETON) เข้าไปแข่งตลาดบนในสหรัฐ ฯตั้งราคาไว้ที่คันละ 85,000 เหรียญสหรัฐ ฯ (ประมาณ 2,805,000 บาท) แต่ไม่ประสบความสำเร็จนักปีนี้เขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายใหม่เป็นว่า โฟล์คสวาเกน จะเอาเทคโนโลยีเยอรมนี มาแข่งกับรถญี่ปุ่นคือ โตโยตา และ ฮอนดา หรือแม้แต่รถสหรัฐอเมริกาอย่าง ฟอร์ด ในตลาดสหรัฐอเมริกาแทน
โดยใช้กลยุทธ์ว่าเป็นเทคโนโลยีเยอรมนีในราคาที่ซื้อหาได้

ในปีนี้คอยดู โฟล์คสวาเกน จะแนะนำรถคอมแพคท์มาแข่งในระดับราคาเดียวกับ โตโยตา โคโรลลาคือ 16,000 เหรียญสหรัฐ ฯ (ประมาณ 528,000 บาท)

ความหวังที่จะแข่งกับ โตโยตา ในตลาดสหรัฐ ฯ ออกจะเป็นเรื่องที่ดูเหลือเชื่อ เพราะขณะนี้ โฟล์คสวาเกน มียอดขายน้อยกว่า ซูบารุ จากค่ายญี่ปุ่น หรือแม้แต่ เกีย จากค่ายเกาหลีเสียอีก ส่วนที่ วินเทร์คอร์นบอกว่าดันยอดขาย เอาดี ในตลาดสหรัฐ ฯ ให้ได้ 2 เท่านั้น ถ้าหากหันมาดูในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างไทย ที่บแรนด์ญี่ปุ่นไม่มีใครกินลง โฟล์คสวาเกน นั้นขายได้น้อยมาก ไม่ต้องพูดถึงอินเดีย ที่พูดถึง โฟล์คสวาเกน แทบไม่มีใครรู้จัก

แต่เมื่อหันมาดูด้านการเงิน โฟล์คสวาเกน ทำผลงานได้ดีกว่าใคร เพราะว่าในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2552 โฟล์คสวาเกน มีรายได้ 975 ล้านเหรียญสหรัฐ ฯ (ประมาณ 32,175,000,000 บาท) สวนทางกับตลาดรถยนต์ที่ดิ่งลงทั่วโลก กระแสเงินสดในกระเป๋าก็มีถึง 33.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ฯ (ประมาณ 2 ล้านล้านบาท) มีเงินขนาดนี้ ถ้าไม่คุยโวก็ผิดไปละ

วินเทร์โคร์น คุยว่า “เราจะทำให้ โฟล์คสวาเกน เป็นผู้นำด้านความประหยัด การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุดยอดเทคโนโลยีให้ได้ภายในปี 2561” และแถมบอกด้วยว่าไม่ได้ใหญ่แต่ขนาดเท่านั้นต้องคับแน่นด้วยคุณภาพอีกด้วย

สำหรับประธานบริษัท คือ พีค มีความมุ่งมาดปรารถนามานานนมแล้วว่า จะเคลื่อนทัพออกจากยุโรปจีน และบราซิล ซึ่งเป็นฐานที่มั่นในปัจจุบัน ในช่วงปี 2533–2543 พีค ได้ควบรวมเอาบแรนด์ตลาดล่างเช่น เซอัต ของสเปน และ สโกดา ของสาธารณรัฐเชค แล้วหลังจากนั้นก็เก็บสะสมบแรนด์ระดับบนที่ซู่ซ่าอย่าง เบนท์ลีย์ ลัมโบร์กินี และ บูกัตตี

กาเรล ริห์ส ประธานศูนย์ศึกษาเรื่องอุตสาหกรรมรถยนต์ที่มหาวิทยาลัยคาร์ดิฟในเวลส์บอกว่า พีค นั้นแอบพูดให้คนใกล้ชิดฟังเรื่อยมาว่าเขาจะ “เจาะคนทุกคนไม่ว่ากระเป๋าเล็กหรือกระเป๋าใหญ่” นี่เหมือนกับที่ อัลเฟรด สโลน แห่ง จีเอม เคยพูดเลย ก็มาดูกันก็แล้วกันนะคะว่า วินเทร์คอร์น คนนี้จะทำสำเร็จหรือไม่



------------------------------
เรื่องโดย : เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2553
คอลัมน์ : โลกติดล้อ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/y5Jei

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
21 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
14,900,000
2.
3,699,000
3.
2,930,000
4.
679,000
5.
1,290,000
6.
21,890,000
7.
24,900,000
8.
3,090,000
9.
75,000,000
11.
1,545,000
12.
1,465,000
13.
2,390,000
14.
489,000
15.
1,199,000
17.
2,490,000
18.
479,000
19.
939,000
20.
24,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New