บทความ

ธวัชชัย จึงสงวนพรสุข


“ปโรตอน” รถยนต์สัญชาติมาเลเซีย อาศัยนโยบายเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ อาฟตา เข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทย ตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อน ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจผันผวน แต่สามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสจนประสบความสำเร็จ “ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์พิเศษ ธวัชชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท พระนครโอโตเซลส์ จำกัด

ฟอร์มูลา : 2 ปี ของ ปโรตอน ในประเทศไทย เป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ ?

ธวัชชัย : ผมรู้สึกภูมิใจ ที่ ปโรตอน ประสบความสำเร็จเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดย 2 ปี มียอดขายถึง 6,500 คัน ถือว่าได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคเร็วมาก ซึ่งก่อนที่จะนำรถยนต์ ปโรตอน เข้ามาจำหน่าย บริษัท ฯ ได้ทำการสำรวจตลาด ทั้งในเรื่อง รูปลักษณ์ การดีไซจ์น การออกแบบ และช่วงล่างได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค จะติดเรื่องของบแรนด์ที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก

การนำรถยนต์ ปโรตอน เข้ามาจำหน่าย บริษัท ฯ เริ่มต้นด้วยการสร้างบแรนด์ให้ลูกค้าทั่วไปรับทราบถึง จุดเด่นของ ปโรตอน รวมถึงนำภาพรวมของรถยนต์ โลทัส เข้ามารวมเพื่อให้เกิดการยอมรับจากลูกค้า

ฟอร์มูลา : ก้าวต่อไปหลังจากนี้ เตรียมแผนไว้อย่างไร ?

ธวัชชัย : เปิดตลาดให้กว้างมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขยายดีเลอร์ คาดว่าปีนี้จะมีทั้งหมด 40 แห่ง ซึ่งในอนาคตตั้งเป้า 50 แห่งทั่วประเทศ โดยครอบคลุมจังหวัดหลักๆ ของประเทศ และการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาด รวมถึงทำให้ ปโรตอน เป็น สินค้าแมสส์มากยิ่งขึ้น

ฟอร์มูลา : คุณมองว่าจุดอ่อนของ ปโรตอน คือ อะไร ?

ธวัชชัย : บางคนยังไม่รู้จักบแรนด์ ปโรตอน ดังนั้นต้องประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น โดยตัวสินค้า สมรรถนะแล้วถือว่าแข่งขันได้ในตลาด แต่ยังไม่แข็งแรงเหมือนกับบแรนด์อื่นที่เข้ามาทำตลาดในเมืองไทย 30-40 ปี จุดนี้ต้องใช้เวลา ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากนัก เพราะ ปโรตอน ถือว่าเป็นรถยนต์ที่ได้รับการยอมรับในประเทศมาเลเซีย และส่งออกจำหน่ายไปทั่วโลกอยู่แล้ว ส่วนรถญี่ปุ่นที่เปิดตลาดในประเทศไทยมาเป็นเวลานาน ทำให้ได้รับความนิยมจากลูกค้า แต่หากได้สัมผัส และทดลองขับ รถยนต์ ปโรตอน ก็จะรู้ถึงสมรรถนะของรถ และจาก 2 ปีที่ผ่านมา พิสูจน์ได้แล้วว่า ลูกค้าให้การยอมรับ

ฟอร์มูลา : ปโรตอน จะใช้กลยุทธ์ใดสำหรับการแข่งขันในตลาด ?

ธวัชชัย : ปโรตอน ถือว่าเป็นรถยนต์น้องใหม่ในตลาด แต่ด้วยจุดเด่นของ ปโรตอน ในด้านราคา และเป็นรถที่พัฒนาช่วงล่างโดย โลทัส บริษัท ฯ จะนำ 2 จุดนี้ มาใช้พัฒนากลยุทธ์การตลาด ปัจจุบันที่ทำอยู่จะเป็นเรื่องการโฆษณาประชาสัมพันธ์ การจัดกิจกรรมโรดโชว์

ฟอร์มูลา : คุณคิดว่าปีนี้ ปโรตอน จะมียอดขายเท่าไร ?

ธวัชชัย : ผมคาดว่าจะมียอดขายประมาณ 4,000 คัน ซึ่งเป็นยอดขายที่ไม่ได้สูงมากนัก เพราะมีรุ่นใหม่ อย่าง เอกโซรา เข้ามาทำตลาด และได้รับการยอมรับจากตลาดเกินคาด และในช่วงไตรมาสที่ 3 จะมีรถรุ่นใหม่แนะนำเพิ่มขึ้นอีก

ฟอร์มูลา : คุณมองว่าในอนาคต รถยนต์ประเภทใดจะเป็นที่ต้องการในตลาด ?

ธวัชชัย : ปัจจุบัน ปโรตอน มีรถยนต์นั่งขนาดเล็ก รถ เอมพีวี ซึ่งยังขาดรถยนต์นั่งขนาดกลาง แต่การนำรถแต่ละรุ่นเข้ามาจำหน่าย ต้องดูความต้องการของลูกค้าในขณะนั้น รวมถึงความพร้อมของโรงงานด้วยว่าช่วงนั้น มีรถรุ่นใหม่ออกมาหรือไม่

ฟอร์มูลา : รถอีโคคาร์ ที่จะผลิตออกมาจำหน่ายในปีนี้ จะส่งผลกระทบกับรถยนต์ ปโรตอน
หรือไม่ ?

ธวัชชัย : บริษัท ฯ รู้อยู่แล้วว่า รถอีโคคาร์ จะมีผลกระทบบ้างกับรถ ปโรตอน แต่อย่างไรบริษัท ฯ เตรียมแผนรองรับจุดนี้ไว้แล้ว

ฟอร์มูลา : เป็นไปได้หรือไม่ ที่จะนำรถ ปโรตอน มาผลิตในประเทศไทย ?

ธวัชชัย :สำหรับการผลิตรถยนต์ ปโรตอน ในประเทศไทยไม่มีความจำเป็น เนื่องจากนโยบายเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ อาฟตา ที่ส่งผลให้มีการลดภาษีศุลกากรสำหรับกลุ่มประเทศอาเซียนเหลือ 0 %นอกจากว่าในอนาคตจะมีรถยนต์บางรุ่นที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยมากกว่ามาเลเซีย ส่งผลให้การประกอบมีต้นทุนถูกกว่าการขนส่ง โดยจะต้องมีประมาณ 5,000 คัน/ปี

ฟอร์มูลา : คุณคาดว่ารถรุ่นใหม่ที่จะนำเข้ามาจำหน่ายเป็นรุ่นใด ?

ธวัชชัย : ปัจจุบัน ปโรตอน มีรถที่ผลิตและจำหน่ายในมาเลเซียหลากหลายรุ่น รวมถึงรถยนต์ที่อยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนา การเลือกรถยนต์เข้ามาจำหน่าย บริษัท ฯ จะต้องเลือกรถที่เหมาะสมกับเมืองไทย ดังนั้นรถยนต์รุ่นใหม่อยู่ระหว่างการพิจารณา แต่หากมองที่ความต้องการของลูกค้าคนไทยนั้น รถยนต์นั่งเป็นรถที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จาก ปัจจุบัน ปโรตอน มียอด
ขายรถยนต์นั่งอยู่ในอันดับ 8 ของตลาด คาดว่าปีนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 6 หรือ 7 ซึ่งหากมองว่า ปโรตอน เข้ามาทำตลาดเพียง 3 ปี สามารถอยู่อันดับ 6 ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

ฟอร์มูลา : คุณมองว่าอนาคตของอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ?

ธวัชชัย : 2-3 ปี ข้างหน้า ความต้องการของตลาดจะเปลี่ยนไป โดยหลังจากที่ อีโคคาร์ เข้ามาทำตลาดรถขนาดใหญ่ และรถพิคอัพ จะมีอัตราการเติบโตที่ลดลง เนื่องจากรถอีโคคาร์ มีราคาประหยัด ผู้บริโภคบางส่วนจะมาซื้อรถยนต์ขนาดเล็ก เนื่องจากที่ผ่านมาลูกค้าบางกลุ่มที่ซื้อรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ไม่ได้ใช้เพื่อการพาณิชย์ทั้งหมด โดยคาดว่าสัดส่วนจะเปลี่ยนเป็น 50:50 หรืออาจจะมากกว่า

ส่วนภาพรวมของตลาดรถยนต์โดยรวมนั้น ต้องดูที่สภาพเศรษฐกิจและการเมืองว่าจะมีความผันผวนมากเพียงใด เนื่องจากปีที่แล้ว 6 เดือนแรก ตลาดรถยนต์โดยรวมตกต่ำอย่างมากแต่สถานการณ์กลับฟื้นขึ้นมาในช่วงไตรมาสที่ 4 คาดว่าตลาดน่าจะอยู่ที่ประมาณ 520,000 คันโดย ปโรตอน ตั้งเป้ามียอดขายประมาณ 3,000 คัน



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2553
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/VSiKs

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
23 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New