บทความ

มหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์


แคดิลแลค จะนำออกสู่ตลาดกลางปีนี้ในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2011 ตัวถัง 2 ประตู 4 ที่นั่ง ยาว 4.789 ม. กว้าง 1.883 ม. และสูง 1.422 ม. มีน้ำหนักตัวอยู่ในรุ่นเฮวีเวท คือ อยู่ระหว่าง 1,907-1,922 กก. แล้วแต่ระบบเกียร์ที่ติดตั้ง ใช้ระบบขับล้อหลังด้วยพลังของเครื่องยนต์ OHV วี 8 สูบ 6,162 ซีซี ติดซูเพอร์ชาร์เจอร์ และอินเตอร์คูเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 556 แรงม้า ที่ 6,100 รตน. และแรงบิดสูงสุด 76.2 กก.-ม. ที่ 3,800 รตน. มีระบบเกียร์ให้เลือกใช้ 2 แบบ คือ เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ กับเกีบร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ

แคดิลแลค เอกซ์ทีเอส พแลทินัม คอนเซพท์

จุดดึงดูดสายตาอีกจุดหนึ่งในบูธของผู้ผลิตรถหรูเมืองมะกัน คือ แคดิลแลค เอกซ์ทีเอส พแลทินัม คอนเซพท์ (CADILLAC XTS PLATINUM CONCEPT) ซึ่งหน้าตาเหมือนรถที่มีขายแล้วในตลาด แต่ที่จริงยังมีฐานะเป็นรถแนวคิด และเป็นต้นแบบของรถซีดานระดับสุดหรูอนุกรมใหม่ ที่ในปี 2012 ค่ายนี้จะบรรจุเข้าสู่สายการผลิตแทนที่รถรุ่นปัจจุบัน 2 อนุกรม คือ แคดิลแลค เอสทีเอส (CADILLAC STS) และ แคดิลแลค ดีทีเอส (CADILLAC DTS) ตัวถังยาว 5.170 ม. กว้าง 1.900 ม. และสูง 1.500 ม. ขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยระบบไฮบริด โดยใช้เครื่องยนต์ฉีดเชื้อเพลิงโดยตรงความจุ 3.6 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า

เชฟโรเลต์ อาวีโอ อาร์เอส

จีเอม แดวู (GM DAEWOO) ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเกาหลีซึ่งมียักษ์ล้ม จีเอม เป็นเจ้าของ นำรถขนาดเล็กออกอวดตัวในงานนี้รวม 2 แบบ คันสีฟ้าในภาพซ้ายมือ คือ เชฟโรเลต์ อาวีโอ อาร์เอส (CHEVROLET AVEO RS) เป็นรถแนวคิดซึ่งเป็นต้นแบบรถขนาดซูเพอร์มีนี ที่ค่ายนี้จะเริ่มผลิตจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาในปี 2011 โดยใช้โรงงานซึ่งตั้งอยู่ในรัฐมิชิแกนเป็นที่ผลิต ตัวถัง 5 ประตูแฮทช์แบค ซึ่งมีขนาดโตกว่าและห้องโดยสารกว้างขวางกว่ารถ เชฟโรเลต์ อาวีโอ (CHEVROLET AVEO) รุ่นปัจจุบันเล็กน้อย มีลักษณะการออกแบบในหลายๆ จุดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจักรยานยนต์ เช่น ดวงโคมไฟหน้าและไฟท้าย ส่วนเครื่องยนต์ที่ติดตั้งอยู่ใต้ฝากระโปรงหน้า เป็นเครื่องเทอร์โบ DOHC 1.4 ลิตร ที่ให้กำลังสูงถึง 138 แรงม้า

เชฟโรเลต์ สปาร์ค

คันสีเขียวในภาพขวามือ คือ เชฟโรเลต์ สปาร์ค (CHEVROLET SPARK) รถขนาดเล็กที่สุดที่ติดป้ายชื่อ
เชฟโรเลต์ ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกที่งานมหกรรมยานยนต์เจนีวาครั้งที่ 79 เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2009 ใน
ฐานะรถรุ่นใหม่ซึ่งจะเข้าสู่สายการผลิตในเมืองโสมขาวแทนที่รถ เชฟโรเลต์/แดวู มาติซ (CHEVROLET/
DAEWOO MATIZ) และจะเริ่มจำหน่ายในยุโรปในไตรมาสแรกของปี 2010 เพิ่งอวดตัวต่อสายตาผู้ใช้รถในเมืองมะกันเป็นครั้งแรกที่งานนี้ พร้อมคำประกาศยืนยันว่า ต้นปี 2012 ค่าย เชฟโรเลต์ จะนำรถแฮทช์แบคแบบนี้ออกจำหน่ายในตลาดอเมริกาเหนือ โดยที่ลูกค้าเป้าหมาย คือ ผู้ต้องการใช้รถประหยัด ราคาย่อมเยา

เชฟโรเลต์ โวลท์

อวดตัวมาแล้วหลายงานทั้งในสหรัฐอเมริกา และในทวีปยุโรป ปรากฏตัวอีกครั้งในงานนี้ เชฟโรเลต์ โวลท์ (CHEVROLET VOLT) ก็ยังได้รับความสนใจเป็นอย่างดี เพราะใกล้จะถึงวันออกจำหน่ายแล้ว เป็นรถไฟฟ้าขนาด 4 ที่นั่ง ขับเคลื่อนล้อหน้า ซึ่งเดินทางได้ไกลประมาณ 60 กม. ต่อการประจุไฟแบทเตอรี ลิเธียม-ไอออน (LITHIUM-ION) ขนาด 16 กิโลวัตต์ชั่วโมงแต่ละครั้ง และเมื่อไฟหมดแต่ยังต้องการเดินทางต่อไป ก็มีเครื่องยนต์ขนาดเล็ก ซึ่งใช้เบนซิน หรือเอธานอล E85 เป็นเชื้อเพลิง ทำหน้าที่ปั่นไฟเข้าแบทเตอรี ช่วยให้เดินทางได้ไกลอีกหลาย 100 กิโลเมตร มีกำหนดออกจำหน่ายในปี 2010 นี้ โดยในระยะแรกจะทดลองจำหน่ายเพียงประมาณ 100 คัน ใน 2 รัฐสำคัญของเมืองมะกัน คือ แคลิฟอร์เนีย และมิชิแกน

เชฟโรเลต์ ครูซ

เชฟโรเลต์ ครูซ (CHEVROLET CRUZE) อวดตัวในทวีปอเมริกาเหนือเป็นครั้งแรกที่งานมหกรรมยานยนต์ลอสแองเจลิสเมื่อเดือนธันวาคม 2009 และฉายซ้ำให้สัมผัสกันอีกครั้งที่งานนี้ เป็นรถ แดวู ลาเชตตี พรีเมียร์ (DAEWOO LACETTI PREMIERE) ซึ่งผลิตในเกาหลีใต้ และจะลงเรือไปขึ้นบกที่เมืองมะกันปลายปี 2010 นี้ โดยติดป้ายชื่อ เชฟโรเลต์ ตัวถังทรงสามกล่อง ยาว 4.535 ม. กว้าง 1.796 ม. และสูง 1.480 ม. จะแบ่งการตกแต่งและอุปกรณ์เป็น 3 ระดับ กำกับด้วยรหัส LS LT LTZ และจะมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้รวม 2 ขนาด คือ เครื่อง DOHC 1.8 ลิตร 138 แรงม้า กับเครื่องเทอร์โบ DOHC 1.4 ลิตร 140 แรงม้า

จีเอมซี กแรนิท คอนเซพท์

จีเอมซี กแรนิท คอนเซพท์ (GMC GRANITE CONCEPT) รถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้งซึ่งมีโครงสร้างตัวถังเหมือนรถเก๋ง อย่างที่เรียกกันภาษาอังกฤษว่า CROSSOVER SUV ออกแบบ และพัฒนาเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้าวัยหนุ่มวัยสาวที่ไม่เคยแลมองรถติดยี่ห้อ จีเอมซี มาก่อน ตัวถังทรงสองกล่องยาว 4.097 ม. กว้าง 1.786 ม. และสูง 1.536 ม. มีรูปทรงองค์เอวเหมือนเป็นรถมีนีแวนมากกว่ารถกิจกรรมกลางแจ้ง และมีประตูข้างที่เปิดแยกออกจากกันโดยไม่มีเสาค้ำยันกลาง ทำให้ขึ้น/ลงรถง่ายเป็นพิเศษ ห้องโดยสารติดตั้งเก้าอี้ที่นั่งในลักษณะที่แปลกไปจากรถทั่วๆ ไป คือ เก้าอี้ผู้โดยสารตัวหน้าและเก้าอี้ผู้โดยสารตัวหลังด้านขวาสามารถพับเข้าหาคอนโซลกลาง ทำให้มีพื้นที่ว่างสำหรับบรรทุกสิ่งของยาวๆ เช่น จักรยานได้สะดวก

บิวอิค เรกัล

บิวอิค เรกัล (BUICK REGAL) จุดโฟคัสสายตาในบูธของค่าย บิวอิค เป็นรถแบบใหม่ในชื่อเก่า ที่จะออกจำหน่ายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2011 ตัวถังทรงสามกล่อง ยาว 4.831 ม. กว้าง 1.811 ม.และสูง 1.483 ม. พัฒนาจากรถสัญชาติยุโรป โอเพล/วอกซ์ฮอลล์ อินซินญีอา (OPEL/VAUXHALL INSIGNIA) ที่คว้าตำแหน่ง “รถแห่งปี” มาแล้ว ในระยะแรกที่ออกจำหน่ายโดยมีรถให้เลือกใช้เพียงโมเดลเดียว คือ บิวอิค เรกัล ซีเอกซ์แอล (BUICK REGAL CXL) จะเป็นรถที่นำเข้าจากเยอรมนี แต่ตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2011 เป็นต้นไป จะย้ายฐานผลิตไปอยู่เมืองโอชาวา(OSHAWA) รัฐออนทาริโอ(ONTARIO) ประเทศแคนาดา

ฟอร์ด โฟคัส

ยักษ์รองของเมืองมะกันเรียกความสนใจได้อย่างล้นหลาม โดยการใช้เวทีขนาดยักษ์ในงานนี้เป็นที่เปิดตัวรถ ฟอร์ด โฟคัส (FORD FOCUS) รุ่นที่ 3 รถที่ทรงความสำคัญที่สุดของค่ายนี้ในรอบ 25 ปี เพราะจะมีการจำหน่ายรถรุ่นนี้ใน 122 ประเทศทั่วโลก ด้วยยอดขายระดับ 2 ล้านคัน/ปี ชุดที่ออกแสดงในงานนี้มีตัวถัง 2 แบบ คือ ตัวถัง 4 ประตูซีดาน กับตัวถัง 5 ประตูแฮทช์แบค ทั้ง 2 แบบมีขนาดตัวถังใกล้เคียงกับรถรุ่นปัจจุบัน แต่ทั้งภายนอกและภายในออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมดตั้งแต่หัวจรดหาง ยักษ์รองของเมืองมะกันยืนยันว่า ไม่ว่าจะจำหน่ายในตลาดไหนๆ รถรุ่นนี้จะมีหน้าตาเหมือนๆ กัน และใช้ชิ้นส่วนร่วมกันมากกว่าร้อยละ 80 โดยที่ในระยะแรกจะมีการผลิตรถรุ่นนี้ใน 3 ประเทศ คือ เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐประชาชนจีน

ลินคอล์น มาร์ค เอกซ์

ลินคอล์น “พรีเมียม บแรนด์” ในเครือข่ายของยักษ์รอง ฟอร์ด มอเตอร์ คัมพานี ใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัวรถ
กิจกรรมกลางแจ้ง ลินคอล์น มาร์ค เอกซ์ (LINCOLN MKX) รุ่นปีโมเดล 2011 ซึ่งจะออกจำหน่ายในเมืองมะกันฤดูร้อนปีนี้ เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้ง ซึ่งมีโครงสร้างเหมือนรถเก๋ง อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า CROSSOVER SUV ซึ่งเพียบไปด้วยอุปกรณ์ไฮเทควิลิศมาหรา ตัวอย่าง เช่น จอสัมผัสซึ่งใช้ควบคุมการทำงานของชุดเครื่องเสียง ระบบนำทาง ระบบปรับอากาศ และโทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นรถขับล้อหน้า หรือ 4 ล้อ ด้วยพลังจากเครื่องยนต์ DOHC วี 6 สูบ 3.7 ลิตร 305 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ

เมร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสส์ กาบริโอเลต์

คงจะด้วยเหตุที่สหรัฐอเมริกา คือ ตลาดใหญ่ที่สุด และสำคัญที่สุดของรถเปิดประทุน ค่าย “ดาวสามแฉก”
จึงเลือกใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัว เมร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสส์ กาบริโอเลต์ (MERCEDES-BENZ E-CLASS CABRIOLET) รถ เมร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสส์ รุ่นใหม่ในตัวถังแบบที่ 4 คือ ตัวถังเปิดประทุน แทนที่จะใช้ประทุนแบบแข็งตามสมัยนิยม ยอดผู้ผลิตรถหรูของเมืองเบียร์ยังยึดจารีตเดิม โดยใช้ประทุนหลังคาแบบอ่อน ทำจากผ้าใบสังเคราะห์ที่หนาเตอะกว่า 2 ซม. สามารถป้องกันน้ำป้องกันลมและเสียงรบกวนจากภายในนอกได้ดีเยี่ยม การเปิดหรือปิดด้วยระบบอีเลคทรอ-ไฮดรอลิค (ELECTRO-HYDRAULIC) แต่ละครั้งในขณะที่ยังใช้ความเร็วไม่สูงกว่า 40 กม./ชม. ใช้เวลาประมาณ 20 วินาที จะเริ่มออกโชว์รูมในเมืองมะกันฤดูใบไม้ผลิปีนี้

สมาร์ท คาร์ ทู โก

สมาร์ท คาร์ ทู โก (SMART CAR2GO) ไม่ใช่ชื่อรถแบบใหม่ แต่เป็นชื่อของโครงการที่ค่าย สมาร์ท เสนอ
ต่อผู้ใช้รถในเมืองมะกันที่ต้องการใช้รถ โดยไม่จำเป็นต้องควักเงินซื้อรถ และเริ่มทดลองใช้แล้วเป็นครั้งแรกที่เมือง ออสติน (AUSTIN) ในรัฐเทกซัส ผู้เข้าร่วมโครงการนี้จะได้รับบัตรอีเลคทรอนิคเมื่อสมัครเป็นสมาชิก และต้องการใช้รถ ก็สามารถสั่งจองล่วงหน้า หรือเข้าไปในรถที่จอดเตรียมไว้ให้ตามจุดต่างๆ ได้เลยด้วยบัตรที่ว่า เมื่อไปถึงจุดหมายปลายทางก็จอดรถทิ้งไว้ได้เลยตามจุดที่กำหนดไว้ ค่าใช้จ่ายซึ่งรวมค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าประกันภัย และค่าจอดไว้ด้วยแล้ว จะคิดตามระยะทางและเวลาที่ใช้ และชำระ ผ่านบัตรเครดิท

มีนี บีชคอมเบอร์ คอนเซพท์

ยอดผู้ผลิตรถเล็กของเมืองผู้ดีซึ่งมีเจ้าของนั่งจิบเบียร์อยู่ในเยอรมนี วางจุดสนใจไว้ที่ มีนี บีชคอมเบอร์ คอนเซพท์ (MINI BEACHCOMBER CONCEPT) รถแนวคิดซึ่งเปิดตัวผ่านเวบไซท์ มาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีกลาย แต่ตัวจริงเสียงจริงเพิ่งปรากฏตัวต่อสายตาผู้คนเป็นครั้งแรกที่งานนี้ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดมีนี ซึ่งเป็นต้นแบบของรถอนุกรมใหม่ที่ค่ายนี้จะนำออกสู่ตลาดตอนปลายปี 2010 โดยติดป้ายชื่อว่า มีนี คันทรีแมน (MINI COUNTRYMAN) รูปทรงองค์เอวของตัวถังยาว 4.070 ม. ซึ่งไม่มีทั้งประตู และหลังคา ได้แรงบันดาลใจจากรถดังในอดีต คือ รถ มีนี โมค (MINI MOKE) ซึ่งออกจำหน่ายเมื่อปี 1964 นิตยสารรถยนต์ฉบับหนึ่งของเมืองมะกันวิจารณ์ว่า นี่คือ ความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของค่าย มีนี

บีเอมดับเบิลยู คอนเซพท์ แอคทีฟ อี

ผลงานใหม่ที่น่าสนใจเพียงชิ้นเดียวในบูธของค่าย “ใบพัดเครื่องบินสีฟ้าขาว” คือ บีเอมดับเบิลยู คอนเซพท์ แอคทีฟ อี (BMW CONCEPT ACTIVE E) รถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถไฟฟ้าซึ่งพัฒนาจากรถตลาด บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-1 (BMW 1-SERIES) โดยใช้ระบบขับล้อหลังด้วยมอเตอร์ขนาด 125 กิโลวัตต์/170 แรงม้า ซึ่งรับพลังไฟฟ้าจากแบทเตอรี ลิเธียม-ไอออน (LITHIUM-ION) ประจุไฟแต่ละครั้งด้วยการเสียบปลั๊กกับไฟบ้านจะสามารถเดินทางได้ไกลประมาณ 160 กม. ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาต่ำกว่า 9 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 145 กม./ชม. คาดกันว่า อีกไม่นานเกินรอจะออกสู่ตลาดโดยให้เช่า

เอาดี อี-ทรอน

พื้นที่ของค่าย “สี่ห่วง” มีจุดดึงดูดความสนใจอยู่ 2 จุด จุดแรก คือ เอาดี อี-ทรอน (AUDI E-TRON) ซึ่งมี
ชื่อเหมือนกันแต่เป็นคนละคันกับรถแนวคิดซึ่งปรากฏตัวที่งานมหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ทครั้งที่ 63
เมื่อเดือนกันยายนปีกลาย (โปรดย้อนไปดู “ฟอร์มูลา” เดือนพฤศจิกายน 2552 หน้า 48) เป็นรถแนวคิด
ในรูปลักษณ์ของรถสปอร์ท 2 ที่นั่งขนาดเล็กกะทัดรัด มีขนาดตัวถังยาว 3.930 ม. กว้าง 1.780 ม. และสูง 1.220 ม. ใช้ระบบขับล้อหลังด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด ให้กำลังรวม 150 กิโลวัตต์/204 แรงม้า และใช้แบทเตอรี ลิเธียม-ไอออน ขนาด 45 กิโลวัตต์ชั่วโมง ประจุไฟแต่ละครั้งสามารถเดินทางได้ไกลประมาณ 250 กม. ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ใน 5.9 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 200 กม./ชม.

เอาดี เอ 8

ผลงานใหม่อีกชิ้นหนึ่งที่ดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลเข้าสู่บูธของค่าย “สี่ห่วง” คือ เอาดี เอ 8 (AUDI A8) รถธง
คันใหม่ซึ่งเปิดตัวผ่านเวบไซท์มาตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนปีกลาย นับเป็นรถรุ่นที่ 3 และเป็นรถที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด ตัวถังอลูมิเนียมยาว 5.137 ม. กว้าง 1.949 ม. และสูง 1.460 ม. มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.26-0.27 และมีน้ำหนักตัวเบากว่ารถรุ่นก่อนประมาณ 110 กก. กำหนดออกตลาดในเมืองเบียร์เดือนมีนาคมนี้ โดยมีรถให้เลือกเพียง 2 โมเดล คือ AUDI A8 4.2 FSI QUATTRO เครื่องเบนซินฉีดตรง 372 แรงม้า กับ AUDI A8 4.2 TDI QUATTRO เครื่องเทอร์โบดีเซลฉีดตรง 350 แรงม้า

โฟล์คสวาเกน เอนซีซี

ยักษ์ใหญ่ของเมืองเบียร์วางจุดดึงดูดความสนใจไว้ที่ โฟล์คสวาเกน นิว คอมแพคท์ คูเป (VOLKSWAGEN NEW COMPACT COUPE) หรือเรียกโดยย่อว่า โฟล์คสวาเกน เอนซีซี (VOLKSWAGEN NCC) หน้าตาและรูปทรงองค์เอวของตัวถังซึ่งยาว 4.540 ม. กว้าง 1.780 ม. และสูง 1.410 ม.เหมือนรถตลาดที่กำลังจะออกโชว์รูม แต่ที่จริงยังติดป้ายว่าเป็นรถแนวคิด และเชื่อกันว่าเป็นต้นแบบของรถคูเปขนาดกะทัดรัดที่ค่ายนี้จะนำออกสู่ตลาดในอนาคตอันใกล้โดยใช้ชื่อ โฟล์คสวาเกน เจททา คูเป (VOLKSWAGEN JETTA COUPE) เป็นรถไฮบริดซึ่งสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8.6 วินาที และความเร็วสูงสุด 227 กม./ชม. แต่มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยแค่ 4.2 ลิตร/100 กม.และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์แค่ 98 กรัม/กม.

เบนท์ลีย์ ซีรีส์ 51 คอนทิเนนทัล จีทีซี

นอกจากนำรถแบบใหม่ล่าสุด คือ เบนท์ลีย์ มูลซานน์ (BENTLEY MULSANNE) ไปเปิดตัวในทวีปอเมริกาเหนือที่งานนี้แล้ว ผู้ผลิตรถหรูของเมืองผู้ดียังใช้งานนี้เปิดตัวรถโมเดลพิเศษ คือ เบนท์ลีย์ ซีรีส์ 51 คอนทิเนนทัล จีทีซี (BENTLEY SERIES 51 CONTINENTAL GTC) ที่เห็นในภาพขวามือ เป็นรถที่มีการตกแต่งเป็นพิเศษทั้งภายนอกและภายใน แต่เครื่องยนต์กลไกและสมรรถนะการขับขี่ไม่มีอะไรผิดเพี้ยนไปจากรถรุ่นสามัญ ในตลาดเมืองมะกันมีรถให้เลือกใช้รวม 2 โมเดล คือ BENTLEY SERIES 51 CONTINENTAL GTC ค่าตัว 211,450 เหรียญ กับ BENTLEY SERIES 51 CONTINENTAL GTC SPEED ค่าตัว 236,470 เหรียญ

ฮอนดา ซีอาร์-เซด

อวดตัวครั้งแรกที่งานมหกรรมยานยนต์โตเกียวครั้งที่ 41 เมื่อปลายเดือนตุลาคมปีกลาย ในฐานะรถแนวคิด ที่งานนี้ ฮอนดา ซีอาร์-เซด (HONDA CR-Z) ปรากฏตัวบนแท่นหมุนอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้อยู่ในฐานะรถที่พร้อมแล้วจะออกจำหน่าย เป็นรถคูเป 2 ประตู 2 ที่นั่ง ยาว 4.080 ม. กว้าง 1.740 ม. และสูง 1.395 ม.ซึ่งจะออกจำหน่ายในเมืองมะกันฤดูร้อนปี 2010 นี้ โดยมีรถให้เลือกใช้รวม 2 โมเดล คือ HONDA CR-Z กับ HONDA CR-Z EX ทั้ง 2 โมเดลเป็นรถขับล้อหน้าด้วยระบบไฮบริด โดยใช้เครื่องยนต์ SOHC 4 สูบเรียง 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 10 กิโลวัตต์ ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า และใช้แบทเตอรี นิคเคิล-เมทัล ไฮดไรด์ 100 โวลท์ ส่วนระบบเกียร์มี 2 แบบ คือ เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ กับเกียร์ CVT

เลกซัส จีเอกซ์ 460

เลกซัส จีเอกซ์ 460 (LEXUS GX460) อวดตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรกที่งานนี้ เป็นรถแบบใหม่ที่ผู้ผลิตรถหรูในสังกัดยักษ์ใหญ่ โตโยตา กำลังจะนำออกสู่ตลาดเมืองมะกันในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2010 เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งพันธุ์แท้ อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษสไตล์อเมริกันว่า MID-SIZE LUXURY SUV ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบถาวร ด้วยพลังจากเครื่องยนต์ DOHC วี 8 สูบ 4.6 ลิตร 301 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ห้องโดยสารซึ่งนั่งได้รวม 7 คน พรั่งพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ความปลอดภัย ตัวอย่าง คือ ระบบถุงลมนิรภัย 10 ชุด และระบบรับมือการชนไฮเทค PRE-COLLISION SYSTEM

โตโยตา เอฟที-ซีเอช

ยักษ์ใหญ่เมืองยุ่นนำผลงานใหม่เอี่ยมแกะกล่องออกอวดตัวในงานนี้ 2 ชิ้น ชิ้นแรก คือ โตโยตา เอฟที-ซีเอช (TOYOTA FT-CH) ในภาพใหญ่และภาพเล็กขวามือ เป็นผลงานรังสรรค์ชิ้นใหม่ล่าสุดของศูนย์ออกแบบและพัฒนาของ โตโยตา ยุโรป ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองนีศ (NICE) ในประเทศฝรั่งเศส ตัวถัง 5 ประตูแฮทช์แบค 4 ที่นั่ง ยาว 3.885 ม. กว้าง 1.740 ม. และสูง 1.395 ม. ออกแบบเพื่อใช้ระบบขับแบบไฮบริด (HYBRID DRIVE) ซึ่งพัฒนาจากระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันกับรถยอดนิยม โตโยตา ปรีอุส (TOYOTA PRIUS) และกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คือ ผู้ใช้รถวัยหนุ่มวัยสาวผู้ต้องการรถที่ประหยัดกว่าและย่อมเยากว่า โตโยตา ปรีอุส (ชื่อ FT-CH ย่อมาจาก FUTURE TOYOTA COMPACT HYBRID หรือ รถพันทางขนาดกะทัดรัดยี่ห้อ โตโยตา ในอนาคต)

โตโยตา ซีเอนนา

ผลงานใหม่อีกชิ้นหนึ่งที่ยักษ์ใหญ่เมืองยุ่นนำออกอวดตัวในงานนี้ คือ โตโยตา ซีเอนนา (TOYOTA SIENNA) รถอเนกประสงค์ซึ่งออกจำหน่ายในเมืองมะกันไปแล้ว 2 รุ่น และรถรุ่นใหม่นี้กำลังจะออกจำหน่ายในฐานะรถรุ่นปี 2011 โดยใช้โรงงานซึ่งตั้งอยู่ในรัฐอินเดียนาเป็นที่ผลิต ตัวถังทรงกล่องเดียว ยาว 5.085 ม.กว้าง 1.985 ม. และสูง 1.795 ม. ออกแบบ และพัฒนาโดยศูนย์ออกแบบซึ่งตั้งอยู่ในเมือง แอนอาร์เบอร์ (ANN ARBOR) รัฐมิชิแกน จะมีทั้งแบบขับล้อหน้า และขับ 4 ล้อ โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ 2 ขนาด คือ เครื่อง DOHC 4 สูบเรียง 2,672 ซีซี 187 แรงม้า กับเครื่อง DOHC วี 6 สูบ 3,456 ซีซี 265 แรงม้า

ฮันเด ซันตา เฟ

ผู้ผลิตรถยนต์หมายเลขหนึ่งของเมืองโสมขาว ใช้เวทีหมุนขนาดยักษ์ในงานนี้เป็นที่เปิดตัว ฮันเด ซันตา เฟ (HYUNDAI SANTA FE) รุ่นใหม่ ซึ่งกำลังจะออกขายในเมืองมะกันผ่านตัวแทนจำหน่ายซึ่งมีอยู่มากกว่า 790 ราย ในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2010 เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดกลางซึ่งมีโครงสร้างตัวถังเหมือนรถเก๋ง อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษสไตล์อเมริกันว่า MID-SIZE CROSSOVER SUV มีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้แตกต่างกันไปในแต่ละตลาด สำหรับตลาดเมืองมะกัน จะมีให้เลือกใช้ 2 ขนาด คือ เครื่อง DOHC 4 สูบเรียง 2.4 ลิตร 175 แรงม้า กับเครื่อง DOHC วี 6 สูบ 3.5 ลิตร 276 แรงม้า ส่วนระบบเกียร์ก็มีให้เลือกใช้ 2 แบบเช่นกัน คือ เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ

ฮันเด บลู-วิลล์

ฮันเด บลู-วิลล์ (HYUNDAI BLUE-WILL) อวดตัวมาแล้วหลายงาน แต่ได้เห็นกันอีกครั้งที่งานนี้ก็ยังเป็น
จุดสนใจที่น่ากล่าวถึง เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถซีดาน 4 ประตู 4 ที่นั่ง ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริด (HYBRID DRIVE) โดยใช้เครื่องยนต์เทอร์โบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง 1.6 ลิตร 152 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 100 กิโลวัตต์/136 แรงม้า ซึ่งรับพลังไฟจากแบทเตอรี ลิเธียม-ไอออน โพลีเมอร์ (LITHIUM-ION POLYMER) ซึ่งสามารถประจุไฟด้วยการเสียบปลั๊กกับไฟบ้าน ประจุไฟแต่ละครั้งสามารถเดินทางได้ไกลประมาณ 1,050 กม. โดยมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 2.2 ลิตร/100 กม.

ฮันเด โซนาตา

ผู้ผลิตรถยนต์หมายเลขหนึ่งของเมืองโสมขาวนำรถใหม่ ซึ่งเพิ่งเปิดตัวในเมืองมะกันที่งานมหกรรมยานยนต์ลอสแองเจลิสเมื่อเดือนธันวาคม 2009 มาฉายซ้ำที่งานนี้ 2 คัน คันแรกที่เห็นในภาพใหญ่และภาพเล็กซ้ายมือคือ ฮันเด โซนาตา (HYUNDAI SONATA) รุ่นใหม่ (รุ่นที่ 6) ซึ่งออกจำหน่ายในเมืองมะกันไปแล้วในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2010 โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ 2 ขนาด คือ เครื่อง DOHC 4 สูบเรียง 2,359 ซีซี 175 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ กับเครื่อง DOHC วี 6 สูบ 3,342 ซีซี 249 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ SHIFTRONIC ตัวถังยาว 4.798 ม.กว้าง 1.831 ม. และสูง 1.473 ม. ที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.32

ฮันเด ทัคซัน

รถใหม่อีกแบบหนึ่งซึ่งเปิดตัวที่งานมหกรรมยานยนต์ลอสแองเจลิส และยักษ์ใหญ่ของเมืองโสมนำมาฉายซ้ำในงานนี้ คือ ฮันเด ทัคซัน (HYUNDAI TUCSON) รุ่นใหม่ เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งที่มีโครงสร้างตัวถังแบบรถเก๋ง อย่างที่เรียกขานกันในภาษาอังกฤษสไตล์มะกันว่า COMPACT CROSSOVER SUV ตัวถังซึ่งยาว 4.399 ม. กว้าง 1.821 ม. และสูง 1.656 ม. มีการออกแบบทั้งภายนอกและภายในที่ดูทันสมัยกว่ารถรุ่นก่อนเป็นอย่างมาก ออกขายแล้วในเมืองมะกันเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2010 ด้วยสนนราคาค่าตัวซึ่งเริ่มต้นที่ระดับ 19,790 เหรียญ หรือเท่ากับประมาณ 0.65 ล้านบาทไทย

เกีย โซเรนโต

รถสัญชาติเกาหลีอีกแบบหนึ่งซึ่งเปิดตัวในทวีปอเมริกาเหนือที่งานมหกรรมยานยนต์ลอสแองเจลิสครั้งล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และปรากฏตัวซ้ำอีกครั้งที่งานนี้ คือ เกีย โซเรนโต (KIA SORENTO) รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นรถรุ่นที่ 2 และเป็นรถแบบแรกในประวัติศาสตร์ของค่ายนี้ ที่จะใช้โรงงานซึ่งตั้งอยู่บนแผ่นดินของสหรัฐอเมริกาเป็นที่ผลิต เป็นโรงงานของ KIA MOTORS MANUFACTURING GEORGIA หรือ KMMG ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองเวสต์พอยน์ท์ (WEST POINT) ในรัฐจอร์เจีย เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดเล็กกะทัดรัด ซึ่งเรียกกันในภาษาอังกฤษสไตล์อเมริกันว่า COMPACT CROSSOVER SUV ตัวถังยาว 4.671 ม. กว้าง 1.885 ม.และสูง 1.745 ม. ซึ่งบรรทุกผู้ขับและผู้โดยสารได้ 5-7 คน มีทั้งแบบขับล้อหน้าและขับ 4 ล้อแบบถาวร

บีวายดี อี 6

บีวายดี (BYD หรือ BUILD YOUR DREAM) ผู้ผลิตรถยนต์จากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพียงรายเดียวที่ร่วมงานนี้ เรียกร้องความสนใจจากสื่อมวลชนและผู้ชมงานด้วย บีวายดี อี 6 (BYD E6) ซึ่งจะออกจำหน่ายในเมืองมะกันปี 2010 นี้ เป็นรถไฟฟ้าในตัวถัง 5 ประตูแฮทช์แบค 5 ที่นั่ง ยาว 4.554 ม. กว้าง 1.822 ม.และสูง 1.630 ม. ใช้ระบบขับ 4 ล้อ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด ซึ่งรับไฟจากแบทเตอรีที่ค่ายนี้ผลิตขึ้นเองและตั้งชื่อว่า FE BATTERY ประจุไฟแต่ละครั้งสามารถเดินทางได้ไกลประมาณ 330 กม. ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาต่ำกว่า 14 วินาที และความเร็วสูงสุดคาดว่าจะทำได้ที่ระดับ 140 กม./ชม.



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2553
คอลัมน์ : มหกรรมยานยนต์ต่างประเทศ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Izp2X

บทความที่เกี่ยวข้อง

มหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ท
มหกรรมยานยนต์ เซี่ยงไฮ้ 2017
มหกรรมยานยนต์เจนีวา 2017
มหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์ 2017
มหกรรมยานยนต์ ปารีส 2016
มหกรรมยานยนต์ปักกิ่ง 2016
อัพเดทล่าสุด
21 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
14,900,000
2.
3,699,000
3.
2,930,000
4.
679,000
5.
1,290,000
6.
21,890,000
7.
24,900,000
8.
3,090,000
9.
75,000,000
11.
1,545,000
12.
1,465,000
13.
2,390,000
14.
489,000
15.
1,199,000
17.
2,490,000
18.
479,000
19.
939,000
20.
24,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th