บทความ

เปลี่ยนหลอดไฟหน้า จับเบาๆ ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งโวยวาย


เวลากลางคืน ความมืด คือ จุดอ่อนของการมองเห็น โดยเฉพาะการขับรถ อย่าปล่อยให้รถ“หน้ามืด” เพราะนั่น อาจเป็นบ่อเกิดของอุบัติเหตุ !

เดือนนี้เราแนะนำวิธีเปลี่ยนหลอดไฟหน้าแบบฮาโลเจน ใครยังไม่เคยเปลี่ยน พิถีพิถันหน่อยนะครับ

อายุของหลอดไฟหน้านั้น ในคู่มือรถไม่ได้บอกไว้ เนื่องจากไม่สามารถกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนได้ เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น คุณภาพการผลิต ระยะเวลาในการเปิดใช้งาน ซึ่งแต่ละคนไม่เท่ากัน โดยเฉลี่ยแล้วอายุของหลอดไฟหน้าทั่วไป (ฮาโลเจน) จะอยู่ประมาณ 2,000-2,500 ชม. จึงอาจต้องมีหลอดไฟหน้าสำรองติดบ้านไว้อีกสักชุด

ชนิดของหลอดไฟหน้าในปัจจุบัน

1. หลอดฮาโลเจน (HALOGEN BULB)�ส่วนใหญ่เป็นหลอดไฟที่ติดรถออกมาจากโรงงานนั้นล่ะครับ หลอดฮาโลเจนนั้นมีขดลวดทังสเตนภายในครอบแก้วควอร์ทซ์ ซึ่งบรรจุแกสฮาโลเจน หลอดฮาโลเจนจะให้แสงสว่างมาก มีลำแสงยาวและเป็นแสงขาว ซึ่งทำให้เห็นสีและภาพต่างๆ ได้ชัดเจน ไอระเหยของแร่ทังสเตนจากขดลวดจะไม่ไปสะสมและเกาะที่บริเวณครอบแก้วด้านในของหลอดไฟ แต่จะปะปนอยู่กับแกสฮาโลเจนภายในหลอด และจะสะสมกลับไปที่ขดลวดอีกครั้ง ซึ่งช่วยให้มีอายุการใช้งานนานขึ้น ใช้ไฟเลี้ยง 55/60 วัตต์ (ไฟต่ำ 55 วัตต์ และไฟสูง 60 วัตต์)

2. หลอด HID (HIGH INTENSITY DISCHARGE) คือ เทคโนโลยีไฟส่องสว่างที่ต่างไปจากระบบ
ฮาโลเจนปกติ แสงของหลอดฮาโลเจนจะเกิดจากการเปล่งแสงของขดลวดความต้านทาน ขณะที่แสงของ HID จะเกิดจากการปล่อยกระแสไฟฟ้าให้วิ่งผ่านแกสซีนอน (XENON) คล้ายกับการทำงานของหลอดฟลูออเรสเซนท์ การสปาร์คครั้งแรกจะใช้แรงดันไฟสูงถึง 25,000 โวลท์ ก่อนจะลดระดับลงมาเป็นไฟเลี้ยงที่ 35 วัตต์ 12 โวลท์ ซึ่งทำให้ใช้ไฟเลี้ยงน้อยกว่าหลอดแบบฮาโลเจน ให้ความสว่างที่มากกว่า และอายุการใช้งานนานกว่า เนื่องจากไม่ใช้ไส้หลอด

ลักษณะรูปแบบของหลอดไฟ

โคมไฟหน้ารถยนต์มีหลากหลายรูปแบบ ทำให้หลอดไฟต้องมีหลายรูปแบบเช่นกัน โดยแบ่งออกเป็น H
ต่างๆ ที่นิยมกันเช่น หลอด H1 จะมีลักษณะเป็นหลอดไส้เดียวดวงเดียว เป็นแบบเสียบเข้ากับขาเสียบด้านหลัง ใช้กับโคมไฟแบบแยกไฟสูงกับไฟต่ำ ส่วนใหญ่อยู่ในรถยุโรป หรือรถญี่ปุ่นรุ่นใหญ่ๆ หลอด H4 แบบนี้จะได้รับความนิยมจากผู้ผลิตมากที่สุด (รถญี่ปุ่นส่วนใหญ่ในบ้านเราใช้หลอดรุ่นนี้) จะมีลักษณะอ้วน ไส้หลอดเรียงตามยาว ชั้นบนจะมีฝาครอบไว้เป็นไฟต่ำ ส่วนชั้นล่างจะมีเพียงขดลวดเท่านั้น (ไม่มีฝาครอบ) เมื่อติดพร้อมกันจะเป็นไฟสูง ด้านท้ายจะมี 3 ขา สำหรับไฟสูง/ต่ำ และขั้วดินอีก 1 ขา หลอด H7 สำหรับรถยุโรปที่มีลักษณะผสมกันระหว่าง H1 กับ H4 คือ มีไส้เดียว แต่ใช้เบ้าใหญ่ เพื่อรองรับกับหลอดไฟแบบ HID

กฎหมายน่ารู้เกี่ยวกับไฟรถยนต์

กฎหมายที่กำหนดเอาไว้ใน พรบ. รถยนต์ พศ. 2522 กล่าวว่าโคมไฟส่องสว่างหน้ารถจะต้องมีจำนวน 2 ดวงติดอยู่ทางซ้ายและขวาข้างละดวง เป็นชนิดแสงพุ่งไกลใช้ไฟแสงขาว (ออกเหลืองๆ ฟ้าจางๆ ก็ได้) เท่านั้น และต้องติดตั้งในระดับสูงนับจากพื้นถึงจุดกึ่งกลางของโคมไฟไม่น้อยกว่า 60 ซม. และไม่เกิน 1.35 ม. ส่วนโคมไฟต่ำจะใช้ข้อบังคับเดียวกัน และอนุญาตให้อยู่ในดวงเดียวกันได้

อุปกรณ์
1. หลอดไฟหน้าใหม่
2. ถุงมือ
3. ผ้าสะอาด

ขั้นตอนการเปลี่ยนหลอดไฟหน้า
1. สวมถุงมือ ป้องกันของมีคมบริเวณรอบๆ
2. ถ้าเนื้อที่ไม่พอเพราะมีชิ้นส่วนในเครื่องยนต์เกะกะ ค่อยๆ ถอดออกเท่าที่จำเป็น
3. ดึงปลั๊กไฟที่อยู่บริเวณหลังโคมไฟออกก่อน
4. ค่อยๆ ดึงตัวกันฝุ่นออกอย่างช้าๆ
5. เมื่อดึงออกแล้วให้มองหาตัวยึดขั้วหลอดไฟ โดยต้องดูและจำว่าลอคแบบไหน
6. ค่อยๆ กดตัวลอคขั้วหลอดไฟพร้อมกับดันขึ้น ให้หลุดออกมา
7. จับบริเวณขั้วหลอดไฟ แล้วค่อยๆ ดึงออก ห้ามจับตัวหลอดไฟเด็ดขาด !
8. นำหลอดไฟใหม่ออกมา โดยต้องเป็นชนิดเดียวกัน คือ แบบ H4
9. จับบริเวณขั้วหลอดไฟ สังเกตติ่งที่ยื่นออกมา 3 ขา จะมีขาหนึ่งอยู่ตรงกลาง และอีก 2 ขาจะติดกัน
10. นำหลอดไฟเข้าไปในโคม โดยหมุนในตำแหน่งพอดีกับเบ้าในโคมไฟ
11. นำตัวยึดขั้วหลอดไฟ เข้าไปยึดกับตัวลอค โดยกดและดันลงต่อเนื่องกัน
12. เชคดูว่าแน่นพอดีกับเบ้าในโคมไฟหรือไม่
13. ใส่ยางกันฝุ่นกลับเข้าที่เดิม โดยต้องกดให้แนบสนิทเท่านั้น
14. นำปลั๊กไฟมาเสียบเข้าที่เดิม เป็นอันเสร็จ

ข้อควรระวัง

ห้ามใช้มือจับบริเวณหลอดแก้วของหลอดไฟเด็ดขาด เนื่องจากภายในหลอดฮาโลเจนมีความร้อนสูงมากถึง 250 องศาเซลเซียส (สูงขนาดเอามาจุดบุหรี่ติดได้) มีปริมาตรภายในต่ำ และคายความร้อนยาก ถ้าโดนนิ้วมือเรา หลอดแก้วจะเกิดคราบมันจากมือ เมื่อเปิดใช้งาน ความร้อนที่สูงมากจากภายในหลอดแก้วจะทำให้คราบมันนั้นเป็นลอยขุ่นดำ ทำให้หลอดขุ่นมัวไม่สว่างเหมือนเดิม ถ้าพลาดเอามือไปโดน ให้ใช้ผ้าสะอาดค่อยๆ เช็ดคราบมันให้หมดไป ส่วนหลอดไฟที่เสียแล้ว ควรใส่ในภาชนะที่แข็งแรง เพื่อที่หลอดไฟจะได้ไม่แตกเวลาถูกกระแทก และควรทิ้งให้เป็นที่ เพราะถือว่าเป็นขยะอันตราย



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2553
คอลัมน์ : DIY…คุณทำเองได้
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/iLGqP

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตรวจเชครถ
ขจัดกลิ่นอับด้วยวิธีธรรมชาติ
อัพเดทล่าสุด
23 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New