บทความ

ฟอร์ด เอฟ-150 เอสวีที แรพเตอร์


หลังจากที่ ฟอร์ด ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับ เอฟ-150 ทรัคทางเรียบถึง 2 เจเนอเรชันด้วยกัน จึงเป็นเหตุผลที่จะนำ เอฟ-150 สายพันธุ์ที่ 3 มาปรับแต่งเพิ่มความแรงที่โดดเด่นในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการรองรับตลาดรถกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ ความเร็วสูง ในสไตล์ “บาฮา 1000” (BAJA 1000) เป็นรถพิคอัพสมรรถนะสูงสำหรับวิ่งบนทะเลทราย ระบบรองรับถูกเซทมาเพื่อรองรับการใช้งานแบบเฮวีดิวที แต่ยังสามารถใช้งานได้ดีในชีวิตประจำวันบนทางเรียบ

แรพเตอร์ ใช้เครื่องยนต์ วี 8 สูบ 24 วาล์ว แคมชาฟท์เดี่ยว ขนาดความจุ 5.4 ลิตร 320 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 50.5 กก.-ม. เป็นตัวเดียวกับที่ติดตั้งอยู่ใน เอฟ-150 โดยไม่ได้ปรับแต่งเพิ่มเติมใดๆ เครื่องตัวนี้ใช้เทคนิคในการเปิดวาล์วไอดีที่ให้อากาศและเชื้อเพลิงที่จะเข้ามาในห้องเผาไหม้ทำได้อย่างเหมาะสม เพิ่มพละกำลังในขณะทำการลากจูง หรือขณะใช้รอบสูง มีมลพิษต่ำและใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในส่วนของระบบถ่ายทอดกำลังแบบอัตโนมัติ 6 จังหวะ ก็ไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเติมเช่นเดียวกัน เครื่องยนต์ตัวนี้ได้ถูกส่งไปทดสอบความทนทานจากการเข้าร่วมการแข่งขัน บาฮา 1000

ระบบรองรับก็ยังคงเป็นแบบที่ใช้อยู่ใน เอฟ-150 แต่ได้ปรับปรุงแกนให้มีความยาวเพิ่มขึ้น รวมไปถึงจุดยึดใหม่ เอสวีที ได้ออกแบบการทำงานของระบบรองรับ และเพิ่มความกว้างของตัวรถ จึงทำให้ต้องเปลี่ยนจุดยึดระบบรองรับใหม่ แกน เอ-อาร์มทั้งบนและล่างได้ถูกเปลี่ยนใหม่

จากการเพิ่มขยายความกว้างของตัวรถออกไปถึง 7 นิ้ว มีผลทำให้ระบบรองรับด้านหน้ามีช่วงการทำงานถึง 11.2 นิ้ว ในขณะที่ด้านหลังทำได้ 12.1 นิ้ว รวมไปถึงการเพิ่มความยาวของแกนยึด ชอคอับจาก FOX RACING ที่มีระบบบายพาสส์ภายในตัวชอค มีช่วงการทำงานที่ยาวขึ้นโดยติดตั้งระบบระบายความร้อนในขณะใช้งานอย่างหนักหน่วงด้วย แกนต่างๆ ได้เพิ่มความแข็งแรงมากขึ้น วงล้ออลูมิเนียมขนาด 17 นิ้ว ติดตั้งยางบีเอฟ กูดริช 35 นิ้ว ขนาด 315/70 R17 แบบออลล์ เทอร์เรน เพื่อรองรับการใช้งานรูปแบบต่างๆ จากความสูงที่เพิ่มขึ้นของระบบรองรับ รวมทั้งล้อและยาง ทำให้ แรพเตอร์ มีความสามารถในการปีนป่ายเนินชัน หรือก้อนหินขนาดใหญ่ได้มากขึ้น

การปรับปรุงตัวรถ รวมไปถึงผนังของแคบบรรทุกสัมภาระ มีการติดตั้งกล่องใส่ของระหว่างบังโคลนทั้ง 2 ข้าง บนฝากระบะท้ายรถ แรพเตอร์ มีสีสันให้เลือกมากมาย ทั้งสีขาว, ดำ, ฟ้า และส้ม

ภายนอกที่แตกต่างระหว่าง เอฟ-150 เอสวีที แรพเตอร์ และ เอฟ-150 ที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ กระจังและกันชนด้านหน้า, ช่องดักลม, บังโคลน ฯลฯ

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ควบคุมการทำงานด้วยไฟฟ้า ท่อไอเสียแบบคู่ ติดตั้งระบบชะลอความเร็วโดยอัตโนมัติขณะขับลงที่ลาดชัน (HILL DESCENT CONTROL SYSTEM) ระบบควบคุมการทำงานของคันเร่งและเบรคในขณะที่ต้องขับอยู่ทางที่ลื่นเพื่อความปลอดภัย

เพื่อประสิทธิภาพในการใช้งานบนเส้นทางหฤโหด ปีนี้ เอฟ-150 ได้ออกแบบรถที่มีความกว้างของฐานล้อขนาด 133 นิ้ว ในรุ่น ซูเพอร์แคบ 4×4 ที่มีความสามารถในการลากจูง 2,724 กก. รองรับน้ำหนักบรรทุกได้ถึง 463 กก. และในปี 2010 เอฟ-150 ในรุ่นซูเพอร์แคบ ซึ่งมีขนาดฐานล้อ 133 นิ้วเท่ากัน อยู่ในรุ่น แรพเตอร์

การทดลองขับบนทางเรียบ แรพเตอร์ จะมีบุคลิกที่คล้ายกับ เอฟ-150 ระบบพวงมาลัยยังสื่อสารมายังผู้ขับขี่ได้ไม่ดีนัก การขับขี่บนผิวถนนที่มีลักษณะเป็นลูกคลื่นทำได้ราบรื่นดี พละกำลังของเครื่องยนต์ขนาด 320 แรงม้า มีประสิทธิภาพในการลากตัวรถที่มีน้ำหนักตัวขนาด 2,673 กก. ได้อย่างสบาย ระบบเกียร์เปลี่ยนได้อย่างราบรื่นและนุ่มนวล อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในเมืองโดยเฉลี่ยทำได้ 6.0 กม./ลิตร นอกเมืองทำได้ 7.7 กม./ลิตร นับว่าน่าพอใจสำหรับรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้

ในการทดลองขับบนทางฝุ่นเป็นระยะทาง 99 กม. รถคันนี้ให้การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ระบบพวงมาลัยที่ให้การตอบสนองผู้ขับขี่ได้ไม่ดีนักบนทางเรียบ แต่บนทางฝุ่นกลับให้ความแม่นยำในการควบคุมที่ดีอย่างน่าแปลกใจ การจัมพ์เนินทำได้ดี รวมไปถึงในขณะที่ร่อนลงสู่พื้นด้วย เครื่องยนต์มีข้อได้เปรียบคู่แข่งอยู่มากทีเดียว ระบบรองรับมีการทำงานที่ยอดเยี่ยมการควบคุมรถในขณะลื่นสไลด์ในโค้งยังคงทำได้ดี

พวงมาลัยหุ้มด้วยหนังสีดำ และมีแถบคาดสีส้มที่ด้านบน เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สังเกตจุดกึ่งกลางของพวงมาลัยเมื่อต้องเลี้ยวไปมาหลายรอบอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้หลงในการควบคุมทิศทาง ในเรื่องของการขับขี่มีการปรับปรุงอย่างมากทีเดียว แม้ว่าในบางช่วงเราไม่ได้เป็นผู้ขับขี่ แต่สังเกตการณ์จากเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าพบว่า บนทางฝุ่นไม่มีรถทรัคเดิมๆ จากโรงงานยี่ห้อใดจะทำได้ดีเท่ากับ แรพเตอร์ โดยเฉพาะในจังหวะบัมพ์หรือวิ่งบนทางทุรกันดารแม้ว่าจะใช้ความเร็วกว่า 140 กม./ชม. บนผิวถนนที่เต็มไปด้วยความลื่น

แรพเตอร์ ติดตั้งระบบ RSC (ROLL STABILITY CONTROL) ที่จะทำการคาดเดาการขับเคลื่อนของตัวรถจับอาการโดยเซนเซอร์เพื่อป้องกันการเกิดอาการโอเวอร์สเตียร์โดยจะคำนวณจากความเร็วของรถ, ระบบคันเร่ง, มุมของล้อ ฯลฯ และเมื่อระบบส่งสัญญาณว่าล้อเกิดอาการหมุนฟรี ระบบห้ามล้อจะถูกทำงานโดยอัตโนมัติ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่

ฟอร์ด ออกแบบให้ แรพเตอร์ ได้เปรียบ เอฟ-150 สแตนดาร์ด จากความกว้างตัวรถที่มากกว่าอยู่ 7 นิ้ว โรงงานรถยนต์ส่วนใหญ่จะสร้างรถพิคอัพทรัคโดยเน้นสมรรถนะบนทางเรียบเป็นหลัก ฟอร์ด จึงได้มองเห็นโอกาสทางการตลาดในการผลิตรถไฮเพอร์ฟอร์มานศ์บนทางฝุ่น จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับ เอฟ-150 ในการสร้างความแตกต่างจากรถทรัคสายพันธุ์คู่แข่ง

คุณรู้หรือไม่ ?

ประวัติในการแข่งขันทางฝุ่นของ ฟอร์ด

ฟอร์ด ทำผลงานได้ดีในการเข้าร่วมแข่งขันบนเส้นทางหฤโหดต่างๆ ในปี 2007 สามารถคว้าชัยชนะ 8 ใน 9 ดิวิชัน จนได้รับตำแหน่ง “BEST IN THE DESERT” รวมไปถึง 4 อันดับ ใน CORR (CHAMPIONSHIP OFF ROAD RACING) และจากการเข้าร่วมในรายการ บาฮา 1000 รถ ฟอร์ด 12 คัน ได้รับชัยชนะโอเวอร์ออลล์ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ แม้ว่าเครื่องยนต์จะไม่ได้ผ่านการตกแต่งใดๆ เลย

คุณรู้หรือไม่ ?

เอสวีที (SVT) มีความหมายถึง THE SPECIAL VEHICLE TEAM ซึ่งเป็นหน่วยงานพิเศษจาก ฟอร์ด ที่ตั้งมาจนถึงปัจจุบันรวม 17 ปี ทำหน้าที่พัฒนาด้านสมรรถนะแบบ “ฮาร์ดคอร์” โดยเฉพาะ อดีตในช่วงปี
2002-2004 เอสวีที มีผลงานที่โดดเด่น โดยเข้ามาดูแลการผลิต ฟอร์ด จีที 500 ซึ่งเป็นเวอร์ชันพิเศษของม้าป่า มัสแตง ที่มีตำนานอันยาวนาน



------------------------------
เรื่องโดย : อัฐฒา นายเรือ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2553
คอลัมน์ : ผลทดสอบต่างแดน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/lcdit

บทความที่เกี่ยวข้อง

เอาดี คิว 5 ทีดีไอ กวัตตโร
แจกวาร์ เอฟ-เพศ เอส
เรนจ์ โรเวอร์ เอสวี ออโทไบโอกราฟี ไดนามิค
เอาดี คิว 5 ทีดีไอ ใหม่
โตโยตา ซี-เอชอาร์
อัพเดทล่าสุด
18 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,699,000
2.
2,930,000
3.
679,000
4.
1,290,000
5.
21,890,000
6.
24,900,000
7.
3,090,000
8.
75,000,000
10.
1,545,000
11.
1,465,000
12.
2,390,000
13.
489,000
14.
1,199,000
16.
2,490,000
17.
479,000
18.
939,000
19.
24,500,000
20.
34,000,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th