บทความ

เอกซ์-เรย์ กวัตตโร


แรกเริ่มเดิมทีรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ผลิตมาเพื่อใช้ในพื้นที่ทุรกันดารและในทางทหาร เพราะมีความสามารถในการเข้าถึงภูมิประเทศที่ทุรกันดารได้ง่ายกว่า แต่ภายหลังความสามารถของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ได้ถูกนำมาใช้ในรถยนต์นั่ง และเอสยูวีเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุจากประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนที่สูงกว่า ช่วยในการบังคับควบคุมให้มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยยิ่งขึ้น

ยิ่งในภูมิประเทศที่มีฝนตกชุก หรือมีหิมะ รถขับเคลื่อน 4 ล้อ ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้ง่ายดาย ซึ่งนั่นหมายถึง ความปลอดภัยที่สูงขึ้นด้วย ขณะเดียวกัน วงการมอเตอร์สปอร์ท อย่างการแข่งขันแรลลี รถขับเคลื่อน 4 ล้อ ก็มีความเหมาะสมในการแข่งขันมากกว่า

ปัจจุบันนี้เราจะเห็นว่ารถยนต์หลายรุ่น ทั้งซีดาน เอสยูวี หรือแม้แต่รถสปอร์ทสมรรถนะสูง มักจะมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือกด้วย

ค่ายที่เรากำลังจะแนะนำนี้ ถือว่าเป็นอีกค่ายที่เริ่มต้นระบบขับเคลื่อนในรถยนต์นั่งมานาน ยุคแรกของการเริ่มต้น ถูกมองว่าฟุ่มเฟือย หรือ “เวอร์” แต่เมื่อเวลาผ่านมาถึงปัจจุบัน มันได้พิสูจน์ถึงชื่อชั้น และความไว้วางใจในระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ของค่ายนี้

กวัตตโร ขับ 4 ของ เอาดี

ถ้าเอ่ยถึงระบบกวัตตโร (QUATTRO) ใครๆ ก็ต้องรู้จักว่าเป็นระบบของค่ายรถยนต์จากเยอรมนี นามว่า เอาดี (AUDI) ค่ายนี้เล็งเห็นมานานแล้วว่า ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ในรถซีดานหรือเอสยูวีสมรรถนะสูงๆ นั้น ให้ประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนมากกว่าระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า หรือ 2 ล้อหลังเพียงอย่างเดียว และบอกได้เลยว่า ใครได้ลองแล้วต้องติดใจ

ความสำเร็จของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อนั้น มาจากประสิทธิภาพในการถ่ายกำลัง และการบังคับควบคุมได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย จุดเด่นของระบบนี้ คือ เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา ที่มีการจัดสรรการส่งถ่ายกำลังระหว่างล้อหน้าและหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ การแบ่งกำลังระหว่างล้อหน้าและหลังให้เหมาะสมกับสภาพการขับขี่ มีความจำเป็นมาก เพราะเกี่ยวกับเสถียรภาพ และการทรงตัวโดยตรง

ลองเอากล่องใส่ดีวีดีวางไว้บนโต๊ะเรียบๆ แล้วใช้นิ้วชี้ดันไปข้างหน้าตรงๆ ด้วยความเร็วพอประมาณ จะเห็นว่ากล่องจะเอียงซ้ายเอียงขวาไม่เป็นเส้นตรง นั่นเปรียบได้กับรถขับเคลื่อนล้อหลังนั่นเอง รถขับเคลื่อนล้อหลังที่มีกำลังมากๆ ถ้าออกตัวแรงๆ จะรู้สึกว่ามันเลื้อยไปเลื้อยมา ต้องแต่งพวงมาลัยแก้ และถ้ากลับกันใช้กล่องดีวีดีเหมือนเดิม แล้วใช้นิ้วชี้แตะที่กล่องแล้วลากเข้าหาตัวเองด้วยความเร็วระดับหนึ่ง จะพบว่ามันเคลื่อนที่มาเป็นเส้นตรงกว่า ซึ่งเหมือนกับรถขับเคลื่อนล้อหน้านั่นเอง แต่ถ้าใช้นิ้วดันทั้งหน้าและหลังไปทางใดทางหนึ่ง เหมือนรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ย่อมมั่นคงกว่าแน่นอน

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา จึงต้องมีการพัฒนาการส่งถ่ายกำลังให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการออกตัว เร่งแซง หรือกระทั่งการใช้ความเร็วในโค้ง หัวใจในการแบ่งถ่ายกำลังถือว่ามีความสำคัญมากในรถประเภทนี้ บางจังหวะก็ต้องการพลังในการขับเคลื่อนแบบ 40/60 หมายความว่าล้อหน้า 40 % ล้อหลัง 60 % บางจังหวะก็ต้องการเท่ากันแบบ 50/50 บางจังหวะก็ต้องการ 60/40 เพื่อให้เหมาะกับลักษณะการขับขี่ ณ ช่วงเวลานั้นๆ ปัจจุบันระบบกวัตตโรนั้น พัฒนามาถึงเจเนอเรชันที่ 5 แล้ว อุปกรณ์สำคัญทำหน้าที่ในการแบ่งถ่ายกำลังคือ TORSEN CENTER DIFFERENTIAL แม้จะควบคุมการทำงานด้วยระบบกลไก แต่ถือว่ามีความละเอียดแม่นยำในการแบ่งถ่ายกำลังสูง

ทำไมต้องปรับเปลี่ยนการส่งถ่ายกำลัง ?

ยกตัวอย่างกรณีที่มีการแบ่งถ่ายกำลังตายตัวแบบ 40/60 เมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็ว จะเกิดอาการโอเวอร์สเตียร์ เหมือนรถขับเคลื่อนล้อหลัง ตัวรถจะเกิดอาการท้ายเหวี่ยงออกนอกโค้ง ทางแก้ก็คือ การแปรผันกำลังขับเคลื่อนไปยังล้อหน้าให้มากขึ้น เพื่อดึงรถให้กลับมาอยู่ในการควบคุมและมีเสถียรภาพเหมือนเดิม กลับกันเมื่อล้อหน้าเกิดอาการลื่นไถลทำให้หน้ารถเหวี่ยงออกนอกโค้ง TORSEN CENTER DIFFERENTIAL ก็จะลดกำลังที่ส่งไปยังล้อหน้าให้น้อยลง เพื่อให้ล้อหลังมีแรงยึดเกาะมากขึ้น รถก็จะกลับมาอยู่ในการควบคุม การปรับเปลี่ยนการส่งถ่ายกำลังเกิดขึ้นเร็วมาก เพียงช่วงเวลาที่เรากดคันเร่งแรงๆ หรือเริ่มเลี้ยวมันก็ทำงานแล้ว

แต่นั่นยังไม่ใช่ที่สุด ยังมีอีกระบบหนึ่งที่มีความสำคัญมาก ถูกพัฒนามาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการส่งถ่ายกำลังในล้อหลัง ระหว่างล้อซ้ายและขวาให้เหมาะสมกับสภาพการขับขี่ เป็นการเสริมเขี้ยวเล็บของรถสมรรถนะสูงให้ควบคุมในโค้งได้ดีขึ้น คือ SPORT DIFFERENTIAL พูดง่ายๆ มันก็เหมือนกับเฟืองท้าย ลิมิเทด สลิพ (LIMITED SLIP) ที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า

หลายคนอาจจะงงว่า การแบ่งถ่ายกำลังระหว่างล้อหน้าและหลังยังไม่พออีกหรือ บอกได้เลยครับว่าไม่พอ มันเหมือนกับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ต้องการเฟืองท้าย ลิมิเทด สลิพ เพื่อใช้ในการลุย รถซีดานหรือเอสยูวี ขับเคลื่อน 4 ล้อ ความเร็วสูงๆ ก็ต้องการการแบ่งถ่ายกำลังระหว่างล้อซ้ายและขวาเหมือนกัน

ตามปกติแล้วเมื่อรถอยู่ในโค้ง ล้อด้านในนอกโค้งจะใช้ระยะทางมากกว่า ทำให้ล้อในโค้งหมุนเร็วกว่า การทำให้ล้อซ้ายและขวาหมุนด้วยความเร็วที่ไม่เท่ากันคือหน้าที่ของเฟืองท้าย แต่เฟืองท้ายทั่วไปนั้น ล้อที่อยู่ในโค้งจะมีการยึดเกาะน้อยกว่าความแตกต่างเรื่องของความเร็วในการหมุน จึงมีการนำ ลิมิเทด สลิพ มาใช้ เพื่อถ่ายกำลังจากล้อที่มีการยึดเกาะน้อยไปยังล้อที่มีการยึดเกาะที่ดีกว่า

ส่วน SPORT DIFFERENTIAL ของ เอาดี นั้น ควบคุมด้วย อีซียู ที่ทำงานร่วมกับระบบช่วยการทรงตัว ทำให้มีการจัดสรรการแบ่งถ่ายกำลังได้อย่างฉับไวแม่นยำ เพื่อให้ตัวรถมีเสถียรภาพในการบังคับควบคุมสูงสุด เพราะใช้ชุดคลัทช์แยกอิสระ 2 ชุด สำหรับล้อซ้าย 1 ชุด และล้อขวา 1 ชุด การแบ่งถ่ายกำลังจะเป็นไปอย่างฉับไวในเสี้ยววินาที

ไม่แปลกเลยที่รถซีดานและเอสยูวีของ เอาดี จึงเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีประสิทธิภาพทั้งบนถนนเปียกและแห้ง สังเกตได้จากตัวแรงๆ ของค่าย มักจะเป็นระบบขับเคลื่อนแบบ กวัตตโร เพราะตอบสนองได้ทั้งความเร็ว แรง และการบังคับควบคุมที่เหนือชั้นกว่า



------------------------------
เรื่องโดย : พหล ฯ 30
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2553
คอลัมน์ : รู้ทันเทคนิค
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Dxjbc

บทความที่เกี่ยวข้อง

โพร์เช คาเยนน์ เทอร์โบ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนที่เหนือชั้น
ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ไม่ไกลเกินฝัน
หุ่นยนต์ขับขี่อัตโนมัติ เทคโนโลยีเพื่ออนาคตจาก ฮันเด
คอนทิเนนทัล
คอนทิเนนทัล
อัพเดทล่าสุด
19 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,699,000
2.
2,930,000
3.
679,000
4.
1,290,000
5.
21,890,000
6.
24,900,000
7.
3,090,000
8.
75,000,000
10.
1,545,000
11.
1,465,000
12.
2,390,000
13.
489,000
14.
1,199,000
16.
2,490,000
17.
479,000
18.
939,000
19.
24,500,000
20.
34,000,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th