บทความ

ถ่ายน้ำมันเครื่อง ลองดูได้ ง่ายๆ ไม่เลอะ


การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องด้วยตัวเอง นอกจากจะช่วยคุณประหยัดแล้ว ขั้นตอนในการเปลี่ยนถ่ายก็ไม่ยุ่งยาก สามารถทำเองได้ไม่ต้องง้อช่าง

เครื่องยนต์กับน้ำมันเครื่องต้องพัฒนาตามกันอยู่ตลอดเวลา น้ำมันเครื่องในยุคนี้จึงเป็นของเหลวที่มหัศจรรย์ทีเดียว เพราะต้องทำหลายหน้าที่ในเวลาเดียวกัน แถมแต่ละหน้าที่ล้วนหนักหนาสาหัส อาทิ หล่อลื่น ระบายความร้อน ป้องกันสนิม รวมถึงชะล้างทำความสะอาดชิ้นส่วนของเครื่องยนต์

น้ำมันเครื่องมี 3 ชนิด ได้แก่
1. น้ำมันเครื่องพื้นฐาน (BASE OIL) เป็นน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานเกรดธรรมดาที่ได้จากการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม (น้ำมันที่ได้จากธรรมชาติ) สามารถใช้งานได้ประมาณ 3,000-5,000 กม.

2. น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ (SEMI SYNTHETIC) ผลิตจากการนำน้ำมันสังเคราะห์ SYNTHETICมาผสมกับ BASE OIL โดยมีส่วนผสมของสารสังเคราะห์ในอัตราส่วนที่เหมาะสม เฉลี่ยไม่เกิน 10-15 % สามารถใช้งานได้ประมาณ 5,000-10,000 กม.

3. น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ (FULLY SYNTHETIC) เป็นน้ำมันหล่อลื่นที่ไม่ได้มาจากธรรมชาติ แต่สังเคราะห์ขึ้นด้วยวิธีการทางเคมี ผลิตมาจากสารสังเคราะห์แท้ 100 % ล้วนๆ โดยไม่มี BASE OIL เจือปน ให้การหล่อลื่นและปกป้องได้ดียิ่งกว่า สามารถใช้งานได้ประมาณ 10,000-20,000 กม.

ดูให้ชัดก่อนตัดสินใจ !

น้ำมันเครื่องสังเคราะห์บางยี่ห้อใช้ศัพย์ภาษาอังกฤษว่า SYNTHETIC ไปเลย แม้จะเป็นเพียง SEMI SYNTHETIC เพราะยังคงมีส่วนผสมของ BASE OIL อยู่ เนื่องจากตัวทำละลายสารเพิ่มคุณภาพมีราคาแพง เลยใช้ BASE OIL มาเป็นตัวทำละลาย ทำให้ราคาไม่สูงมากนัก แต่กลับอ้างว่าเป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ และบางทีก็หาทางออกโดยใช้คำว่า SYNTHETIC TECHNOLOGY หรือใช้คำว่า SYNTHETIC ร่วมกับคำอื่นๆ ซึ่งเคยเป็นเรื่องฟ้องร้องกันมาแล้วในสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม ศาลตัดสินให้ใช้คำว่า SYNTHETIC ได้ เพราะส่วนผสมของน้ำมันมีสาร SYNTHETIC เป็นตัวหลัก (เป็นส่วนผสมมากที่สุดในอัตราส่วนต่อ 1 หน่วย) แม้จะมี BASE OIL ซึ่งเป็นปิโตรเลียม ผสมอยู่ด้วยในอัตรา 10-15 % ก็ตามที

ต้องเปลื่ยนน้ำมันเครื่องตอนไหน ?

สมุดคู่มือประจำรถ จะระบุถึงเกรดของน้ำมันเครื่อง และระยะทางที่ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องภายใต้เงื่อนไขปกติมาให้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น เกรดของน้ำมันเครื่องที่ใช้เป็นชนิดไหน ซึ่งส่วนใหญ่เกรดน้ำมันเครื่องจะเป็นตัวกำหนดระยะการถ่ายเป็นหลัก รองลงมา คือ สภาพการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น ถ้าใช้รถในรอบเครื่องสูงบ่อยๆ เดินทางระยะสั้น ขับๆ หยุดๆ จากการจราจร หรือลากจูงบ่อย ก็ควรจะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเร็วขึ้นกว่ากำหนด โดยทั่วไป ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุกๆ 10,000 กม. ส่วนไส้กรองน้ำมันควรเปลี่ยนทุกๆ 10,000 กม. เช่นกัน

อุปกรณ์
1. น้ำมันเครื่องใหม่
2. ไส้กรองน้ำมันเครื่องใหม่
3. บลอคขันนอท
4. ประแจโซ่
5. กรวย
6. ถุงมือ
7. ถาดใส่น้ำมันเครื่องเก่า

ขั้นตอนการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง
1. เปิดคู่มือ ว่ารถของเราใช้น้ำมันเครื่องเกรดไหน และใช้ปริมาณเท่าไร
2. สตาร์ทเครื่องให้เครื่องยนต์อยู่ในอุณหภูมิทำงาน เสร็จแล้วให้ดับเครื่องยนต์ เพื่อให้น้ำมันมีความหนืดที่ใสขึ้น จะไหลออกได้ดี
3. ขึ้นลิฟท์ยกรถ ถ้าไม่มีก็อาจใช้แม่แรงยกรถ แล้วหาไม้มาค้ำตัวถังรถไว้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
4. เปิดฝาเติมน้ำมันเครื่องออกก่อน เพื่อให้อากาศช่วยไล่น้ำมันเก่า
5. ใช้บลอคขันนอทก็อกถ่ายน้ำมันเครื่องออก นอทจะอยู่ตรงบริเวณใต้อ่างน้ำมันเครื่อง โดยอย่าเพิ่งให้หลุดออก
6. นำถาดใส่น้ำมันเครื่องเก่ามารองรอไว้ตรงตำแหน่งที่น้ำมันเครื่องจะไหลออกมา
7. ค่อยๆ ใช้มือ (ควรสวมถุงมือเพื่อป้องกันความร้อน) หมุนถอดนอทอย่างช้าๆ ระวังไม่ให้นอทหล่นลงไปในถาด
8. นำประแจโซ่ขันตัวกรองน้ำมันเครื่องออกอย่างช้าๆ ระวังน้ำมันเครื่องที่ค้างอยู่บริเวณกรองจะหกมาใส่ด้วย
9. ทิ้งไว้ให้น้ำมันเครื่องไหลออกจนหมด
10. นำกรองน้ำมันเครื่องใหม่ออกมา และใช้น้ำมันเครื่องใหม่ทาตรงบริเวณซีลยางรอบๆ เพื่อกันซึม
11. ค่อยๆ ขันกรองน้ำมันเครื่องเข้าไปด้วยมือเปล่า ให้รู้สึกว่าพอตึงมือ
12. ค่อยๆ ขันนอทก็อกถ่ายน้ำมันเครื่องเข้าไปด้วยบลอคให้พอตึงมือ (รถบางรุ่นอาจต้องเปลี่ยนแหวนกันซึมด้วย)
13. นำกรวยใส่ตรงบริเวณท่อเติมน้ำมันเครื่อง แล้วค่อยๆ เติมน้ำมันเครื่องลงไป
14. เชคระดับน้ำมันเครื่องโดยดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องออกมา โดยน้ำมันเครื่องไม่สูงกว่าระดับ F หรือ ขีดบน
15. ตรวจเชคการซึมของน้ำมันเครื่องให้เรียบร้อย
16. สตาร์ทเครื่องยนต์อีกครั้งเพื่อให้ระบบหมุนเวียน แล้วลองเชคระดับน้ำมันเครื่องอีกครั้ง
17. ทุกครั้งที่ถ่ายน้ำมันเครื่องควรจดเลขกิโลเมตร เพื่อจะได้กำหนดระยะเวลาเปลี่ยนน้ำมันเครื่องครั้งใหม่
18. เทน้ำมันเครื่องเก่าใส่แกลลอนให้เรียบร้อย แล้วนำไปทิ้งในที่ที่เหมาะสม

หมายเหตุ:
น้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ควรเก็บในภาชนะที่ปิดมิดชิด หรือนำไปทิ้งตามปั๊มน้ำมันที่มีถังรับน้ำมันเครื่องเก่าอยู่ เขายินดีรับไว้เสมอ เพราะเขาสามารถนำน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วไปขายต่อได้อีกด้วย



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2553
คอลัมน์ : DIY…คุณทำเองได้
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Q2swf

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตรวจเชครถ
ขจัดกลิ่นอับด้วยวิธีธรรมชาติ
อัพเดทล่าสุด
22 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th