บทความ

โค้งสุดท้าย เยี่ยม !


เข้าสู่ฤดูกาลโกยยอดขายกันอีกครั้งหนึ่งแล้ว ตามรอบวัฏจักรการซื้อการขายโดยทั่วไป หากไม่มีงานเข้าจริง ๆ สำหรับไตรมาสสุดท้ายปี 2552 ออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนดังเช่นทุกปีที่ผ่านมา จากเศรษฐกิจโดยรวมที่เริ่มกระเตื้องขึ้น และมีแนวโน้มว่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ

3 เดือนสุดท้ายของปี จัดว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขทั้งของผู้ซื้อ และผู้ขาย เป็นช่วงเวลานาทีที่ผู้บริโภคโดยรวม มีกำลังซื้อสูงที่สุดในรอบปี ซึ่งเป็นมูลเหตุพื้นฐานที่สำคัญให้ได้พบเห็นรถยนต์โมเดลใหม่ ที่มีทั้งใหม่เอี่ยมแกะกล่อง และประเภทเหล้าเก่าในขวดใหม่ ทยอยออกมาเป็นทางเลือกของผู้ใช้กันอย่างหนาตา รวมไปถึงการเปิดแคมเปญใหม่ออกมา เร่งระบายรถยนต์โมเดลเดิมที่อยู่บนโชว์รูมมาช้านาน เพื่อหลีกทางให้กับรุ่นใหม่ที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า

สำหรับเดือนตุลาคมเดือนแรกของไตรมาสสุดท้าย เป็นอีกครั้งหนึ่งของยอดจำหน่ายรถยนต์รุ่นใหม่ในประเทศ รวมทุกประเภท ทุกยี่ห้อ ที่ทะลุหลัก 5 หมื่นคัน/เดือน เป็นครั้งแรกในรอบปี 2552 นี้ โดยตัวเลขยอดจำหน่ายรวมทั้งหมดอยู่ที่ 53,271 คัน ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว เป็นยอดจำหน่ายที่เติบโตสูงขึ้น 8.8 % โดยที่ โตโยตา มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 23,774 คัน เป็น 44.6 % ของตลาดทั้งหมด อีซูซุ ยอดจำหน่าย 10,614 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 19.9 % ฮอนดา 9,009 คัน มีส่วนแบ่งการตลาด 16.9 % นิสสัน 2,615 คัน ส่วนแบ่งตลาด 4.9 % และ มิตซูบิชิ ยอดจำหน่าย 2,231 คันได้ส่วนแบ่งตลาด 4.2 %

นอกจากเป็นความแตกต่างทางด้านยอดจำหน่ายแล้ว ยังแตกต่างกันในด้านความรู้สึกอารมณ์ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั่วไปอีกด้วย เพราะเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เป็นช่วงเปิดตัวของวิกฤตเศรษฐกิจโลกขณะที่เดือนตุลาคมปีนี้ เป็นช่วงเปิดตัวเหมือนกัน แต่เป็นการเปิดตัวอย่างคึกคัก สดชื่น รับกระแสเศรษฐกิจขาขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ส่งผลให้ตลาดรถยนต์ทุกประเภท มียอดจำหน่ายเป็นบวกกันอย่างเกือบถ้วนหน้า จะมีก็เพียงพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มียอดจำหน่ายที่ลดลงจากเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

และที่มีการปรับตัวสูงสุด เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ได้แก่ ตลาดรถยนต์ประเภทรถยนต์อเนกประสงค์ปรับตัวสูงขึ้น 27.9 % มียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 509 คัน รถยนต์อเนกประสงค์ยอดนิยมในเดือนตุลาคมยังคงเป็นโมเดลรุ่นที่พะยี่ห้อ โตโยตา อย่าง วิช/อินโนวา และ อวันซา เป็นต้น ทำยอดจำหน่ายรวมกันได้ 325 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 63.9 % ตามมาห่างๆ ด้วย สเปศแวกอน ของ มิตซูบิชิ ที่มียอดจำหน่าย 119 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาดไป 23.4 %

ถึงแม้รถยนต์ประเภทรถอเนกประสงค์ จะมียอดจำหน่ายที่ปรับตัวเพิ่มมากขึ้นสูงสุด เมื่อเทียบเป็นเปอร์เซนต์กับเดือนตุลาคมปีที่แล้ว แต่ยังหาความโดดเด่นไม่ได้ เพราะปริมาณยอดจำหน่ายของตลาดนี้แทบจะไม่ส่งโดยตรงกับตลาดรวม หากแต่เป็นตลาดรถยนต์ประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ยอดจำหน่ายเมื่อเทียบเปอร์เซนต์ ความแตกต่างกับเดือนตุลาคมปีที่แล้วอยู่ในอันดับที่ 2 ของตลาด ที่มียอดจำหน่ายเพิ่มมากขึ้นสูงสุด เพราะจำนวนยอดจำหน่ายของรถยนต์ในตลาดนี้ กินส่วนแบ่งเกือบครึ่งหนึ่งของตลาดรวมทั้งหมด

ในส่วนของตลาดที่เคยยิ่งใหญ่ อย่างตลาดรถยนต์ประเภทรถพิคอัพ 1 ตัน ที่โดนพิษมรสุมทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และราคาน้ำมันเข้าไปเต็มๆ ทำให้จน ออกอาการซวนเซไปพักใหญ่ ก็เริ่มตั้งหลักปรับกระบวนทัพกันใหม่ได้เข้าที่เข้าทาง ทำให้ยอดจำหน่ายกระเตื้องเพิ่มมากขึ้นโดยลำดับ

สำหรับเดือนตุลาคมยอดจำหน่ายรถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ ที่เป็นเซกเมนท์ที่ใหญ่ที่สุดของตลาดรถยนต์ เพื่อการใช้งานประเภทนี้มีรวมกันที่ 22,169 คัน อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับเดือนตุลาคมปีที่แล้ว กลับเป็นยอดจำหน่ายที่เพิ่มมากขึ้นเพียง 0.1 % เท่านั้น แต่นับเนื่องจากเดือนตุลาคมนี้ไป มีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน จากการที่พิคอัพรุ่นใหม่จาก 2 ค่ายใหญ่ วีโก ของ โตโยตา และ ดี-แมกซ์ ของ อีซูซุ ต่างขึ้นสู่โชว์รูมอย่างเต็มตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทีนี้ก็เป็นทีของผู้ซื้อแล้วว่า จะรักใคร ชอบใคร เพราะต่างก็แจ่มแจ๋วทั้งคู่ ทำให้ต้องมีลุ้นกันจนหยดสุดท้ายว่า ถึงที่สุดแล้ว ใครจะได้เป็นแชมพ์ผู้จำหน่ายพิคอัพขวัญใจมหาชนในปี 2552โดยเฉพาะพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ ที่ผู้ประกวดจากทาง อีซูซุ เมื่อผ่านเดือนตุลาคมไปแล้วออกจะภาษีดีกว่า และในทางตรงกันข้าม พิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ ทาง โตโยตา นำห่างไปหลายช่วงตัว ทำให้สูสีกัน เหลือประมาณในยอดรวมของพิคอัพ 1 ตัน

พิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ แชมพ์ประจำเดือน ตกเป็นของ อีซูซุ สามารถทำยอดจำหน่ายได้ 8,986 คัน เฉือน โตโยตา ไปเพียงปลายกันชนเท่านั้น โดย โตโยตา มียอดจำหน่ายพิคอัพ 1 ตัน เดือนตุลาคม 8,963 คัน ส่วนทางด้านของส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 40.5 % และ 40.4 % ตามลำดับ ในส่วนของยอดจำหน่ายที่ตามมาในอันดับที่ 3 ถึงอันดับที่ 5 ประกอบด้วย นิสสัน 1,742 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 7.9 % มิตซูบิชิ 855 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 3.9 % และมาซดา 527 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 2.4
%

ส่วนพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ เดือนตุลาคมมียอดจำหน่ายรวมกันทั้งสิ้น 1,454 คัน คิดเป็นยอดจำหน่ายลดลงจากเดือนตุลาคมปีที่แล้ว 5.7 % เบอร์ 1 ของตลาดเป็นของ โตโยตา เหมือนกับทุกๆ เดือนที่ผ่านมารวมไปถึงในอนาคต จากยอดจำหน่ายเดือนตุลาคมของ พิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ โตโยตา กวาดเข้ากระเป๋าไปได้สูงถึง 1,009 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาดไปสูงถึง 69.4 % ขณะที่พิคอัพขับ 4 จาก อีซูซุ ถึงจะได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 2 แต่ก็มียอดจำหน่ายอยู่เพียงแค่ 274 คัน เท่านั้นได้ส่วนแบ่งไป 18.8 % อันดับที่สามเป็นของ นิสสัน มียอดจำหน่าย 71 คัน ส่วน มิตซูบิชิ จำหน่ายได้ 44 คัน และพิคอัพขับเคลื่อน 4 ล้อ จาก ฟอร์ด จำหน่ายได้ 38 คัน อยู่ในอันดับที่ 5 ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 4.9 3.0 และ 2.6 % ตามลำดับ

สำหรับตลาดรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ อเนกประสงค์เดือนตุลาคม ความนิยมต่อรถยนต์ของบแรนด์ต่าง ๆ นอกเหนือไปจากรถยนต์ เอสยูวี ของ โตโยตา ที่ผูกขาดความนิยมสูงสุดอย่างต่อเนื่องมาอย่างยาวนานผันผวนแตกต่างไปจากเดือนกันยายนที่ผ่านมา จากยอดจำหน่ายในเดือนตุลาคมทั้งสิ้น 3,541 คันเป็นของ โตโยตา 1,493 คัน คิดเป็น 42.2 % ของตลาดรวม

เอสยูวี ของค่าย มิตซูบิชิ เบียดแซงเบอร์ 2 เดิมของตลาด ฮอนดา ขึ้นมาคว้าอันดับนี้ไปเชยชมได้จากยอดจำหน่าย 656 คัน ส่วนแบ่งตลาด 18.5 % ขณะที่เจ้าของตำแหน่งเดิมนอกจากโดน มิตซูบิชิ เบียดแซงไปแล้ว ยังไม่สามารถทำยอดจำหน่ายสู้กับ อีซูซุ ที่อยู่ในอันดับที่ 3 ได้ ทำให้ต้องหล่นไปอยู่ในอันดับที่ 4 โดยทำยอดจำหน่ายรถยนต์เอสยูวีเดือนตุลาคมได้ 381 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 10.8 %

สำหรับ อีซูซุ ยอดจำหน่ายอยู่ที่ 605 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 17.1 % ซึ่งก็ทำให้ยอดรวมสะสมของทั้งมิตซูบิชิ ฮอนดา และ อีซูซุ อยู่ในระดับที่ 4 พันคันขึ้นไป ทั้ง 3 บแรนด์ยังไม่นิ่ง สำหรับอันดับ 2, 3, 4 เมื่อจบฤดูกาลจำหน่ายปี 2552 ต้องลุ้นกันต่อไป แต่ เชฟโรเลต์ เป็นที่แน่นอนแล้วสำหรับเจ้าของตำแหน่งทำยอดจำหน่ายรถยนต์ เอสยูวี ได้มากที่สุดประจำปี 2552 เป็นอันดับที่ 5 เดือนตุลาคมจำหน่ายไปได้อีก 180 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 5.1 %



------------------------------
เรื่องโดย : ขุนสัญจร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2553
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/YkV1t

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
21 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
14,900,000
2.
3,699,000
3.
2,930,000
4.
679,000
5.
1,290,000
6.
21,890,000
7.
24,900,000
8.
3,090,000
9.
75,000,000
11.
1,545,000
12.
1,465,000
13.
2,390,000
14.
489,000
15.
1,199,000
17.
2,490,000
18.
479,000
19.
939,000
20.
24,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th