บทความ

เย็นไว้โยม


ผมไม่เถียงหรอกว่า รถยนต์สมัยนี้ ทั้งรถนั่ง รถกระบะ รถตู้ สามารถแล่นฉิวเกินร้อยทั้งนั้น

ถามว่าปลอดภัยไหม เชื่อว่าท่านที่เคารพ แม้ไม่ใช่ประธานสภาอะไรนั่นก็ตาม คงตอบเป็นทำนองเดียวกันว่า “ไม่ค่อยปลอดภัย”

ที่เป็นยังงั้น ขึ้นอยู่กับฝีมือคนขับ สภาพถนน สภาพการจราจร การดูแลรถก่อนเอามาขับ สภาพภูมิอากาศประการสุดท้าย คือ ดวงหรือชะตาของแต่ละผู้คน

ด้วยเหตุฉะนี้ การขับรถช้าลงหน่อย ไม่เกินร้อย เป็นเรื่องดี ช่วยยืดอายุรถ และคน ช่วยประหยัดน้ำมันประหยัดเงินในทุกๆ ทาง

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ การขับรถในประเทศไทย ซึ่งอยู่ในภาวะระส่ำระสาย ชาวบ้านนั่งอกสั่นขวัญหาย เพราะนักการเมืองพยายามลากลงเหวซะให้ได้ ใช่ว่าจะขับรถไม่เกินร้อยได้เสมอไป โดยเฉพาะการขับทางยาวนี่คือเรื่องจริง ผมโดนเป็นประจำ

คือยังงี้ครับ อยู่บนถนนเมื่อไร พอที่จะควบได้เมื่อไร รถแทบทุกชนิด ต้องเร่งความเร็วเกินร้อยแทบทั้งนั้นนี่คือปัญหา ถ้าเราขับรถอย่างมีสติ ระมัดระวัง ไม่เสี่ยง ไม่ให้เกินร้อยเมื่อไร หมายถึง โดนรถต่างๆไล่บี้ตลอดเวลา ไม่ว่าอยู่เลนไหน รถของเรากลายเป็นสิ่งเกะกะกีดขวางรถอื่นๆ ไปซะ

ผลที่สุดต้องเหยียบคันเร่งจนเกินร้อย เพราะรำคาญรถคันอื่นๆ ที่เขา “ซิ่ง” ทั้งนั้น เท่ากับโดนบังคับให้เสี่ยงชีวิตกับเขาด้วย ต่อเมื่อมีด่านตำรวจเจ้าของท้องที่ หรือตำรวจทางหลวง คอยรีด เอ๊ย…คอยตรวจสอบ ไม่ให้ขับรถเร็วฝ่าฝืนกฎจราจรตามจุดต่างๆ จึงพากันเพลาลงหน่อย พอพ้นไปไม่กี่สิบเมตรก็ตั้งหน้าตั้งตาจ้ำอ้าวอย่างเคย

ไม่รู้นะ ถ้าผู้บริหารบ้านเมืองว่างเว้นจากการฟัดกันกัดกัน การแก้ไม่แก้รัฐธรรมนูญเมื่อไร ขอได้โปรดหยิบยกเรื่องที่ผมปรารภข้างต้น มาพิจารณาตามขั้นตอนด้วยนะครับ ว่าควรจัดการอย่างไรหรือไม่เพราะประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลาย ต่างจำกัดความเร็วบนท้องถนนอย่างเคร่งครัดทั้งนั้นเพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ส่วนของเราละเลยมาโดยตลอด จนเป็นที่รู้กันว่าขา “ซิ่ง” จากประเทศต่างๆ คันไม้คันมือเมื่อไร ต้องบินมาเมืองไทย เพื่อเหยียบคันเร่งให้สมใจอยากเป็นยังงั้นจริงๆ ครับ

ไปว่ากันเรื่องคดีความของเราอย่างเคย จะได้รู้ว่า การขับรถบนท้องถนน บางครั้งก่อให้เกิดเรื่องซวยกันเป็นแถบ ดังเช่นคดีนี้

เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ “ท่านตรงเผง” ตำแหน่งผู้พิพากษาศาลด่านที่ 2 เรียกท่านเพื่อให้เกียรติซะหน่อยท่านขับรถส่วนตัวไปบนถนนใน กทม. อีท่าไหนไม่รู้ “นายรามเกียรติ์” อาชีพขายผ้า สอดคล้องกับชื่อของตน ขับรถส่วนตัวเช่นกัน กระทุ้งท้ายรถของ ท่านตรงเผง เข้าให้

ต่างลงจากรถมาเหล่ดูพาหนะของตน อีท่าไหนไม่รู้ เกิดล้งเล้งกันขึ้นมา ซึ่งเป็นเรื่องปกติของกรณีอย่างนี้เพราะต่างหัวเสีย ทำไปทำมา นายรามเกียรติ์ ถึงกับลงไม้ลงมือไปตบเข้าที่ต้นคอของ ท่านตรงเผง เข้าให้เชื่อว่า นายรามเกียรติ์ คงไม่ทราบว่า ท่านตรงเผง เป็นใคร

ยังดีที่ ท่านตรงเผง ไม่ใช่นักเลงจำพวกมีสี หรือไม่มีสี จึงไม่มีรายการชักปืนออกมาสลัดกระสุนใส่ฝ่ายตรงข้าม แต่ท่านใช้วิถีทางตามกฎหมาย ไปแจ้งความเอาผิดทางอาญากับ นายรามเกียรติ์ ที่โรงพัก

หนังสือพิมพ์เข้ามาแจมตามถนัด ลงข่าวออกแนวหวือหวา ทำนองว่า ท่านตรงเผง ใช้กำลังกับคู่กรณีเช่นกัน เพราะพ่อค้าผ้าแจ้งความยังงั้น ต้องประกันตัวชั้นโรงพัก เป็นเหตุให้ ท่านตรงเผง ทนไม่ได้ เพราะมันไม่เป็นความจริง ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงตุลาการ จึงเล่นซะอีกคดีหนึ่ง แจ้งความเอาผิดหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นที่โรงพัก ข้อหาหมิ่นประมาท

ตัวละครที่ความซวยถามหาอีกราย คือ “ท่านสำนวน” ซึ่งเป็นอัยการเจ้าของสำนวนคดีหมิ่นประมาทส่องดูแล้วเห็นว่า หนังสือพิมพ์ลงข่าวเกินเลยไปหน่อยก็จริง แต่ในทำนองคาดคะเน ไม่ได้มีเจตนาหมิ่นประมาท มีคำสั่งไม่ฟ้องหนังสือพิมพ์ และ บก. ท่านตรงเผง ทราบเรื่องเกิดความยัวะ และไม่รอช้าหาทนายมายื่นฟ้อง คุณสำนวน อัยการเจ้าของคดีหมิ่นประมาท ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและข้อหาช่วยเหลือผู้ต้องหาไม่ให้ต้องโทษคดีอาญา เรียกว่านานๆ จะมีแบบนี้สักที

ท่านสำนวน ผู้เป็นอัยการ ตกเป็นจำเลยในคดีอาญา เพราะโดน ท่านตรงเผง ผู้พิพากษาเล่นงาน ต้องแก้เกม ด้วยการยื่นคำให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ยืนยันว่าใช้ดุลยพินิจสั่งคดีชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

ตุลาการศาลชั้นต้นพิจารณาตามเนื้อผ้า เห็นว่า อัยการสำนวน ต้องสั่งฟ้องหนังสือพิมพ์ข้อหาหมิ่นประมาทท่านตรงเผง ตามที่ ท่านตรงเผง กล่าวหา เพราะคดีมีพยานหลักฐานเพียงพออย่างเห็นๆ จึงตัดสินเอาผิดตามฟ้อง แต่ลงโทษข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 1 ปี ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกรอลงอาญาไว้ 1 ปี

อัยการสำนวน ดิ้นรนให้พ้นผิด ยื่นอุทธรณ์ขึ้นไป ยืนยันว่าสั่งคดีตามเนื้อผ้าตามดุลยพินิจ

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษาแก้ ลงโทษ ท่านสำนวน ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเท่านั้นแต่วางโทษเท่าที่ศาลชั้นต้นว่าไว้

จำเลย คือ ท่านสำนวน เล่นเกมยาว ยื่นฎีกาขึ้นไปโดยอัยการสูงสุด เซ็นอนุญาต ยืนยันว่าไม่มีความผิด

ศาลฎีกาเหล่ดูคดีนี้แล้ว ชี้ขาดออกมาว่า หนังสือพิมพ์ลงข่าวแบบใส่สีตีไข่เกินไป ข้อนี้ผมว่าเองไปบอกว่า ท่านผู้พิพากษาตรงเผง โดนพ่อค้าแจ้งความเอาผิด ต้องใช้ตำแหน่งประกันตัวชั้นโรงพักซึ่งไม่เป็นความจริง ย่อมทำให้ ผู้พิพากษาตรงเผง เสียหายอย่างเห็นๆ เท่ากับว่าเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ไปทะเลาะกับพ่อค้าผ้ากลางถนน จนโดนคดีต้องมีประกัน

การสั่งคดีของอัยการข้อหาหมิ่นประมาท แม้มีอิสระสามารถใช้ดุลยพินิจได้ แต่ต้องอยู่บนเหตุผลข้อเท็จจริงที่ปรากฏ เมื่อหนังสือพิมพ์กระทำการเข้าข่ายหมิ่นประมาท อัยการสั่งไม่ฟ้องจึงไม่ชอบมีความผิดตามที่ ท่านตรงเผง ฟ้องมา

ศาลฎีกาจึงพิพากษายืน เอาโทษตามที่ศาลล่างว่าไว้

ไม่หนักหนาหรอกครับ เพราะศาลออมไม้ออมมือพอสมควร โทษจำคุกให้รอลงอาญา จ่ายเฉพาะค่าปรับสองพันบาทเท่านั้น หน้าที่การงานของ อัยการสำนวน คงไม่กระเทือนซาง เท่ากับเป็นการประลองกำลังกันนิดๆ หน่อยๆ ระหว่างฝ่ายยุติธรรมทั้งสองหน่วย พอหอมปากหอมคอ แก้เซ็ง

สิ่งที่ผมอยากสะกิดสะเกา คือ การขับรถบนท้องถนน ควรท่องคาถา “เย็นไว้โยม เย็นไว้โยม” ให้เยอะๆไม่งั้นอาจเบรคแตก มีเรื่องกันกลางถนน ดังที่เป็นข่าวอยู่เสมอ ล่อกันถึงเป็นถึงตายก็บ่อย

ยิ่งในตอนนี้ นักการเมืองกำลังก่อฟืนสุมไฟใส่บ้านเมือง จนจะลุกเป็นไฟ เราท่านต่างรู้สึกไม่เอนจอยชีวิตเพราะไม่รู้ว่าบ้านเมืองจะไปยังไง จึงเกิดเรื่องได้ง่ายๆ นะครับ

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3509/2549



------------------------------
เรื่องโดย : ณรงค์ นิติจันทร์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2552
คอลัมน์ : รู้ไว้ใช่ว่า
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/hd7Th
อัพเดทล่าสุด
21 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
14,900,000
2.
3,699,000
3.
2,930,000
4.
679,000
5.
1,290,000
6.
21,890,000
7.
24,900,000
8.
3,090,000
9.
75,000,000
11.
1,545,000
12.
1,465,000
13.
2,390,000
14.
489,000
15.
1,199,000
17.
2,490,000
18.
479,000
19.
939,000
20.
24,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th