บทความ

ขี่บักกี ที่เขายายเที่ยง เปิด “ซิง” แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ใกล้กรุง


“เขายายเที่ยง” ไม่เคยมีชื่อเสียงมาก่อน แต่กลับโด่งดังขึ้นในปี 2549 จากคดีปกปิดทรัพย์สินของอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหหนึ่ง ซึ่งโดนพิษสงการเมืองเล่นงาน แม้เขายายเที่ยงจะแปดเปื้อนจากประเด็นผลประโยชน์ แต่ธรรมชาติที่นี่กลับบริสุทธิ์สดใส ทั้งที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง

การเดินทางครั้งนี้เป็นช่วงที่ประจวบเหมาะ ที่สหายเก่าซึ่งเป็นอดีตทีมงานของเรา ผันตัวเองไปตั้งรกรากจัดที่ทางทำมาหากินให้ตัวเองและครอบครัว หลังจากเบื่อแสงสีของเมืองกรุง การเดินทางค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่จึงเกิดขึ้น

“ชีวิตอิสระ” ฉบับนี้ นำเสนอสถานที่เที่ยวใหม่ไม่ไกลกรุง ในอาณาบริเวณ “เขายายเที่ยง” อ. สีคิ้ว จ. นครราชสีมา ซึ่งนอกจากจะมีทัศนียภาพที่สวยงาม ยังมีโอโซนติดอันดับ 8 ของโลก ที่กินเนสส์ บุค ออฟ เวิร์ลด์ เรคอร์ดส์ ได้สำรวจเอาไว้ พร้อมเรื่องราวน่าสนใจอีกมากมาย

ใกล้ถึงเทศกาลปีใหม่ ที่ทุกท่านเฝ้าฝันรอวันหยุดพิเศษประจำปี เพื่อพักผ่อน รวมทั้งชาร์จพลังให้แก่ร่างกาย หลังจากเหน็ดเหนื่อยในการทำงานมาทั้งปี หากยังหาที่ไปไม่ได้ ผมแนะนำ “เขายายเที่ยง” ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพ ฯ ไม่ถึง 200 กม. แต่บรรยากาศและแหล่งท่องเที่ยวไม่แพ้ที่อื่นๆ แน่นอน การเดินทางก็สะดวกสบาย ทริพนี้ยังได้พลพรรคจากกลุ่ม JUNGLE JUMP ซึ่งนำรถบักกี มาให้เป็นพาหนะในการเดินทางค้นหาสถานที่ต่างๆ รอบบริเวณเขายายเที่ยง เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการเดินทางที่สนุกและท้าทายจริงๆ

ผมใช้รถ ฮอนดา ซีอาร์-วี 2.0 ไอ-วีเทค เดินทางจากถนนมิตรภาพ กม. ที่ 196 เลี้ยวเข้าทางสวนเมืองพร และเดินทางต่อจากปากทางอีก 14 กม. ก็เข้าสู่อาณาบริเวณของเขายายเที่ยง ซึ่งมีทั้งเขายายเที่ยงฝั่งเหนือ และฝั่งใต้ สถานที่แรกซึ่งจะไปต่อ คือ โรงไฟฟ้าพลังงานลม ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

 

โรงไฟฟ้าพลังงานลม
ชมวิวสวยๆ บนยอดเขา

โรงไฟฟ้าพลังงานลม อยู่บนยอดเขายายเที่ยงฝั่งเหนือ บริเวณอ่างเก็บน้ำของเขื่อนลำตะคอง ลักษณะเด่นของโรงไฟฟ้าแห่งนี้ คือ กังหันลมขนาดใหญ่ 2 เครื่อง มูลค่าถึง 145 ล้านบาท เทคโนโลยีจากประเทศเยอรมนี สูง 68 ม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 64 ม. ในอนาคตการไฟฟ้าฝ่ายผลิตจะเพิ่มจำนวนกังหันทั้งหมดถึง 15 ชุด รวมถึงจะเนรมิตสถานที่แห่งนี้ให้เป็นทุ่งกังหันลม ซึ่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ทิวทัศน์โดยรอบมองเห็นเขื่อนลำตะคอง และเทือกเขาใหญ่ แบบเต็มๆ ตา ขอบอกว่าที่ตรงนี้สวยงามไม่แพ้จุดชมวิวใดที่มีในบ้านเรา พอได้เมฆหมอกมาประกอบฉากด้วยละก็…แจ่ม

 

โฮมสเตย์ สไตล์โมเดิร์น
แสงสียามค่ำคืนเมืองปากช่อง

หลังจากชื่นชมกับทัศนียภาพที่โรงไฟฟ้าพลังงานลม ผมจึงเดินทางต่อเพื่อไปยังที่พัก ถ้าในสภาพเส้นทางปกติ จะใช้เวลาประมาณ 20 นาที แต่หลังจากโดนฝนกระหน่ำไประลอกใหญ่ ดินลูกรังที่อัดแน่น ในตอนนี้กลายสภาพเป็นเส้นทางที่สาหัส พื้นผิวโดยทั่วเป็นแบบดินมันปู พอให้ล้อของรถได้ปั่นฟรี จนบางครั้งมีอาการเซถลาไปที่ไหล่ทางให้หวาดเสียวเล่น หนำซ้ำยังมีหมอกปกคลุมตลอดเส้นทาง

สักพักใหญ่จึงมาถึง ณ ที่พัก ภายใต้ชื่อ “ยิปซี ฮัท” โฮมสเตย์ สไตล์โมเดิร์น ถอดแบบจากกระท่อมของพวกยิปซี ปลูกติดกันเป็นกลุ่มก้อน กระท่อมทุกหลังถูกจัดวางให้มองเห็นเมืองปากช่องทั้งเมือง ภาพตอนพลบค่ำสวยงามไร้ที่ติ ดวงไฟสว่างไสว หลายพันดวง ทำให้ช่างภาพประจำทริพหลงเสน่ห์กับทิวทัศน์ไปชั่วขณะ ใช้เวลากดชัทเตอร์นานพอควร ก่อนจะมีพาร์ทีเล็กๆ กับสหายเก่า ผู้ดูแลที่พักในแบบเป็นกันเอง

 

นั่งรถบักกี
ท่องผาหินชัน เที่ยวทุ่งผืนใหญ่

เช้าวันใหม่ตื่นมาพร้อมลมหนาวพัดเป็นระลอก สัญญาณสำคัญบ่งบอกว่าฤดูกำลังเปลี่ยน โชคดีที่เตรียมเสื้อกันหนาวติดตัวมา

จากคำบอกเล่าของสหาย สถานที่ที่เราอยู่ ณ ตอนนี้ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 800 ม.ในฤดูหนาวอุณหภูมิต่ำที่สุดอยู่ประมาณ 5-8 องศาเซลเซียส ในช่วงประมาณเดือนธันวาคม-มกราคมของทุกปี เหลือบตาไปมองเธอร์โมมิเตอร์ริมผนัง อุณหภูมิอยู่ที่ 20 องศาเซลเซียส สำหรับผม อากาศในตอนนี้ถือว่ากำลังดีเหมาะกับร่างกายของผมที่สุดแล้ว

เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเรื่อยๆ จากบริเวณหน้าที่พัก พร้อมกับพาหนะใหม่ คือ รถบักกี รวมถึงสมาชิกจากกลุ่ม JUNGLE JUMP รับหน้าที่เป็นสารถีพาพวกเราไปค้นหาสถานที่ต่างๆ รอบเขายายเที่ยง โดยเริ่มจาก

 

ทุ่งเขายายเที่ยง
ทุ่งหญ้าเขียวขจี เนินเขากว้างใหญ่

จากที่พักมุ่งตรงไปที่ทุ่งเขายายเที่ยง ระยะทางประมาณ 10 กม. ถือว่าเป็นการวอร์มร่างกายไปในตัว เส้นทางนั้นมีทั้งหลุม บ่อ เสมือนกับเส้นทางตามชนบททั่วไป คิดในใจว่าอวัยวะภายในคงสั่นคลอนตามสภาพเส้นทางแน่นอน เพราะบ่อยครั้งที่ใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อเป็นพาหนะ หากไปเจอเส้นทางโหดๆ ก็จะมีอาการจุกแน่นท้องเสมอ แต่รถบักกี นั้นเล็กกว่า ระบบรองรับเป็นรูปแบบของชอคอับ และขดสปริงง่ายๆ แต่ก็ไม่สะเทือนมากนัก ผู้ออกแบบกระจายจุดรับน้ำหนักได้เป็นอย่างดี

ราว 20 นาที ก็เดินทางมาถึง “ทุ่งเขายายเที่ยง” ลักษณะเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี สลับกับเนินเขาหลายเนินพอมีลมพัดมา ดอกหญ้าก็ปลิวตามลม สร้างบรรยากาศโรแมนทิคไม่หนีทุ่งหญ้าในประเทศแถบตะวันตก ซึ่งพบเห็นได้ตามโพสการ์ด

 

ผาไทรงาม
ดูวิวปลายทาง ชมเทือกเขาใหญ่เต็มตา

ปลายทางของทุ่งเขายายเที่ยง จะพบกับจุดชมวิวอีก 1 จุด ที่เรียกกันว่า “ผาไทรงาม” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ผาต้องรัก ลักษณะโดยทั่วเป็นผาหินซ้อนกัน และมีต้นไทร เด่นตระหง่านอยู่ 1 ต้น ทิวทัศน์เบื้องหน้า คือ เทือกเขาใหญ่ มองเห็นเด่นชัด ซ้ายมือจะเห็น เขาแผงม้า ในเขตจังหวัดปราจีนบุรี ได้อีกด้วย เราใช้เวลาพักและดื่มด่ำกับโอโซนอันบริสุทธิ์ติดอันดับ 8 ได้สักพักใหญ่จึงออกเดินทางกันต่อ

 

ขึ้นเขา ลงห้วย
ไปกับบักกีคันจิ๋ว

จากจุดชมวิวบน “ผาไทรงาม” กลุ่ม JUNGLE JUMP อาสาพาเราไปลุยในรูปแบบเส้นทางปิด อุปสรรคแรกจะเป็นในรูปแบบการขับขี่ไต่ขึ้นหน้าผาชัน หากพลาดคงร่วงไม่เป็นท่า ดูจากสายตาแล้วความลาดชันอยู่ที่ประมาณ 45 องศา ผู้ขับเร่งเครื่องยนต์ขนาด 900 ซีซี ค่อยๆ ทะยานไต่เนินเขาไปเรื่อยๆ แต่ต้องมาหยุดเอาช่วงกลางเพราะรถติดหล่ม สักพักเสียงตะโกนจากรถบักกีอีกคัน บอกว่าให้ลงมาช่วยกันก่อน จากนั้นก็ลงมือยกรถออกจากหล่มแล้วก็ไปต่อ

แปลกดีครับ ออกทริพมาก็บ่อยครั้ง ที่ผ่านมาก็มีวินช์เป็นตัวช่วย แต่นี่เปลี่ยนจากแรงดึงของมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นแรงยกแรงดันของพลังงานคน กับน้ำหนักของตัวรถประมาณ 400 กก. เท่านั้นเอง เหนื่อยและสนุกไปอีกแบบเพราะกว่าจะผ่านไปได้ เล่นเอาหมดแรงไปตามกัน

จุดทดสอบต่อไป คือ ลำห้วย ถ้าผู้ขับขี่เลี้ยงรอบเดินเบาแล้วน้ำเข้าเครื่องยนต์ก็จบกัน สถานที่ทดลองอยู่ที่ เขายายเที่ยงฝั่งเหนือ จะมีลำห้วยกว้างประมาณ 5 ม. ความลึกของระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 50 ซม. ระยะทางยาวประมาณเกือบ 100 ม. ตอนแรกก็นึกว่าจะไปไม่รอด แต่ก็ไม่มีอุปสรรคใดมาขวางกั้นได้ ติดนิดเดียวที่ว่าน้ำเข้ามาตามรอยเชื่อมต่างๆ ทำให้เปียกปอน ส่วนตัวผมนั้นทึ่งไปกับเจ้าบักกีคันจิ๋วเหมือนกัน นึกว่าจะไปไม่รอด แต่กลับไม่มีปัญหา

 

เขาจันทน์งาม
ถ้ำและภาพเขียนสี 4 พันปี

สถานที่สุดท้ายของทริพนี้ คือ เขาจันทน์งาม อยู่ห่างจาก เขายายเที่ยงฝั่งเหนือ ประมาณ 15 กม. ในสถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์เขาจันทน์งาม ภายในจะมีถ้ำซึ่งมีลักษณะเป็นก้อนหินทรายขนาดใหญ่เรียงซ้อนเป็นแนวขนานกัน และอีกหนึ่งจุดเด่น คือ ร่องรอยอารยธรรมโบราณในรูปแบบของภาพเขียนฝาผนังอายุกว่า 4 พันปี ซึ่งอธิบายการดำเนินชีวิต สัญลักษณ์ต่างๆ และพิธีกรรมในอดีตได้อย่างชัดเจน

ถ้าหากช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ยังหาที่พักผ่อนไม่ได้ ลองเดินทางตามรอย “ชีวิตอิสระ” ดูสักครั้ง เพราะระยะทางที่ไม่ไกลจากเมืองกรุงมากนัก ผนวกกับบรรยากาศแจ่มๆ สุดโรแมนทิคของ “เขายายเที่ยง” และกิจกรรมมากมายที่ท้าทายให้ได้สัมผัส อาจจะทำให้วันหยุดยาวๆ เต็มไปด้วยความสนุก และยังเป็นการชาร์จพลังให้ร่างกายไปในตัวอีกด้วย

 

การเดินทาง

ออกเดินทางจากกรุงเทพ ฯ โดยใช้เส้นทางหลวงพหลโยธิน ถึงแยกเข้าตัวเมืองสระบุรี ให้เลี้ยวขวาไปทางแก่งคอย เข้าสู่ถนนมิตรภาพ ผ่าน อ. มวกเหล็ก และ อ. ปากช่อง ขับต่อไปเรื่อยๆ จนผ่านเขื่อนลำตะคอง ถึงช่วง กม. ที่ 196 ให้เลี้ยวขวาทางปากทางเข้าสวนเมืองพร จากนั้นเดินทางต่ออีกประมาณ 14 กม. จะถึงอาณาบริเวณของเขายายเที่ยง

 

ขอขอบคุณ

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เอื้อเฟื้อรถ ฮอนดา ซีอาร์-วี 2.0 ไอ-วีเทค เป็นพาหนะ
ในการเดินทาง

 

ที่พัก

ภายในบริเวณเขายายเที่ยง มีที่พักในรูปแบบของโฮมสเตย์อยู่มากมาย ความสวยงามและวิวทิวทัศน์นั้นขึ้นอยู่กับสถานที่ แต่ขอยืนยันว่าบรรยากาศทั่วบริเวณเขายายเที่ยงนั้นบริสุทธิ์ และหายใจได้เต็มปอด ยิ่งถ้าได้ไปในช่วงฤดูหนาวนั้น จะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด หากจะไปในรูปแบบที่ต้องการสัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ควรหอบหิ้วเทนท์ และอุปกรณ์แคมพิงไปให้พร้อม เพราะช่วงเช้าตรู่สามารถพบเห็นแม่คะนิ้งเต็มไปหมด



------------------------------
เรื่องโดย : ณัฐเทพ เผ่าจินดา
ภาพโดย : เกรียงศักดิ์ ปันสม
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2552
คอลัมน์ : ชีวิตอิสระ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/6v35g

บทความที่เกี่ยวข้อง

เผชิญหน้างูแห่งป่าโบราณ ใน LITTLE AMAZON
เผชิญหน้างูแห่งป่าโบราณ ใน LITTLE AMAZON
อัพเดทล่าสุด
23 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th