บทความ

กันขโมย ของถูกและดี ไม่มีในโลก !


ระบบกันขโมย เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยประวิงเวลาให้หัวขโมยต้องทำงานนานขึ้น ระบบกันขโมยที่ใช้อยู่ไม่สามารถป้องกันรถหายได้ 100 % ระบบที่สามารถป้องกันได้เกือบเต็มร้อยราคาก็จะแพงมาก และต่อให้แพง หรือซับซ้อนอย่างไร โอกาสถูกขโมยก็ยังมีอยู่ ขนาดรถบางรุ่นที่ใช้กุญแจแบบฝังไมโครชิพ (IMMOBILIZER) ยังถูกขโมยได้เลย นับประสาอะไรกับระบบกันขโมยราคาถูกๆ ที่เราใช้กันเกลื่อน ปัญหาจากระบบกันขโมยที่ไม่มีคุณภาพมีพบเห็นบ่อยครั้ง หลายครั้งปัญหาจากระบบกันขโมยทำให้เสียเวลา และค่าใช้จ่ายในการแก้ไขไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากต้องมีการตัดต่อหรือจัมพ์สายไฟ ซึ่งต้องระมัดระวังและใช้ความรอบคอบในการทำงาน ไม่อย่างนั้นอาจเกิดปัญหาตามมาภายหลังให้พบเห็นได้บ่อยๆ

 

รีโมท หรือกันขโมย

ขอยกตัวอย่างรถใหม่ป้ายแดงก่อนนะครับ เนื่องจากรถสมัยนี้มักจะมีระบบกันขโมย หรือรีโมทมาให้ อย่างแรกต้องศึกษาและตรวจสอบให้ดีก่อนว่ารถคันที่คุณจะซื้อนั้น อุปกรณ์ที่ติดตั้งมาให้เป็น “รีโมทพร้อมระบบกันขโมย” กับ “รีโมทธรรมดา” ที่ใช้เปิดและปิดประตูเพียงอย่างเดียว เราสามารถตรวจสอบได้จากแคทาลอกของรถรุ่นนั้นๆ เนื่องจากผู้ใช้รถจำนวนมากมักสับสนว่า ถ้ามีรีโมทมาให้ นั่นหมายถึง มีระบบกันขโมยในตัว ซึ่งมันไม่จำเป็นเสมอไปนะครับ เพราะบางรุ่นมีรีโมทให้สำหรับใช้ลอค หรือปลดลอคประตูเท่านั้น ไม่ก็มีออพชันปลดลอคฝากระโปรงท้ายให้ด้วย ซึ่งหน้าที่มันก็คือ เป็นแค่รีโมทเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการป้องกันการโจรกรรมเลย

อีกระบบหนึ่ง คือ มีรีโมทพร้อมระบบกันขโมย หมายความว่า นอกจากความสะดวกในการปลดลอคประตูแล้ว ยังมีหน้าที่ป้องกันการโจรกรรมด้วย แต่ระบบกันขโมยของโรงงานนั้น ต้องศึกษาให้ดีว่ามีการทำงานอย่างไร เพราะคำว่า กันขโมย ไม่ได้หมายความว่า จะต้องมีเสียงสัญญาณเตือน หรือที่เราคุ้นเคยกันว่าไซเรนนั่นเอง ติดตั้งมาด้วย เวลาที่มีการรุกล้ำตัวรถจะต้องมีเสียงร้องเตือน ซึ่งคนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าถ้ามีแบบนี้ คือ มีระบบกันขโมย แท้ที่จริงแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้นเสมอไป เพราะรถหลายรุ่น ระบบกันขโมยมีเพียงแค่ระบบกุญแจฝังไมโครชิพ เท่านั้น รีโมทที่มีหน้าที่เพียงปลด/ลอคประตู ถ้ามีการไขด้วยกุญแจผี หรือต่อตรง เครื่องยนต์จะไม่สามารถสตาร์ทได้ เพราะระบบไม่สามารถรับโคดสัญญาณจากตัวกุญแจได้ เมื่อระบบทำงานมันจะตัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ กล่าวคือ เครื่องยนต์จะสตาร์ทไม่ติดเท่านั้นเอง และไม่มีเสียงไซเรนดังเตือนเหมือนหลายๆ คนเข้าใจ

ดังนั้น อยากให้ทำความเข้าใจใหม่ว่า ระบบกันโขมยนั้น ไม่จำเป็นต้องมีไซเรนอย่างที่เข้าใจ แค่เพียงป้องกันไม่ให้ขโมยรถไปได้ ก็ถือว่าเป็นระบบกันขโมยเหมือนกัน

ถ้ารถที่ไม่มีระบบกันขโมย ก็ควรติดตั้งเพิ่ม จะได้ไม่ต้องนั่งเศร้ากันทีหลัง ลอคเบรค, ลอคเกียร์, ลอคคอพวงมาลัย รวมถึงรีโมทพร้อมระบบกันขโมย ควรติดตั้งเข้าไปให้หมด เพราะไม่มีระบบใดสามารถกันได้ร้อยเปอร์เซนต์ ดังนั้นเวลาที่ซื้อรถใหม่แล้วมีระบบกันขโมยติดมาให้ ต้องถามให้ดีด้วยนะครับว่า เป็นกันขโมยหรือเป็นรีโมทอย่างเดียว

สำหรับรถใหม่ๆ ที่เป็นตัวทอพ หรือเป็นรุ่นที่มีราคาค่าตัวแพงๆ หน่อย พวกนี้จะไม่ค่อยมีปัญหานัก เพราะสามารถเชคจากแคทาลอกได้ไม่ยาก แต่ก็มีเจ้าของรถจำนวนไม่น้อยที่ชอบของแถมจากเซลส์ อยากจะบอกว่าระบบกันขโมยเหล่านั้น พร้อมติดตั้งราคาเฉลี่ยราว 2,000-2,500 บาทเท่านั้นเอง ต้นทุนรีโมทราว 1,500-2,000 บาท ค่าแรงติดตั้งก็ราว 500-800 บาท ซึ่งมันคุ้มหรือกับการปกป้องรถยนต์คันละไม่ต่ำกว่า 6-7 แสนบาทที่เพิ่งซื้อมา หรือ พูดกันตรงๆ เลยว่าคุณภาพอุปกรณ์เหล่านี้ค่อนข้างต่ำ อายุการใช้งานไม่แน่นอน ที่เคยพบกับตัวเองมา หลังจากติดตั้งไปไม่ถึง 3 เดือน เนื่องจากกล่องควบคุมมีปัญหา ทำให้ไม่สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ เพราะระบบตัดสตาร์ททำงาน ต้องเสียเวลาลากรถไปที่ร้านเพื่อทำการตรวจเชค การส่งเคลมก็มีปัญหา เนื่องจากนำเข้าโดยบริษัทเล็กๆ ซึ่งปิดไปแล้ว สุดท้ายต้องรื้อทิ้ง เวลาเลือกของแถมอยากจะบอกว่า รีโมทพร้อมระบบกันขโมยควรตัดทิ้ง แล้วไปติดตั้งเองจะดีกว่า เวลาเซลส์บอกมูลค่ามักจะบอกว่า กันขโมยมูลค่า 3,500-4,000 บาท แต่ถ้าเราขอตัดส่วนนี้ออกแล้วลดเป็นเงินสด จะลดได้เพียง 2,000-2,500 บาท ซึ่งเป็นต้นทุนของร้านทั่วไป แต่ถ้าไปเดินแถวคลองถม พันกว่าบาทก็ซื้อมาใช้กันได้แล้ว

 

เลือกกันขโมยอย่างไรดี

อย่าไปเสียดายเงินกับการเลือกระบบกันขโมยดีๆ ครับ เพราะติดแล้วต้องใช้งานอีกนาน อย่างน้อยๆ ก็เท่าอายุรถที่คุณใช้ ซึ่งคนส่วนใหญ่ใช้รถราว 4-6 ปี จะติดกันขโมยทั้งทีต้องเลือกคุณภาพเป็นสำคัญ ระบบกันขโมยดีๆ ราคาอยู่ในราว 4,000 บาทขึ้นไป จนถึงหลักหมื่น ถ้าเราเลือกคุณภาพดีๆ ราคา 5,000-8,000 บาท ก็สามารถใช้งานได้นาน สิ่งสำคัญ คือ จะได้ไม่ต้องมาปวดหัวเวลาระบบรวน แล้วต้องลากรถไปหาร้านทำ ค่าลากรถ ค่าแรงช่าง ก็ราวๆ 2,000 บาทเข้าไปแล้ว หลักการเลือกระบบกันขโมยให้เหมาะกับการใช้งาน ควรเลือกดังนี้

1. ยี่ห้อ ควรเลือกยี่ห้อที่คุ้นหู มีการทำตลาดมานาน และเห็นการโฆษณาอย่างต่อเนื่อง เวลาเราไปร้านอุปกรณ์ประดับรถยนต์ ทางร้านมักจะเชียร์ยี่ห้อโนเนม ราคาราว 3,000-3,500 บาท มากกว่ายี่ห้อดีๆ ที่เป็นอย่างนั้นเพราะเขาต้องการขายของที่ได้กำไรเยอะๆ ของถูกแต่ขายแพง ก็ได้กำไรมาก ส่วนของแพงกำไรน้อย ก็ไม่ยากขาย ดังนั้นควรจะสอบถามราคาจากหลายๆ ร้านก่อนการตัดสินใจ

2. การบริการหลังการขาย ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ถ้าเป็นของผู้ผลิตรถยนต์โดยตรงจะไม่ค่อยมีปัญหาอะไรนัก เพราะศูนย์บริการสามารถให้การบริการ และการช่วยเหลือได้ แต่ถ้าเป็นรีโมทที่เซลส์แถมมาให้ ควรถามถึงใบรับประกัน และคู่มือการใช้งานให้ครบถ้วน เพราะมีผลต่อการใช้งานในระยะยาว ถ้าเป็นรีโมทและกันขโมยที่แถมมา ส่วนใหญ่มักจะเป็นยี่ห้อที่ไม่คุ้นหูนัก แบบนี้ต้องระวังให้ดี เพราะอายุการใช้งานจะไม่ค่อยยาวนานเท่าไร ถ้าเป็นไปได้ให้เขาตัดของแถมที่เป็นรีโมทพร้อมกันขโมยออกไป แล้วไปติดเองดีกว่าครับ การเลือกระบบกันขโมย ควรเลือกจากยี่ห้อที่มีตัวแทนจำหน่ายเยอะๆ เวลามีปัญหาจะได้หาช่างได้ง่าย เงื่อนไขการรับประกันสินค้า หรือการช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา รวมถึงกรรมธรรม์ป้องกันการโจรกรรมด้วย

3. อย่าไปหลงกับออพชันเสริม เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะมีรีโมทหลายยี่ห้อที่มีราคาสูง แต่มีออพชันเยอะ เช่น แจ้งเตือนทางมือถือเมื่อถูกรบกวน หรือตัดสตาร์ทได้จากมือถือ ซึ่งมันไม่ค่อยมีความจำเป็นเพราะเป็นการเพิ่มภาระจนเกินไป และระบบเหล่านี้จะว่าดีมันก็ดี แต่ที่ทำให้เสีย คือ ช่างที่ทำการติดตั้ง หลายครั้งพันสายไม่แน่น อยู่ดีๆ ระบบรวนเฉยๆ ก็มีทั้งๆ ที่ใช้ของดีแถมแพงอีกต่างหาก และจะกลายเป็นว่าเวลาเกิดปัญหาขึ้น จะไล่หาสาเหตุได้ยากเย็น ดังนั้นควรเลือกระบบกันขโมยที่มีคุณภาพไม่ต้องมีออพชันเสริมมากมาย แต่ขอให้เป็นระบบที่ป้องกันการสแกน หรือกอพพี ได้จะดีกว่า

4. ศึกษาการทำงานให้ละเอียด เป็นเรื่องสำคัญมากๆ เพราะระบบจะมีโอกาสรวนได้เสมอ ดังนั้นต้องศึกษาคู่มือเรื่องการใช้งานและการดูแลรักษาให้ละเอียด รวมถึงการแก้ปัญหาจากการใช้งาน บางครั้งเราจะพบว่า แม้เปิดลอคด้วยรีโมทแล้ว แต่พอเปิดเข้าไป สัญญาณกลับดัง ทำอย่างไรก็ไม่หยุดดัง กรณีแบบนี้คู่มือจะบอกการรีเซทระบบไว้ หรือหลังจากสัญญาณเงียบแล้วสตาร์ทไม่ติด ก็จะมีวิธีรีเซทระบบเอาไว้ว่าต้องทำอย่างไร หรือบางรุ่นจะมีปุ่มรีเซทที่ซ่อนเอาไว้ ซึ่งเจ้าของรถจำเป็นต้องรู้ว่าต้องทำอย่างไร หรืออยู่ตรงไหน

 

ทำอย่างไรให้ใช้ได้นาน

ประเด็นแรก คือ เรื่องของการติดตั้ง ยี่ห้อดีๆ ราคาแพงหน่อย มักมาเป็นแบบ PLUG-IN คือ ใส่ได้โดยไม่ต้องดัดแปลงสายไฟ ถอดปลั๊กเก่าใส่ปลั๊กใหม่เข้าไปก็จบ แต่บางจุดก็ต้องตัดต่อ หรือพ่วงสายไฟ เวลาติดตั้งต้องย้ำเตือนช่างว่า จุดที่มีการตัดต่อ หรือพ่วงสายไฟ ต้องทำการบัดกรีทุกจุด เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องการหลุดหลวมของสายไฟ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการใช้งาน และอาจทำให้ระบบรวน

การดูแลรักษานั้นไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนัก โดยปกติรีโมทจะมีให้ 2 ตัว เจ้าของรถควรจะนำมาใช้งานสลับสับเปลี่ยนกันไป อย่าใช้ตัวเดียวจนพัง หรือถ่านหมดแล้วค่อยเปลี่ยนตัวใหม่ เจอมาหลายครั้งที่รีโมทสำรองก็แบทเตอรีหมดเหมือนกัน และรีโมทพวกนี้บางรุ่นบางยี่ห้อก็หาแบทเตอรียากเย็นเสียเหลือเกิน ซึ่งเคยเจอมาด้วยตัวเองว่าแบทเตอรีขนาดที่ต้องการ ในบ้านหม้อก็ยังไม่มีขาย การสลับกันใช้จะช่วยให้รีโมทได้ทำงานอย่างสม่ำเสมอ อายุการใช้งานของรีโมททั้ง 2 ตัวจะยาวนานกว่า ควรระวังไม่ให้รีโมทตกกระแทกแรงๆ เพราะอาจจะทำให้การทำงานผิดพลาดได้ สำหรับคุณผู้หญิงที่ใส่พวงกุญแจไว้ในกระเป๋าถือต้องระวังให้ดี ควรหาช่องเก็บโดยเฉพาะ เนื่องจากอาจเกิดความผิดพลาด เช่น มีสิ่งของในกระเป๋าไปโดนปุ่มปลดลอคโดยไม่ตั้งใจ ทำให้รถเปิดลอคโดยไม่รู้ตัวก็มี

สิ่งสำคัญอีกประการ คือ ต้องศึกษาว่าแบทเตอรีที่ใช้อยู่นั้นเป็นแบบใด พูดง่ายๆ คือ แกะออกมาดูนั่นแหละครับ เรื่องแบทเตอรีนี้ห้ามขี้เหนียวเด็ดขาด เพราะมันจะทำให้คุณเสียมากกว่าราคาแบทเตอรี เปลี่ยนทุกปีเลยจะดีมากไม่ต้องรอให้หมดก่อนแล้วค่อยเปลี่ยน เพราะแบทเตอรีเหล่านี้ไม่มีขายตามร้านสะดวกซื้อ ถ้าไม่อยากเสียเวลา เสียอารมณ์ เปลี่ยนแบทเตอรีก่อนที่มันจะหมดดีที่สุดครับ แล้วต้องระวังเรื่องการตกหล่นของรีโมทให้ดีนะครับ เพราะมันจะบั่นทอนอายุการใช้งานไปมาก เคยมีคนจะซื้อรีโมทเพิ่ม แล้วติดต่อไปที่ตัวแทนจำหน่าย ปรากฏว่า…ไม่มี เขาขายเป็นชุดไม่มีอะไรแยกขาย นั่นเป็นของที่ไม่ค่อยมีคุณภาพ หรือเรียกกันติดปากว่า ของไม่มียี่ห้อ ประมาณนั้น มันจะย้อนกลับไปหัวข้อแรกๆ ว่าให้เลือกของมียี่ห้อหน่อย เพราะนี่ก็คือ หนึ่งในเหตุผลว่าทำไมสมควรจ่ายแพงกว่าอีกนิด ตัวรีโมทเองก็ควรหลีกเลี่ยงอย่าไปวางใกล้กับพวกสนามแม่เหล็ก หรือไว้ในที่ร้อน, ชื้น ฯลฯ เพราะจะทำให้ระบบภายในเสียหายได้ การล้างห้องเครื่อง, ซ่อมเครื่องยนต์, ติดตั้งเครื่องเสียงเพิ่ม ต้องใช้ช่างทำงานให้ระวังๆ เนื่องจากมีกรณีที่ช่างติดตั้งเครื่องเสียงไปยุ่งเกี่ยวกับสายไฟโดยบังเอิญ พอติดเครื่องเสียงเสร็จแล้วรถกลับสตาร์ทไม่ติด

ระบบของรีโมทส่วนใหญ่นั้นจะมีลูกเล่นค่อนข้างหลากหลาย เช่น เมื่อดึงเบรคมือลง ประตูจะลอคอัตโนมัติ เมื่อปิดประตูแล้วเหยียบเบรค ระบบจะลอคประตูอัตโนมัติ หรือเมื่อเปิดประตู ไฟกะพริบทั้ง 4 มุมจะทำงาน ระบบเหล่านี้มักจะเป็นลูกเล่นที่มีมาให้ ซึ่งบางยี่ห้อก็ไปกวนกับระบบเดิมของตัวรถ เช่น รถบางรุ่นประตูจะลอคโดยอัตโนมัติ เมื่อความเร็วเกิน 15 กม./ชม. แต่พอเปลี่ยนรีโมทใหม่เข้าไป ปรากฏว่าไม่ทำงานก็มี หรือทำงานแต่ลอคบ้างไม่ลอคบ้าง และลูกเล่นเหล่านี้มักก่อปัญหาที่ว่า จอดรถติดเครื่องเอาไว้ เปิดประตูลงไป ปิดประตูปั๊บรถลอคเอง ซึ่งจะเจอได้บ่อย เพราะเซนเซอร์ที่ติดตั้งเพิ่มเข้าไปนั้นมีอาการหลวมคลอน หรือเริ่มเสื่อมสภาพ เมื่อเจอแรงกระแทกตอนปิดประตูแรงๆ ก็ทำงาน กว่าจะทำการแก้ไขได้ต้องติดเครื่องอยู่อย่างนั้นหลายชั่วโมงทีเดียว ไม่ควรเปิดใช้ฟังค์ชันเหล่านั้น หรือถ้าจะให้ดีก็ตัดระบบเหล่านั้นออกไปเลยจะดีที่สุด โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็กบางทีเด็กอาจจะเล่นซนไปโดนโดยไม่ตั้งใจก็มี

 

เทอร์โบไทเมอร์ ติดไม่ดี ก็มีปัญหา !

รถที่มีเทอร์โบ เจ้าของมักจะติดตั้งเทอร์โบไทเมอร์เอาไว้ เพราะต้องการช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ เทอร์โบไทเมอร์มีหน้าที่หน่วงเวลาในการดับเครื่องยนต์ เช่น เราตั้งไว้ 3 นาที เมื่อเราบิดสวิทช์กุญแจมาที่ตำแหน่ง OFF แล้ว เครื่องยนต์จะเดินเครื่องต่อตามเวลาที่ตั้งไว้ เคยเจอปัญหาจากการติดตั้งโดยช่างไม่มีความรู้ความเข้าใจพอ เมื่อดับเครื่องแล้วเทอร์โบไทเมอร์ก็ทำงานต่อ แต่ไม่สามารถลอครถได้ เพราะรีโมทไม่ทำงาน เนื่องจากเครื่องยนต์ยังติดอยู่ เจ้าของรถไม่รู้เรื่องทางเทคนิคมากนักก็ทนใช้ไป เพราะช่างบอกว่าระบบของกันขโมยเป็นอย่างนี้เอง ถ้าจะใช้เทอร์โบไทเมอร์ก็ต้องรอจนเครื่องดับก่อนแล้วค่อยลอคประตู แล้วอย่างนี้จะไปติดให้เสียเงินทำไม

อันที่จริงเทอร์โบไทเมอร์ไม่มีความจำเป็นมากนัก เพียงแค่คุณลดความเร็วก่อนถึงที่หมายสัก 2-3 กม. อย่างวิ่งมา 110 ก็ลดเหลือสัก 90 กม./ชม. เวลาในการถึงที่หมายอาจจะเพิ่มขึ้นราว 2-3 นาทีเท่านั้น แต่สามารถลดความร้อน และปรับอุณหภูมิของเครื่องยนต์ให้อยู่ในระดับปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อถึงที่หมายก็ดับเครื่องยนต์ได้เลยทันที

หลายครั้งเทอร์โบไทเมอร์ก็สร้างความสับสน และอันตรายในการใช้งาน บางคนขับรถมาด้วยความเร็วสูงๆ เมื่อจอดก็ตั้งเวลาดับเครื่องไว้ 5 นาที จอดเสร็จก็ดับเครื่องโดยบิดกุญแจกลับมาที่ตำแหน่ง OFF จอดรถเสร็จเกิดเปลี่ยนใจจะเดินทางต่อ ก็ออกรถไปเลยโดยลืมไปว่ากุญแจอยู่ตำแหน่ง OFF ขับไปได้สักพักพอครบ 5 นาทีที่ตั้งไว้เครื่องยนต์ก็ดับกลางอากาศ เมื่อปล่อยไหลเข้าข้างทางก็โทรเรียกช่าง ตัวช่างเองก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องเล็กน้อยเชคโน่นนี่อยู่นานกว่าจะมาลองสตาร์ท ก็สตาร์ทติดเหมือนเดิม มาถึงตรงนี้เจ้าของรถถึงบางอ้อว่า ตัวเองบิดสวิทช์กุญแจมาตำแหน่ง OFF แล้ว พอเครื่องยนต์ดับก็ตกใจ โทรเรียกช่างเลย โดยไม่ได้ตรวจสอบอะไรด้วยตนเองก่อน สุดท้ายเสียค่าเวลาให้ช่างไปหลายร้อยทีเดียว



------------------------------
เรื่องโดย : พหล ฯ 30
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2552
คอลัมน์ : DIY…คุณทำเองได้
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/eP3U7

Follow autoinfo.co.th