บทความ

สถานการณ์ยังคงเดิม แต่แนวโน้มน่าจะดี


ถึงภาพรวมโดยทั่วไปของยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศ เดือนสิงหาคม จะยังดูทรงๆ อยู่บ้าง แต่ในระลอกคลื่นเล็กๆ นั้นยังมีกุ้ง หอย ปู ปลา ที่ทยอยเข้าสู่ตลาดเป็นทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้บริโภคด้วยเช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็นทางเลือกสำหรับคนมีเงินถุงเงินถังอย่าง บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์ 3 รุ่นใหม่ เครื่องยนต์ดีเซล ด้วยราคาที่ดึงดูดใจ หรืออย่างเก๋งระดับชาวบ้าน นิสสัน ทิอิดา รุ่นตกแต่งพิเศษ ที่ซื้อไปแล้วไม่ต้องไปตกแต่งเพิ่มเติมให้เปลืองเนื้อเปลืองตัว แค่ที่เขาให้มาก็แจ่มแล้ว

ขณะที่วงการรถพิคอัพก็มีการทยอยเปิดตัวรุ่นใหม่ออกมาเป็นระยะๆ ทั้งในเดือนนี้ และเดือนต่อๆ ไป โฟคัสความน่าสนใจอยู่ที่การแลกหมัดกันของยักษ์ใหญ่ 2 ค่าย คือ โตโยตา และอีซูซุ ในส่วนของ โตโยตา ชิงความได้เปรียบเปิดตัวไปก่อน สำหรับ ไฮลักซ์ วีโก พรีรันเนอร์ รุ่นใหม่ เครื่องยนต์ใหม่ แรง และประหยัดขึ้น แต่ อีซูซุ ก็มีแผนตั้งรับไม่นาน เพราะเตรียม ดี-แมกซ์ ซูเพอร์ พแลทินัม รุ่นใหม่ ไว้ทะลุทะลวงหัวใจคนรักรถพิคอัพ

ส่วนสมาชิกอื่นๆ ในแวดวงพิคอัพ ก็เปิดทางเลือกใหม่เพิ่มเติมด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น มาซดา บีที-50 มิตซูบิชิ ทไรทัน นิสสัน นาวารา และฟอร์ด เรนเจอร์ เป็นต้น เป็นอันว่าตลาดนี้ปรอทความร้อนแรงระอุสุดขีดแน่นอน ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่จะมาถึงอีกไม่นานนัก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผลประโยชน์ย่อมต้องตกกับเราๆ ท่านๆ ที่กำลังมองหารถยนต์คู่ใจคันใหม่ด้วยเช่นกัน เพราะความสามารถในการต่อรองเงื่อนไขต่างๆ จะมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่จะส่งผลให้เห็นได้อย่างเด่นชัดในเดือนต่อๆ ไป หลังจากที่เกมการตลาดเดินหน้าต่อไป ทั้งในด้านของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และโพรโมชัน แคมเปญส่งเสริมการขายพิเศษ ตามเม็ดเงินงบประมาณที่มีอยู่ของแต่ละบริษัท ซึ่งก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าจะสัมฤทธิ์ผล เป็นไปตามที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่แต่อย่างใด

ขณะที่ในส่วนของยอดการจำหน่ายรถยนต์ในประเทศ เดือนสิงหาคม เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ปรากฏว่าติดลบไปเฉพาะเดือนนี้ 8.2 % ทำยอดจำหน่ายรวมกันทั้งหมดได้ 43,251 คัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการชะลอการตัดสินใจซื้อในส่วนที่กลุ่มเป้าหมายของบแรนด์ใหญ่ระดับหัวแถวนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็น โตโยตา หรือ อีซูซุ ที่ยอดจำหน่ายในเดือนสิงหาคมนี้ แตกต่างจากเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ถึงบแรนด์ละ 1,000 กว่าคัน อันเนื่องมาจากอยู่ในระหว่างผ่องถ่ายสายเลือดใหม่ของรถยนต์ยอดนิยมนั่นเอง

เมื่อดูภาพโดยรวมแล้ว จะเห็นได้ว่าการจำหน่ายค้าขายรถยนต์ใหม่ นับเนื่องต่อนี้ไป น่าจะคึกคักกระปรี้กระเปร่ามากขึ้นกว่าช่วงหลายๆ เดือนที่ผ่านมา เพราะเมื่อเทียบเฉพาะจำหน่ายในปี 2552 นี้ เดือนต่อเดือนแล้ว เริ่มปรากฏยอดจำหน่ายเป็นบวกเพิ่มมากขึ้นๆ เช่น เดือนสิงหาคมก็เพิ่มสูงขึ้นจากเดือนกรกฎาคม ถึงแม้จะไม่มากนัก แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีมิใช่น้อย เป็นต้น

เดือนสิงหาคม โตโยตา เบอร์หนึ่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ มียอดจำหน่ายปีนี้ลดลงจากเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว 1,697 คัน คิดเป็นเปอร์เซนต์ความเปลี่ยนแปลง 8.3 % มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 18,708 คัน โดยที่คู่ปรับสำคัญ อีซูซุ ก็ไม่หนีไปจาก โตโยตา มากน้อยเท่าไร เดือนสิงหาคม 2552 ลดลงจากเดือนสิงหาคม 2551 ถึง 16.8 % สูงที่สุดใน 5 อันดับรถยนต์ที่จำหน่ายได้มากที่สุดในเดือนสิงหาคม

ขณะที่ ฮอนดา นิสสัน และมิตซูบิชิ ที่ทำยอดจำหน่ายอยู่ในอันดับที่ 3, 4 และ 5 ตามลำดับ มีการปรับตัวเพิ่มมากขึ้นจากเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว รวมกันทั้ง 3 บแรนด์แล้วยังไม่เท่ากับการติดลบของบแรนด์หัวแถวเพียงบแรนด์เดียวเสียด้วยซ้ำ ทำให้เมื่อรวมทั้งตลาดแล้วออกมาเป็นตัวเลขที่ติดลบ 8.2 % ดังกล่าวนั่นเอง

หากแยกย่อยออกมาเป็นตลาดรถยนต์ประเภทต่างๆ แล้ว ในเดือนสิงหาคม ตลาดรถยนต์ที่ทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ปรากฏว่าเป็นตลาดรถขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือเอสยูวี โดยมียอดจำหน่ายรวมกันสูงขึ้นกว่าเดือนสิงหาคมปีที่แล้วถึง 25.4 % คิดเป็นยอดจำหน่ายทั้งสิ้น 2,728 คัน ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าสู่ตลาดของ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท เพราะในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท ยังเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ไม่มีตัวตนอยู่จริงในตลาดรถยนต์บ้านเรานั่นเอง มาปีนี้ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท กลายเป็นเอสยูวีสุดฮิท ติดลมบนไปอีกรุ่นหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม เจ้าตลาดของรถยนต์ประเภทนี้ยังคงเป็นของ โตโยตา ที่มียอดจำหน่ายรถยนต์ประเภทนี้สูงถึง 1,124 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 41.2 % ตามมาด้วยเอสยูวียอดนิยมของค่าย ฮอนดา ในรุ่น ซีอาร์-วี จำหน่ายไปได้ทั้งสิ้น 463 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 17.0 % ขณะที่ อีซูซุ ซึ่งมีเอสยูวีอย่าง มิว-7 ที่พะโลโก อีซูซุ และที่เป็นของพันธมิตรทางการค้า รวมกันจำหน่ายไป 436 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาดไป 16.0 % ส่วน มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท มียอดจำหน่าย 392 คัน รับส่วนแบ่งตลาด 14.4 % อยู่ในอันดับที่ 4 ของตลาด และเอสยูวีจาก เชฟโรเลต์ จำหน่ายได้ 129 คัน อยู่ในอันดับที่ 5 ได้ส่วนแบ่งการตลาดไป 4.7 %

ขณะที่ตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ผนวกรวมกับรถอเนกประสงค์ หรือเอมพีวี เทียบกับเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ปรากฏว่ามีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ 1.1 % จากยอดจำหน่ายรวมกันทั้งสิ้น 17,790 คัน แคมเปญสบายดีของ โตโยตา ยังคงทำให้รถเก๋งทั้งรุ่นเล็ก และรุ่นใหญ่ของ โตโยตา มีผู้จับจองเป็นเจ้าของได้อย่างสนิทใจ ไม่ต้องใช้เวลาตัดสินใจเนิ่นนานให้มากความ ถึงแม้ว่าจะเป็นยอดจำหน่ายที่ต่ำกว่าเดือนสิงหาคม 2551 ก็ตามที เดือนสิงหาคมปีนี้ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลของ โตโยตา มียอดจำหน่ายรวมกันเก็บแต้มเข้ากระเป๋าไปได้อีก 8,502 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 47.8 %

ฮอนดา ที่มีแถวรถยนต์นั่งส่วนบุคคลให้เลือกอย่างหลากหลาย ไม่น้อยไปกว่ารถเก๋งของ โตโยตา ทำตัวสวนกระแส โตโยตา เสียอย่างงั้น เดือนสิงหาคมปีนี้มียอดจำหน่ายที่สูงขึ้นกว่าเดือนสิงหาคมปีที่แล้วถึง 15.8 % ทุกโมเดลทุกรุ่นทำยอดจำหน่ายรวมกันได้ 6,366 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 35.8 % ขณะที่เก๋งของ นิสสัน เป็นอีกหนึ่งความนิยมที่เพิ่มมากขึ้นจากปีที่แล้ว โดยได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น 21.1 % จากยอดจำหน่าย 838 คัน ได้ส่วนแบ่งการตลาดไป 4.7 %

แต่สำหรับรถเก๋งของ เชฟโรเลต์ ดูท่าจะคลายมนต์เสน่ห์ไปหรืออย่างไรไม่ทราบ ทั้งที่มีให้เลือกทั้งแบบการใช้พลังงานเชื้อเพลิงธรรมดาสามัญ และพลังงานทางเลือก เพราะยอดจำหน่ายที่ทำได้ในเดือนสิงหาคมปีนี้ เทียบกับสิงหาคมปีที่แล้ว ช่างห่างกันไกลเสียเหลือเกิน สิงหาคมปีนี้มียอดจำหน่ายที่ 344 คัน ขณะที่เดือนเดียวกันของปีที่แล้ว ยอดจำหน่ายสูงถึง 1,181 คัน เป็นเปอร์เซนต์ที่เปลี่ยนแปลงสูงถึง 70.9 % ได้ส่วนแบ่งการตลาดเท่ากับรถเก๋งของค่าย มาซดา ที่มียอดจำหน่าย 332 คัน และมีความเป็นไปได้สูงว่า มาซดา จะขึ้นไปอยู่ในอันดับที่สูงกว่านี้ในเดือนต่อไปเสียด้วย ทั้ง เชฟโรเลต์ และมาซดา มีส่วนแบ่งการตลาดเท่ากันที่ 1.9 %

สำหรับตลาดรถพิคอัพ 1 ตัน ทำท่าว่าจะไปได้ดีในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่พอถึงเดือนสิงหาคม กลับแผ่วลงไปเสียอีกแล้ว เหมือนกับทั้งตลาดพร้อมใจกันถอยลงมาคนละ 1 ก้าว ก่อนที่จะลั่นกลองรบลุยแย่งส่วนแบ่งการตลาดกันแบบเต็มสูบใน 3-4 เดือนหลังของปี เดือนสิงหาคม สิงห์พิคอัพไม่ว่าจะชื่นชอบในแบบของระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ หรือ 4 ล้อ ควักกระเป๋าจับจองเป็นเจ้าของพิคอัพ 1 ตัน ยี่ห้อต่างๆ รวมกันทั้งสิ้น 19,751 คัน ลดลงจากเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว 15.5 % พิคอัพ วีโก ของ โตโยตา มียอดจำหน่ายที่ 8,122 คัน ลดลง 13.1 % แต่ก็ยังครองความเป็นเบอร์หนึ่งของตลาด ด้วยส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 41.1 %

ตามมาเป็นอันดับที่ 2 ด้วย ดี-แมกซ์ จาก อีซูซุ ทำยอดจำหน่ายได้ 7,770 คัน รับส่วนแบ่งการตลาดไป 39.3 % เป็นยอดจำหน่ายที่ลดลงจากเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว 21.0 % นิสสัน เป็นบแรนด์เดียวใน 5 อันดับแรก ที่มียอดจำหน่ายสูงกว่ายอดจำหน่ายของตัวเองในปีที่แล้ว โดยในเดือนสิงหาคมปีนี้ พิคอัพ 1 ตัน รุ่นต่างๆ ของ นิสสันจำหน่ายรวมกันได้ 1,508 คัน เพิ่มมากขึ้น 1.8 % มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 7.6 % แตกต่างจาก ทไรทัน ของ มิตซูบิชิ ที่มีเปอร์เซนต์การปรับตัวลดลงมากที่สุดใน 5 อันดับแรก เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว จำหน่ายไปได้ทั้งสิ้น 819 คัน ลดลง 23.2 % ได้ส่วนแบ่งการตลาด 4.1 % และพิคอัพของ เชฟโรเลต์ มียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 529 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 19.5 % มีส่วนแบ่งตลาด 2.7 %

ในเดือนกันยายน ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนต่อๆ ไปจนถึงสิ้นปี 2552 นี้ยังจะมีรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ออกจำหน่ายอีกมากมายหลายรุ่น และแน่นอนว่าต้องตามมาด้วยแคมเปญส่งเสริมการขายพิเศษ ที่โดนอกโดนใจผู้ซื้อมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ต้องติดตามกันต่อไปว่า ไพ่ใบสุดท้ายของใครที่เมื่อหงายออกมาแล้วทำตัวเป็นนางกวัก เรียกลูกค้าเข้าโชว์รูมได้มากที่สุดต่อไป



------------------------------
เรื่องโดย : ขุนสัญจร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2552
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Iwo65

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
21 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
14,900,000
2.
3,699,000
3.
2,930,000
4.
679,000
5.
1,290,000
6.
21,890,000
7.
24,900,000
8.
3,090,000
9.
75,000,000
11.
1,545,000
12.
1,465,000
13.
2,390,000
14.
489,000
15.
1,199,000
17.
2,490,000
18.
479,000
19.
939,000
20.
24,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th