บทความ

โยชิซึมิ คุราตะ


ฮันเด รถจากแดนกิมจิ กลับมาสร้างชื่อในตลาดเมืองไทยอีกครั้ง ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อย “ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์พิเศษ โยชิซึมิ คุราตะ ประธาน บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ถึงก้าวต่อไปของรถยนต์ ฮันเด

 

ฟอร์มูลา : สถานการณ์ตลาดรถยนต์โดยรวมของปีนี้จะลงเอยอย่างไร ?

คุราตะ : สถานการณ์โดยรวมของอุตสาหกรรมรถยนต์ ยังไม่ค่อยดีนัก เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ตลาดตกลงประมาณร้อยละ 20 คาดว่าจะมีประมาณ 5 แสนคัน ซึ่งน้อยกว่าประเทศมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทย ถือเป็นอุตสาหกรรมสำคัญ ดังนั้น ประเทศไทยต้องหากลยุทธ์ที่จะผลักดันยอดจำหน่ายโดยรวมให้เพิ่มขึ้น และมากกว่ามาเลเซีย

 

ฟอร์มูลา : คุณมองว่าเพราะเหตุใด มาเลเซีย จึงมียอดขายโดยรวมเติบโตมากกว่าไทย และประเทศไทยควรจะแก้ไขในจุดใด ?

คุราตะ : ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก แต่ในความเห็นของผม คนไทยยังมีความต้องการซื้อ ตลาดยังมีโอกาส ซึ่งปัญหาด้านเศรษฐกิจ ปัจจัยทางการเมือง ส่งผลให้คนไม่กล้าตัดสินใจใช้จ่าย หากปัญหาทุกอย่างมีความชัดเจนขึ้น ความต้องการซื้อจะกลับมา อีกส่วนหนึ่งที่กระทบกับยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทย คือ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อยอดจำหน่ายรถพิคอัพ ส่วนรถ อีโคคาร์ ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้ เพราะยังไม่มีบริษัทใดพร้อม แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน เศรษฐกิจกำลังจะฟื้นกลับขึ้นมา น่าจะทำให้คนกลับมาใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น โดยจะเห็นได้ชัดจากการที่โรงงานผลิตรถยนต์ กลับมาเดินสายการผลิตกันมากขึ้น

 

ฟอร์มูลา : สำหรับ ฮันเด เป็นอย่างไรบ้าง ?

คุราตะ : ฮันเด ในปีนี้นับว่ายังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากรถ รุ่น เอช-1 ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยปีที่แล้วมียอดจำหน่ายถึง 900 คัน ทำให้ปีนี้ บริษัท ฯ ตั้งเป้ายอดจำหน่ายโดยรวมประมาณ 1,500 คัน ซึ่งผลจากการเติบโตนี้ มาจากการขยายดีเลอร์ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 16 สาขา และภายในปีนี้ จะขยายเพิ่มเป็น 20 สาขา ทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจมากขึ้น รวมถึงรถของ ฮันเด ถือว่าตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ และมีราคาที่เหมาะสม โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เป็นลูกค้าระดับบีขึ้นไป ซึ่งสภาพเศรษฐกิจ ไม่มีผลกับการตัดสินใจในการซื้อของลูกค้ากลุ่มนี้

 

ฟอร์มูลา : คุณมองว่าภาพลักษณ์ของ ฮันเด เมื่อ 10 ปีที่แล้ว และปัจจุบันเป็นอย่างไร มีจุดอ่อนใดที่ต้องแก้ไขเร็วที่สุด ?

คุราตะ : ผมมองว่าความเชื่อมั่นของลูกค้า กำลังกลับมาอย่างช้าๆ เนื่องจาก เรามีศูนย์บริการเพิ่มมากขึ้น และทุกศูนย์พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าทันที นอกจากนี้ ฮันเด เข้ามาทำตลาดเองในเมืองไทยเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ตอนเข้ามาดำเนินธุรกิจใหม่ๆ เราไม่มีฐานลูกค้าเก่าเลย และใช้วิธีเก็บข้อมูลฐานลูกค้าเก่าจากผู้ที่เข้ามาใช้บริการจากศูนย์บริการ เมื่อได้ข้อมูลว่า ลูกค้าเก่าของเราใช้รถรุ่นไหนอยู่บ้าง เราก็จะเก็บสตอคอะไหล่ของรถรุ่นนั้นๆ ไว้ ให้พร้อมสำหรับให้บริการแก่ลูกค้า นอกจากนี้ เรายังมุ่งเน้นไปที่ฐานลูกค้าใหม่ด้วย โดยการทำกิจกรรม และจากนี้ไปจะเป็นไปในเชิงรุก เพื่อเข้าถึงลูกค้าทั้ง 2 กลุ่มให้มากขึ้น

 

ฟอร์มูลา : มีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่หรือไม่ ?

คุราตะ : ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทแม่ที่ประเทศเกาหลี ที่ผ่านมา เราพบว่า ฐานลูกค้าเก่าของรถยนต์ ฮันเด ส่วนใหญ่นิยมใช้รถเล็ก ในอนาคตก็คาดว่า อาจจะนำรถเล็กเข้ามาทำตลาด เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ ขณะเดียวกัน ฮันเด โซนาตา รุ่นใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวในประเทศเกาหลีนั้น บริษัทแม่ ได้วางแผนไว้ว่า จะส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศในปี 2553 และปี 2554 จึงจะพร้อมส่งชิ้นส่วนสำหรับการประกอบในประเทศอื่นๆ เช่น ประเทศไทย ดังนั้น ลูกค้าชาวไทยน่าจะได้สัมผัสกับ โซนาตา รุ่นใหม่ในอีก 2 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก ฮันเด โซนาตา รุ่นใหม่ ได้รับการพัฒนารูปลักษณ์ของตัวรถให้มีความทันสมัยมากขึ้น แม้จะเปิดตัวในไทยในอีก 2 ปีข้างหน้า แต่รูปทรงของตัวรถก็จะทันสมัยอยู่

 

ฟอร์มูลา : เหตุใด โซนาตา จึงไม่ประสบความสำเร็จในตลาด ขณะที่รถตู้ เอช-1 กลับทำได้ดีกว่า ?

คุราตะ : แม้ว่า ฮันเด เอช-1 จะประสบความสำเร็จการทำตลาดในเมืองไทยมาก แต่อย่างไรก็ตาม ฮันเด โซนาตา ยังเป็นรถธงของ ฮันเด ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี รูปลักษณ์ของตัวรถ และความนิยม ของ โซนาตา ยังเป็นผู้นำสำหรับรถรุ่นอื่นๆ โดยมียอดจำหน่ายเป็นที่ 1 ของ ฮันเด ทั่วโลก ส่วนสาเหตุที่ทำให้ไม่ค่อยประสบความสำเร็จในตลาดเมืองไทย อาจเป็นเพราะระยะเวลาที่เปิดตัวรถรุ่นนี้ ตรงกับการเปิดตัวของรถประเภทเดียวกัน ของเจ้าตลาด และเราคาดว่า ในอนาคตเมื่อ ฮันเด โซนาตา รุ่นใหม่ เปิดตัว จะสามารถทำให้รุ่นนี้ประสบความสำเร็จในตลาดเมืองไทย

ส่วน ฮันเด เอช-1 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในตลาดเมืองไทยนั้น เนื่องจาก เป็นรถที่คุ้มค่ากับราคา และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ เอช-1 ยังสามารถอยู่ในตลาดได้อีก 2 ปี เนื่องจากตลาดยังมีความต้องการ

 

ฟอร์มูลา : วางแผนงานในอนาคตไว้อย่างไร ?

คุราตะ : เราวางตำแหน่งของ ฮันเด ไว้ในตลาดเฉพาะกลุ่ม เนื่องจากมองว่า การแข่งขันกับเจ้าตลาด ที่เป็นรถญี่ปุ่น ค่อนข้างเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ เราพยายามสร้างภาพลักษณ์ของบแรนด์ ฮันเด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มลูกค้า และจะเน้นการเจาะตลาดในกลุ่มเอ และบี เซกเมนท์ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตสูงในอนาคต

 

ฟอร์มูลา : คุณคิดว่ารถประเภทใดมีแนวโน้มจะได้รับความนิยมจากผู้ใช้รถชาวไทยในอนาคต ?

คุราตะ : ตลาดรถพิคอัพ ยังคงเป็นตลาดที่สำคัญในประเทศไทย นอกจากนี้ แนวโน้มความนิยมรถเล็ก ก็มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นมาก แต่ผมมองว่า ในอนาคต หลังมี อาฟตา สัดส่วนความนิยมของรถประเภทต่างๆ จะเปลี่ยนไป อาทิ ปัจจุบัน ตลาดหลักของประเทศไทย คือ รถพิคอัพ ประเทศมาเลเซีย คือ รถ เอสยูวี และประเทศอินโดนีเซีย คือ รถ เอมพีวี แต่ต่อไปนี้ สัดส่วนความนิยมของรถรุ่นต่างๆ จะหลากหลายมากขึ้น

 

ฟอร์มูลา : คิดว่า วิกฤตเศรษฐกิจ เป็นอุปสรรคที่สำคัญในการบริหารงานของคุณหรือไม่ ?

คุราตะ : จากประสบการณ์ของการทำงานที่ผ่านมา ผมเริ่มงานที่แรกที่ประเทศเคนยา ซึ่งตอนนั้นเกิดการรัฐประหาร แต่ผมก็สามารถบริหารงานผ่านมาได้ ประเทศที่ 2 คือ ซาอุดิอารเบีย ซึ่งมีสงครามอ่าวเปอร์เซีย มาถึงประเทศฟิลิปปินส์ ก็มีการปฏิวัติเกิดขึ้น ผมสามารถผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ ทำให้ผมคิดว่า การทำงานในช่วงวิกฤตปัญหาเหล่านี้ ถือเป็นการท้าทายความสามารถ และทำให้ผมได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีอย่างเต็มที่

 

ฟอร์มูลา : วางเป้าหมายในการทำงานไว้อย่างไร ?

คุราตะ : ต้องการสร้างภาพลักษณ์ของ ฮันเด ให้ติดตลาด เมื่อบแรนด์เป็นที่รู้จักกันดีแล้ว ยอดจำหน่ายก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และนั่นคือ เป้าหมายของผม



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ/นาทลดา ทองมาก
ภาพโดย : เกรียงศักดิ์ ปันสม
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2552
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ywcVM

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
22 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th