บทความ

ท่าทางจะฟื้น


ผ่านพ้นเดือนตุลาคม เดือนที่มีวาระทางการเมืองหลากหลาย ทั้งจากในอดีต และปัจจุบัน แต่ก็เป็นเรื่องดีที่ว่า เรื่องในอดีต เพื่อให้หวนกลับมาทบทวนความเป็นไป และกำหนดแนวทางในอนาคต ส่วนเรื่องปัจจุบัน ก็เพื่อสร้างศักยภาพกลุ่มประเทศในอาเซียน ว่า ไทยแลนด์แดนสยามยังมีดีอยู่นะจ๊ะ

ส่วนยอดการขายรถยนต์เดือนกันยายน ที่ผ่านมา ค่อยโล่งหัวอกอีกเดือนหนึ่ง เพราะยอดการขายรวมเพิ่มขึ้นอยู่ 1.6 % ขายกันกว่า 48,000 คัน แม้ว่ายอดการขายทั้งปี จะยังมีติดลบสะสมอยู่ 20.5 % ขายแค่ 360,000 คัน ก็เอาเถอะ เพราะดูจากข่าวสารพัดแล้ว เห็นทีว่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวแน่นอน

และค่อนข้างน่าสังเกตอยู่นิดหนึ่งว่า ยอดการขายรถยนต์นั่งดีวันดีคืน ส่วนยอดรถเพื่อการพาณิชย์ทุกชนิด ไม่ว่ากระบะ ขับ 4 หรือรถบรรทุก ขายกันลดลงอย่างสม่ำเสมอ

ก็แสดงว่าสภาพเศรษฐกิจโดยรวม ยังไม่ค่อยฟื้นตัวเท่าไร หรือจะมองอีกแง่หนึ่ง พวกรถกระบะลูกค้ามักเป็นเกษตรกร หรือชาวไร่ ชาวนา ที่ไม่ค่อยจะผ่านการตรวจสอบของบริษัทสินเชื่อเพราะไม่มีรายได้ประจำ ก็ต้องรอดูกันต่อไป โดยเฉพาะงาน มหกรรมยานยนต์ หนนี้ ที่จะมีรถยนต์นั่งรุ่นใหม่ๆ มานำเสนอกันมากมาย

พูดถึงเรื่องรถรุ่นใหม่ๆ ได้มีโอกาสไปทดลองขับรุ่นใหม่ที่สนามบินดอนเมือง แค่นั่งรถผ่านด้านในของสนามบิน เห็นแล้วก็ใจหาย ทีเวลาจะซื้อ จะติดตั้งอะไร แต่ละอย่าง ก็ยากเย็นแต่พอได้ของใหม่ สนามบินสุวรรณภูมิ ก็ทิ้งของเก่า แบบไม่ใส่ใจไยดี สายพานลำเลียงเอยตัวอาคารเอย สิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายในดอนเมือง แทบจะถูกทิ้งร้าง

ก็ได้บังเอิญไปเห็นข่าวของบรรดา พณหัวเจ้าท่าน ว่าจะจัดทำแผนแม่บท เพื่อดำเนินการตามแนวคิด ระบบ 2 ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ และ ดอนเมือง โดยจะให้ใช้
ดอนเมือง เป็นท่าอากาศยานสำรอง รวมทั้งจัดทำแผนพัฒนาธุรกิจของท่าอากาศยานดอนเมืองให้ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินอย่างคุ้มค่า สามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้ ให้นำเสนอผลการศึกษาเบื้องต้นให้คณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจพิจารณาภายใน 90 วัน

นี่ขนาดเป็นบริษัทในลักษณะของรัฐวิสาหกิจ แถมเป็นบริษัทมหาชนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แต่ไม่เห็นสนใจจะทำอะไร แสดงว่าผู้ถือหุ้นของท่านไม่รู้ร้อนรู้หนาวกันดีจริง

ขนาดนักข่าวตัวเล็กๆ นั่งรถผ่านเพียงเสี้ยวหนึ่งของสนามบิน ก็บอกได้เลยว่าที่แห่งนี้กลายเป็นสนามบินร้างไปเสียแล้ว ทั้งที่ลงทุนสร้างกันมหาศาล

แต่ก่อนจะเป็นบริษัทมหาชนน่ะ มันใช้เงินภาษีของพวกกระผมสร้างนะขอรับ รู้สึกกันเสียบ้าง

เอาอีกเรื่องหนึ่งก็ได้ ที่มันข้องเกี่ยวกับเงินภาษีของพวกกระผม เรื่องสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง หรือเรียกภาษาต่างประเทศว่า แอร์พอร์ทลิงค์ นั่นแหละ

พณหัวเจ้าท่าน เอาเงินของพวกกระผมไปสร้างในที่ของการรถไฟ โอ้เอ้ศาลารายกันเป็นหลายปี จนสร้างเกือบเสร็จแล้ว ได้ฤกษ์เอาตัวรถไฟที่สั่งเอาไว้ แถมมาจอดคอยในเมืองไทยอยู่เกือบปี เอาขึ้นไปทดลองวิ่ง แล้วก็ออกข่าวประชาสัมพันธ์กันยกใหญ่เปิดให้ประชาชนรับตั๋วขึ้นไปทดลองนั่งฟรีๆ กันเป็นที่เอิกเกริก

ท่านผู้มีปัญญา และเงินเดือนแพงๆ ทั้งหลาย เพิ่งจะมีญาณนึกรู้ขึ้นมาได้ว่าควรจะเชื่อมทางเดินของสถานี เข้ากับระบบรถไฟฟ้าของกทม. ที่สถานีพญาไท และ เพชรบุรีเลย เพิ่งจะไปคุยกับรถไฟฟ้า บีทีเอส ขอเชื่อมทางเดินระหว่างสถานี ก็ตกลงว่า รฟท.จะต้องเป็นคนจ่ายค่าก่อสร้างเอง ก็เพิ่งจะมาตั้งเรื่องชงของบประมาณเพิ่มเติม

ยังดีนะเนี่ยว่ายังไม่เปิดให้ใช้งานแอร์พอร์ทลิงค์ งานก่อสร้างบริเวณทั้ง 2 สถานี ก็เสร็จงานโยธาไปแล้ว ก็ต้องมาเริ่มนับหนึ่งกันใหม่อีก

ความรู้สึกช้ากันจังนะครับ คนเงินเดือนสูงๆ นี่

พวกกระผมน่ะมันความรู้สึกเร็ว เวลาลงรถไฟฟ้าที่สถานี 2 แห่งที่ว่านี่ ก็ให้นึกสรรเสริญเยินยอภูมิปัญญาของท่านผู้บริหารยกใหญ่

สร้างแอร์พอร์ทลิงค์ มาจนชานชาลาจะชนสถานีรถไฟฟ้า แต่ไม่ยอมทำทางเชื่อม

ความรู้สึกช้าจัง

มีความรู้แถมให้อีกเรื่องหนึ่ง เพราะเห็นหนังสือเชิญของค่ายรถดัดแปลงเชิญไปแถลงข่าวแต่ท่านเชิญไปถึงโรงงานของท่าน แถบหนองแขมโน่น ก็เลยโบกมือลา ให้น้องนักข่าว
เขาเดินทางกันตามสบาย คอยฟังน้องเขาเล่าดีกว่า

ก็เลยได้ข้อมูลมานำเสนอว่า กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ท่านออกประกาศเรื่องคุณลักษณะของรถยนต์นั่งที่ผลิตจากรถยนต์กระบะ หรือแชสซีส์ และกระจกบังลมหน้า (CHASSIS WITH WINDSHIELD) ของรถยนต์กระบะ หรือดัดแปลงมาจากรถยนต์กระบะ(ฉบับที่ 2) เมื่อต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมา มีสาระดังนี้

“1.3 ระยะห่างระหว่างจุดกึ่งกลางล้อหน้า และจุดกึ่งกลางล้อหลังทั้งข้างซ้ายและข้างขวา (WHEELBASE) ต้องไม่เปลี่ยนแปลงจากรหัสรุ่นรถยนต์ (MODEL CODE) และแบบ
แชสซีส์ (CHASSIS MODEL) ของรถยนต์รุ่นนั้นๆ เว้นแต่การดัดแปลงรถยนต์ประเภทรถตรวจการณ์กึ่งพยาบาล รถตรวจการณ์สื่อสาร รถตรวจการณ์อื่นๆ และรถ ลีมูซีน ให้
สามารถตัดต่อระยะห่างระหว่างจุดกึ่งกลางล้อหน้าและจุดกึ่งกลางล้อหลังทั้งข้างซ้ายและข้างขวา (WHEELBASE) ให้ช่วงยาวขึ้นจากรหัสรุ่นรถยนต์ (MODEL CODE) และ แบบแชสซีส์ (CHASSIS MODEL) ของรถยนต์รุ่นนั้นๆ ได้”

และอีกข้อหนึ่ง “1.4.1 กรณีเป็นรถยนต์กระบะดัดแปลงประเภทนั่ง 2 ตอนแวน หรือที่คล้ายกันต้องมีรูปลักษณะแตกต่างไปจากรถยนต์ที่มีการผลิต หรือจำหน่ายโดยผู้ผลิตรถยนต์ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ”

ในเครื่องหมายอัญประกาศ หรือเครื่องหมายคำพูด 2 ย่อหน้านั้นเป็นศัพท์เทคนิคทางราชการสิริรวมได้ว่า สามารถดัดแปลงรถให้มีวีลเบสยาวขึ้น แต่หน้าตาอย่าให้เหมือนรถที่ขายในตลาดแถมแอบๆ เอาไว้ด้วยว่า ยกเลิกการจำกัดจำนวนที่นั่งของรถยนต์ดัดแปลง ที่จากเดิมกำหนดให้ต้องมี 7 ที่นั่งขึ้นไป เพราะไม่มีในประกาศ

ก็ยังดีที่ท่านเพิ่งเกิดความรู้สึก หลังที่ค่ายรถดัดแปลงพยายามเล่าแจ้งแถลงไขกับราชการมานานมาก ว่าควรเปิดแบบนี้ตั้งนานแล้ว จะได้ดัดแปลงเอาไปทำอย่างอื่นได้บ้าง เพราะแต่ก่อนรถตรวจการณ์สื่อสาร และรถ ลีมูซีน เป็นรถนำเข้าทั้งหมด ก็คงมีโอกาสได้ทำเอง แถมจะสามารถส่งขายต่างประเทศได้เสียที

พอดีกับประกาศฉบับนี้ ค่ายรถดัดแปลงก็เลยถือโอกาสเปิดตัวรถที่ซุ่มทำมาเกือบ 2 ปี กะจะขายในราชการทหาร ก็ขอแสดงความยินดีล่วงหน้า

อุตส่าห์ลอบบีมาตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว พอได้ผลขึ้นมาก็ต้องแถลงข่าวกันหน่อยสิ

ก็เลยไม่ได้คุยต่อเรื่องที่ว่าท่าทางจะฟื้นเสียที เพราะเห็นข่าวจากหลายแหล่งแล้ว เลยทำเป็นเชื่อตัวเองว่า สภาพเศรษฐกิจดีขึ้นจริงๆ

ขนาดบริษัทวิจัยต่างประเทศยังแถลงข่าวเลยว่า ผู้บริหารด้านการผลิตบ้านเรา มองไปในทิศทางบวกทั้งนั้น

ผมเชื่อจริงๆ นะเนี่ย



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2552
คอลัมน์ : โค้งอันตราย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/JSiwD

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
21 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
11,530,000
2.
14,900,000
3.
3,699,000
4.
2,930,000
5.
679,000
6.
1,290,000
7.
21,890,000
8.
24,900,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th