บทความ

จัดชุดเครื่องเสียงให้ถูกใจ สำหรับรถคันโปรด


ต้นปี 2553 นี้ แฟนๆ หลายคน คงเตรียมของขวัญให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นรถคันใหม่ หรือเครื่องเสียงชุดใหม่สำหรับรถคันโปรด ฉบับนี้ผมมีข้อมูลเกี่ยวกับการจัดชุดติดตั้งมาฝากกัน ซึ่งเป็นการเลือกแบบง่ายๆ โดยพิจารณาจาก ความต้องการด้านความบันเทิง สภาพอคูสติคในรถ และงบประมาณ

ก่อนอื่นคุณต้องพิจารณาว่า ชอบความบันเทิงแบบไหน ดูหนัง/ฟังเพลง หรือฟังเพลงอย่างเดียว ถ้าชอบฟังเพลง เป็นแนวไหน ซึ่งเป็นการจำกัดระบบของชุดเครื่องเสียงให้แคบลง โดยจะไม่กล่าวไปถึงรายละเอียดของวัสดุที่ใช้ในการผลิต เดี๋ยวจะเครียดเกินไป อีกทั้งการใช้วัสดุในการผลิต ปัจจุบันแต่ละค่ายเน้นตอบสนองเสียงได้อย่างหลากหลาย

ดูหนัง/ฟังเพลง

แน่นอนครับ ระบบคาร์เธียเตอร์มาแรงอย่างต่อเนื่อง เรียกว่าตอนนี้ ใครไม่มีจอ TV ในรถ ถือว่าตกทเรนด์ “นักฟังทั้งหลายอย่าเพิ่งคิ้วขมวด” งบประมาณของระบบคาร์เธียเตอร์มีตั้งแต่ 10,000 บาทต้นๆ ไปจนถึงเรือนแสน หากเป็นรถขนาดเล็ก ผมขอแนะนำ เครื่องเล่น SINGLE/DVD แบบมีไฮเพาเวอร์ในตัว กับจอ TV ที่สามารถต่อเล่นได้ทันที ดังนั้นคุณเพิ่มชุดลำโพงแยกชิ้นคู่หน้า ก็จบระบบได้อย่างสวยงาม ถ้ามีงบประมาณมากขึ้น เพิ่มเพาเวอร์แอมพ์ 4 แชนแนล กับลำโพงอีก 1 คู่ หรือซับวูเฟอร์ ข้างเดียว ขับเล่นในแบบ SINGLE-AMP (ลำโพงกลาง/แหลม 2 คู่) หรือ BI-AMPS (ลำโพงกลาง/แหลม 1 คู่ ซับวูเฟอร์ 1 ดอก) ได้ทันที

จะเห็นว่าในระยะหลัง เครื่องเล่น DVD/TV แบบ 2 DIN มาแรง จอ TV POP-UP หายหน้าหายตาไป เนื่องจากรถรุ่นใหม่ๆ จะมีเครื่องเล่น หรือจอมอนิเตอร์ในแบบ 2 DIN มากับคอนโซลเดิม ซึ่งดัดแปลงหรือใช้ครื่องเล่นแบบ OEM เข้าไปแทนตำแหน่งเดิมได้พอดิบพอดี ส่วนนักเล่นที่ต้องการประหยัดงบประมาณจะใช้เครื่องเล่น SINGLE/DVD กับจอ TV POP-UP วางคู่กันก็ได้ ภาคเสียงนั้นวางระบบได้เหมือนกับเซทแรกที่กล่าวไป

ระบบเสียง 5.1 CH สามารถติดตั้งได้ลงตัวในรถทุกรูปแบบ สิ่งสำคัญต้องมีภาคถอดรหัส เพื่อแยกเสียงกลาง/แหลม (คู่หน้า 2 แชนแนล) เซนเตอร์ (เสียงพูด 1 แชนแนล) เซอร์ราวน์ด (เอฟเฟคท์คู่หลัง2 แชนแนล) และเสียงเบสส์ (1 แชนแนล) ให้ครบทั้ง 6 แชนแนล ฟรอนท์เอนด์บางรุ่นมีพรีเอาท์แยกมาให้แบบ 5.1 CH ก็ใช้ได้เลย ที่สำคัญ คือ ตำแหน่งติดตั้ง โดยควรวางลำโพงปรับทิศทางให้ถูกต้อง ก็จะได้ระบบเสียงที่หมุนวนสมจริง สำหรับภาคขยาย เซทเพาเวอร์แอมพ์ให้เท่ากับจำนวนแชนแนล เช่น
4 แชนแนล 2 เครื่อง, 5 แชนแนล กับ CLASS D หรือจะใช้เพาเวอร์แอมพ์ 6/5.1 แชนแนล ที่มีให้
เลือกกันหลายรุ่น ใช้ได้ทันที

ฟังเน้นรายละเอียด

นักเล่นนักฟังทั่วไป จนถึงระดับออดิโอไฟล์ ส่วนใหญ่จะชอบฟังรายละเอียดเสียงกัน เบสส์เป็นเบสส์ เสียงกลางเด่นชัด แหลมพลิ้วใส เน้นเนื้อหาดนตรีตามต้นฉบับ แหล่งสัญญาณที่เป็น CD 1 บิท ปัจจุบันให้คุณภาพเสียงแบบแยกไม่ออก ไม่เหมือนในยุคแรกๆ ที่ยังไม่ค่อยสมบูรณ์ จึงช่วยประหยัดงบประมาณสำหรับฟรอนท์เอนด์กันได้ แต่ใครกระเป๋าหนัก จะเล่นแบบ 20/24 บิท ก็ถือว่าเป็นความโชคดีของหู สิ่งที่ขอให้เน้นกัน คือ เพาเวอร์แอมพ์กับชุดลำโพง ควรจะมีวัตต์พอเหมาะ แมทชิงกัน โดยทั่วไปเซทระบบ BI-AMPS กับเพาเวอร์แอมพ์ 4 แชนแนลได้ โดยขับชุดลำโพงแยกชิ้น 2 ทาง คู่หน้า และบริดจ์ขับซับวูเฟอร์ งบประมาณ 15,000-30,000 บาท ก็ได้เสียงคุณภาพแล้ว หากต้องการความยากเซทเป็นระบบ TRI-AMPS ก็ต้องเพิ่มอีเลคทรอนิค ครอสส์โอเวอร์ตัดความถี่ รวมถึงแยกเพาเวอร์แอมพ์ขับแต่ละช่วงสัญญาณ งบประมาณจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

สิ่งที่ต้องการเน้น คือ ตำแหน่งการติดตั้งลำโพง ควรให้ได้มิติ และเวทีเสียงทางด้านหน้าที่สมจริงเสียงเบสส์กลมกลืนกัน เสมือนมาจากด้านหน้าให้มากที่สุด ก็จะได้อรรถรส ความถี่ของมิดเบสส์/วูเฟอร์ และซับวูเฟอร์ไม่ซ้อนกัน เสียงกลาง/เบสส์ และแหลมไม่แซงกันเวลาฟัง ได้ความรู้สึกเหมือนตู้ลำโพงตั้งอยู่ข้างหน้าคู่เดียว ไม่ใช่แยกออกจากกันหลายจุด จนเกิดความสับสน ยกตัวอย่างตำแหน่งทวีเตอร์บนคอนโซล ขณะฟังดนตรีจริง คุณสามารถเลื่อนไปมาได้ จนกว่าจะอยู่ในจุดที่รู้สึกว่าให้เสียงดีที่สุด

ฟัง และเปิดโชว์

สำหรับนักเล่นประเภทหูหนัก ต้องการระบบใหญ่ๆ วัตต์สูง งานซาวน์ดคอนเซพท์โดนใจผู้พบเห็น เพาเวอร์แอมพ์ 1 เครื่อง กับชุดลำโพงคงจะน้อยไป เลือกระบบได้ตามงบประมาณ แต่อย่ามองข้ามขนาดของห้องโดยสาร ผมเคยเห็นรถเก๋งขนาดเล็ก อัดชุดเครื่องเสียงเต็มคันสำหรับโชว์ แต่หากนำมาใช้งานจริงคงไม่สะดวก ดังนั้นต้องเซทให้พอดี เรียกว่า ชุดเครื่องเสียงต้องแมทช์กับตัวรถด้วย

ในต่างประเทศ จะวางซิสเตมดีไซจ์นไปพร้อมกับการแต่งรถ เพื่อให้เป็นโทนเดียวกัน และใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง ดังนั้นก็รู้ตั้งแต่เริ่มทันทีว่า จะใช้ระบบอะไร เพาเวอร์แอมพ์กี่เครื่อง ลำโพงกี่ชุดซับวูเฟอร์ขนาดเท่าไร กี่ดอก อยู่ในตำแหน่งไหน งานซาวน์ดคอนเซพท์เป็นแบบไหน โทนสีอะไรจากนั้นจึงเริ่มลงมือปฏิบัติ แต่บ้านเรา หลายคนซื้อของมาก่อนแล้วค่อยว่ากันทีหลัง งานออกมาจึงไม่ค่อยลงตัว และควบคุมงบประมาณไม่ได้

สำหรับระบบนั้นไม่จำกัด ทั้ง BI/TRI/QUAD-AMPS จะแยกส่วนห้องโดยสารระหว่างคนขับ กับผู้โดยสารตอนหลังก็ได้ หรือจะแยกส่วนท้ายรถต่างหากก็ยังได้ ที่สำคัญ คือ ต้องมีคอนเซพท์ และวางไลน์ตามนั้น ซึ่งรถรุ่นเดียวกันไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ หากทำได้สมบูรณ์แบบ ก็จะเป็นรถเครื่องเสียงระดับมาสเตอร์พีศ ทางที่ดีได้คอนเซพท์แล้ว ปรึกษากับร้านติดตั้งที่มีความชำนาญจะลงตัวกว่า จบระบบได้โดยไม่ต้องมาแก้ไขหลายรอบ

สรุป

ไม่ว่าจะวางระบบเสียงใดในรถ ที่สำคัญต้องเค้นประสิทธิภาพออกมา ให้คุ้มค่าคุ้มราคากับงบประมาณ ยิ่งใช้ของถูกแล้วเซทเสียงออกมาได้ดี ถือว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง เพราะเมื่อมีโอกาสใช้ของระดับไฮเอนด์ แล้วเซทเสียงได้ในขั้นเทพ ตอนนั้นคงไม่อยากก้าวออกจากรถกัน สุดท้าย ขอให้แฟนๆ ได้ระบบเสียงที่ถูกใจ มีความสุขในการดูหนัง/ฟังเพลงครับ



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2552
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/vbVpi
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
24 Aug 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
609,000
2.
469,000
3.
469,000
5.
1,239,000
6.
1,399,000
7.
640,000
8.
3,090,000
9.
2,160,000
10.
2,120,000
11.
2,269,000
12.
2,980,000
13.
2,318,000
14.
6,899,000
15.
4,299,000
16.
3,629,000
17.
3,429,000
18.
2,229,000
19.
12,399,000
20.
8,399,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th