บทความ

เสียอนาคต


ผมเป็นคนฐานะที่เขาเรียกว่า ”มีมั่งไม่มีมั่ง” ไปตามเรื่อง แต่เชื่อไหม ตลอดเวลาหลาย 10 ปีที่ผ่านมาจนกระทั่งวินาทีนี้ ยังต้องเจียดเงินซื้อน้ำมันรถ เพื่อขับไปไหนต่อไหน จนกว่าจะขับไม่ไหว ตามวิถีทางธรรมชาติ ซึ่งใครก็ฝืนไม่ได้

คำนวณคร่าวๆ จากรถที่เคยใช้แต่ละคัน คันละ ไม่ต่ำกว่า 2 แสนกม. ปาเข้าไปตั้ง 1 ล้าน 4 แสนกม.โอ้…โชคดีที่รอดปลอดภัยมาได้ เป็นเรื่องจริง ไม่ได้โม้ ไม่เชื่อแฟนๆ ลองใช้วิธีนี้ เชคระยะทางขับรถของท่านมั่งก็ได้ นั่นหมายความว่า ผมผลาญเชื้อเพลิงที่เป็นน้ำมันไปแล้ว ไม่ต่ำกว่า 140,000 ลิตร อุแม่เจ้า…

เมื่อใช้วิธีเฉลี่ยราคาน้ำมัน ไล่มาตั้งแต่ลิตรละ 8 บาท จนถึง 40 บาท ประมาณว่า ผมต้องจ่ายค่าน้ำมันเฉลี่ยลิตรละ 20 บาท คูณจำนวนน้ำมันที่ว่าไว้ข้างต้น แสดงว่าผมโดนค่าน้ำมันสูบไปแล้ว2 ล้าน 8 แสนบาท โอ…มายกอด ถ้าเอาจำนวนปีที่นั่งหลังพวงมาลัย คือ 40 หารค่าน้ำมัน หมายความว่า ผมต้องควักเงินปีละ 70,000 บาท อุดหนุนเชื้อเพลิงชนิดที่ระบายไอเสียควันพิษคลุมโลกใบนี้

ยังไงก็เสียดายหยาดเหงื่อแรงงานที่หาเงินอยู่ดี จึงใฝ่ฝันถวิลหาพาหนะ ”พลังงานไฟฟ้า” ตลอดมาด้วยเชื่อว่าไม่ต้องเป็นภาระขับรถแถเข้าปั๊มอีกต่อไป ชาร์จไฟที่บ้านเราเอง จ่ายสตางค์น้อยกว่าแยะโลกสะอาดขึ้นอีกเยอะ เสียงเงียบไปอักโข ความฝันทำท่าจะเป็นจริงยิ่งขึ้นทุกขณะ เมื่อติดตามข่าวจากสื่อ ฯ แสดงว่าผู้ค้าน้ำมันกั๊กรถไฟฟ้าไว้ไม่ได้แล้ว คงถึงเวลาเปลี่ยนอาชีพไปขายเต้าฮวยละทีนี้

เชื่อไหม รถยนต์ใช้ไฟฟ้าที่ว่าแสนดีอย่างที่ผมเทิดทูน ดูเหมือนจะมีข้อเสียบ้างเหมือนกัน

“โธ่…รถยนต์เราเสียงกระหึ่มขนาดนั้น ขับเข้าใกล้ขนาดนั้น พวกเอ็งยังเดินกลางถนนลอยชายขวางอยู่ได้ ไอ้เราหรือไม่อยากกดแตรไล่ ไม่เกรงใจกันเลย…”

“รถจี้มาข้างหลัง เสียงเครื่องยนต์ไม่เบา ยังปั่นจักรยานเอ้อระเหยอยู่นั่นแหละ เดี๋ยวได้ไปเกิดใหม่หรอก”

นั่นคือ เหตุการณ์ซึ่งเกิดกับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ชนิดที่เรียกว่าสันดาป (ไม่ใช่สันของดาบ) ภายในที่ส่งเสียงคำรามไม่มากก็น้อย ให้คนรอบข้างได้ยิน แม้จะเป็นรถนั่ง รถกระบะก็ไม่เบา ไม่นับรถบรรทุกรถโดยสาร และรถใหญ่

ครับ ซุ่มเสียงของรถยนต์ที่เราใช้กันมายาวนาน กำลังจะเงียบหายไปจากท้องถนนในอนาคตอันใกล้กำลังกลายเป็นปัญหาที่มีการหยิบยกขึ้นว่ากล่าวครับท่าน อย่างเช่น ที่ญี่ปุ่น ซึ่งนำหน้าฝรั่งเรื่องรถไฟฟ้าอยู่ในขณะนี้

ชาวบ้านที่นั่นปริวิตกถึงภัยจากรถไฟฟ้าที่มาอย่างเงียบเชียบ อาจเป็นอันตรายแก่ผู้ใช้ถนนด้วยกันโดยเฉพาะผู้พิการทางหูตา

ไม่เชื่อท่านลองจินตนาการดูก็ได้ เมื่อท้องถนนเงียบเชียบผิดแผกจากที่เป็นมานับศตวรรษ สบายหูก็จริงแต่รถ คือ “ของแข็งเคลื่อนที่ได้” ซึ่ง “มีแรงปะทะ” แล้ว “ก่อให้เกิดการพังทลาย” ส่งผลให้ “ชีวิตและทรัพย์สิน” เสียหายได้ อ้า…น่ากลัวเหมือนกันนี่นา

สรุปแล้วในตอนนี้ ผู้ผลิตรถไฟฟ้าที่ญี่ปุ่น “เวทแอนด์ซี” หรือดูท่าที ต่อเมื่อทางการออกกฎมาบังคับรถไฟฟ้าที่เราเคยพอใจในความเงียบเชียบของมัน จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ติดตั้งเข้าไป ให้มันส่งเสียงออกมาซะแล้วครับท่าน คิดๆ ดูก็แปลก ไม่มีอะไรที่เรียกว่า ”งามพร้อม” เลยในโลกนี้

ขอทำนายไว้ว่า ค่ายรถยนต์ต่างๆ ต้องสุมศีรษะประชุมกัน เพื่อกำหนดว่าใช้เสียงอย่างไร ดังขนาดไหนสำหรับรถชนิดไหน ในประเทศไหน จึงจะเหมาะเจาะ ต้องรสนิยม ไม่ระคายหู ใช้เสียงดนตรียอดฮิทเสียงเพลง หรือเสียงประหลาดๆ ได้ไหม โอ้… คิดแค่นี้ก็สนุกไม่เบา ผมขอทิ้งท้ายให้ท่านไตร่ตรองดูเล่นๆ ก็แล้วกันนะครับ…

ต้องมีคดีความตบท้ายจึงจะเป็นของแท้

คดีนี้น่าสนใจอีกแล้วครับท่าน จะได้รู้ว่า การ “ซิ่ง” รถเป็นเหตุให้ลูกหลานเสียอนาคตได้ง่ายๆ ไม่ใช่เรื่องเล็ก “นายเต็มเต็ม” เป็นวัยรุ่นขณะเกิดเหตุอายุ 18 ปีเศษ เรียนอยู่อาชีวะปี 3 ฐานะทางบ้านคงไม่ย่อย จึงมีรถยนต์ขับ แล้ว นายเต็มเต็ม ก็ทำตามที่พวกเรานิยม เจอไฟเหลืองต้องไปโลด ไม่หยุดรอให้เสียเวลา แถมยังเลี้ยวขวาตรงจุดห้ามเลี้ยว พร้อมกับเหยียบคันเร่งจังหวะรถให้สมกับเป็น
วัยรุ่น

เลขที่ออก คือ รถยนต์ของ นายเต็มเต็ม ชนรถจักรยานยนต์ที่ “นส.ใฝ่ฝัน” ขับขี่สวนทางมา โดยไม่นึกว่า นายเต็มเต็ม จะทะลึ่งเลี้ยวขวาอีแบบนี้ ส่งผลให้ นส. ใฝ่ฝันบาดเจ็บสาหัส เนื้อตัวหน้าตาได้แผลชนิดที่ทำให้ความใฝ่ฝันจะเป็นดารา เพราะหน้าตาสะสวยสูญสลายไปทันที

นายเต็มเต็ม ตัดสินใจเอาตัวรอดไว้ก่อน พยายามหลบหนีให้พ้นเงื้อมมือกฎหมาย แต่ไม่พ้นตำรวจตามตะครุบตัวมาได้ ผ่านลูกให้อัยการ นำตัวไปฟ้องที่ศาล เอาผิดหลายข้อหา

แน่นอน เริ่มรู้ว่าความทุกข์จากการต้องคดีเป็นยังไง เหมือนอย่างที่นักการเมืองเอย ข้าราชการใหญ่น้อยเอย โดนกันจัง แล้วพากันดิ้นเร่าๆ พ่อแม่ของ นายเต็มเต็ม ก็ทุกข์เต็มๆ เพราะลูกกลัวจะต้องติดคุก

เมื่อหนีไม่พ้น หลบไปเมืองนอกก็ทำไม่ได้ จึงหาทางลง กัดฟันนำเงินก้อนหนึ่งไปวางที่ศาลเพื่อจ่ายให้ นส.ใฝ่ฝัน เจ้าทุกข์ แล้วรับสารภาพต่อศาล หวังการรอลงอาญา ตามที่ทนายแนะนำ อย่างว่าคดีไม่จ่อคอหอย ไม่จ่ายว่างั้นเหอะ ส่วน นส.ใฝ่ฝัน จะรับเงินไปหรือไม่ไม่รู้ หรือจะฟ้องคดีแพ่งเรียกเงินให้คุ้มก็ทำได้

นายเต็มเต็ม กับพ่อแม่พี่น้อง ซึ่งอยู่ในห้องพิจารณาของศาล กลั้นอกกลั้นใจฟังคำตัดสินด้วยจิตระทึก

ศาลชั้นต้นกลับเล่นแรง ลงโทษบทหนัก ข้อหาขับรถประมาททำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัสจำคุก 4 เดือน ข้อหาหลบหนีไม่หยุดช่วยเหลือ ฯ จำคุก 10 วัน รับลดกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก2 เดือน 5 วัน

เสียงของท่านผู้พิพากษาเงียบลงตรงประโยคที่ว่า…2 เดือน 5 วัน ไม่มีการอ่านคำพิพากษาต่อไปอีกแต่อย่างใด นายเต็มเต็ม พร้อมกับพ่อแม่รวมทั้งญาติ ถึงกับอึ้ง หน้างี้ซีดเผือดเป็นไก่ต้มไปตามๆ กัน นั่นหมายความว่า ศาลไม่ได้รอการลงอาญา ดังที่ นายเต็มเต็ม และคณะคาดหวัง

แบบนี้จำเลยต้องอุทธรณ์อยู่แล้ว เพื่อให้รอดจากตะราง อ้างโน่นอ้างนี่ และออดอ้อนให้รอลงอาญา แต่ไม่สำเร็จครับท่าน

ศาลอุทธรณ์ทบทวนรูปคดี และคำตัดสินของศาลชั้นต้นแล้ว เห็นด้วยว่าจะต้องเข่น นายเต็มเต็มให้เข็ด จึงพิพากษายืน ต้องติดตะรางลูกเดียว

ทนายมีงานทำ เพราะจำเลย คือ นายเต็มเต็ม ดิ้นรนสุดฤทธิ์ แม้การฎีกาจะทำได้ต่อเมื่อมีผู้พิพากษาที่ตัดสินคดีนี้ในศาลชั้นต้น หรือศาลอุทธรณ์ ท่านใดท่านหนึ่งเซ็นอนุญาตให้เล่นเกมยาว ฝ่ายจำเลยก็โชคดี ได้รับอนุญาตตามต้องการ ยื่นฎีกาขึ้นไป ระหว่างประกันตัวรอฟังคำตัดสินก็ลุ้นใจขาด กินไม่แซ่บ นอนไม่สบายก็แล้วกัน

ศาลฎีกาคว้าสำนวนคดีนี้มาเพ่งดูอย่างถี่ถ้วน แล้วชี้ขาดออกมาน่าสนใจ คือ

จำเลยขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูง ฝ่าฝืนสัญญาณจราจรไฟสีเหลืองอำพัน และเครื่องหมายห้ามเลี้ยวขวาชนรถจักรยานยนต์ ที่ผู้เสียหายขับสวนทางมา หลังเกิดเหตุทะลึ่งหลบหนี ขณะเกิดเหตุจำเลยไม่มีใบอนุญาตขับรถ จำเลยอายุ 18 ปีเศษ ศึกษาอยู่ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 3 เป็นผู้มีการศึกษา ย่อมรู้ผิดชอบชั่วดี แต่จงใจกระทำการฝ่าฝืนต่อกฎหมายหลายประการ ไม่คำนึงถึง
ความปลอดภัยของผู้อื่น จนเป็นอันตรายต่อผู้ร่วมใช้ทาง เป็นการกระทำโดยประมาทอย่างร้ายแรงแม้จำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จำเลยนำเงินมาวางต่อศาลเพื่อชดใช้ค่าเสียหายบางส่วนแก่ผู้เสียหาย ก็ไม่เพียงพอที่จะลงโทษให้เบาลง หรือรอการอาญา

ศาลฎีกายังแจงไว้ด้วยว่า แม้จำเลยเป็นผู้เยาว์ แต่ใช่ว่าศาลจะต้องลดมาตราส่วนโทษให้เสมอไปตามที่จำเลยอ้าง นั่นหมายถึง การกระทำของจำเลย ไม่สมควรได้รับการปรานีนั่นเอง ศาลฎีกายังให้เอาผิดข้อหาขับรถฝ่าไฟเหลือง ขับรถเลี้ยวขวาเมื่อมีป้ายห้าม แม้ศาลล่างไม่ลงโทษมา

ศาลฎีกาตัดสินจำคุก นายเต็มเต็ม 2 เดือน 5 วัน แต่ปรานีนิดหนึ่ง เปลี่ยนเป็นโทษกักขังแทนนั่นหมายความว่า งานนี้ไม่มีการรอลงอาญา เพราะศาลเข้มงวดเอาจริง นับว่าสมควรอย่างยิ่ง

ที่ผมเกริ่นไว้ว่า คดีนี้เป็นตัวอย่างการเสียอนาคตของลูกหลาน เพราะการขับรถชุ่ยๆ เสียเนื่องจากมีประวัติต้องโทษอาญาติดตัว การหางานทำในวันข้างหน้าจึงมีปัญหา อย่าได้คึกคะนองและล้อเล่นกับกฎหมาย ถ้าไม่ใหญ่พอ และเป็นพลเมืองไทยนะครับ

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4299/2550



------------------------------
เรื่องโดย : จอมยุทธ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2552
คอลัมน์ : ร่มไม้ชายศาล
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/RczU3
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง