บทความ

ASTON MARTIN DBS VOLANTE


กลยุทธ์หนึ่งที่ผู้ผลิตรถสปอร์ทนิยมทำกัน ก็คือ นำรถสปอร์ทในตัวถังคูเป ออกจำหน่ายในตลาด ทิ้งช่วงห่างไว้สักปี หรือ 2 ปี แล้วนำเสนอรถรุ่นใหม่อีกรุ่นหนึ่ง หน้าตา และรูปทรงองค์เอว แทบไม่มีอะไรผิดเพี้ยนจากรถรุ่นแรก ผิดกันก็เพียงแต่ว่า เปลี่ยนรูปลักษณ์ของหลังคา จากหลังคาแข็ง เป็นหลังคาเปิดประทุน ซึ่งอาจจะเป็นได้ทั้งประทุนแบบแข็ง และประทุนแบบอ่อน ตัวอย่าง ก็คือ แอสตัน มาร์ทิน ดีบีเอส โวลันเต (ASTON MARTIN DBS VOLANTE) ที่เห็นอยู่นี้

เป็นรถเปิดประทุนแบบที่ 16 ในประวัติศาสตร์ 95 ปีของผู้ผลิตรถยนต์รายนี้ อวดตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรกที่งานมหกรรมยานยนต์เจนีวา ครั้งที่ 79 เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2009 และออกจำหน่ายแล้วในเมืองผู้ดี เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยติดป้ายค่าตัว 167,851 ปอนด์ หรือเท่ากับประมาณ 9.2 ล้านบาทไทย เมื่อคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน เงินอังกฤษ 1 ปอนด์ แลกได้ด้วยเงินไทย 55 บาทถ้วน

ตัวถังยาว 4.721 ม. กว้าง 1.905 ม. และสูง 1.280 ม. ซึ่งทำจากวัสดุมวลเบา คือ อลูมิเนียม แมกนีเซียมอัลลอย และคาร์บอนไฟเบอร์ ดัดแปลงจากตัวถังคูเปหลังคาแข็งของรถ แอสตัน มาร์ทินดีบีเอส (ASTON MARTIN DBS) ซึ่งเริ่มจำหน่ายในเมืองผู้ดี เมื่อเดือนตุลาคม 2007 โดยปรับเปลี่ยนรายละเอียดในหลายๆ จุด ทั้งภายนอกและภายใน แต่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นหัวใจสำคัญ คือ เปลี่ยนจากหลังคาแข็งเป็นหลังคาเปิดประทุนแบบอ่อน ทำจากผ้าใบสังเคราะห์ เปิด/ปิดด้วยระบบอีเลคทรอ-ไฮดรอลิค (ELECTRO-HYDRAULIC) บังคับควบคุมด้วยการกดปุ่มที่ติดตั้งอยู่ภายในห้องโดยสาร การเปิด หรือปิดประทุนแต่ละครั้ง ซึ่งทำได้เมื่อความเร็วยังไม่เกิน 48 กม./ชม. ใช้เวลาประมาณ 14 วินาที

นับเป็นรถสปอร์ทเปิดประทุน ที่มีรูปทรงสวยงามจับตาในทุกมุมมอง ทั้งในยามที่ปิดประทุน และเปิดประทุน ห้องโดยสารตกแต่งอย่างประณีตพิถีพิถันมีรสนิยม และใช้วัสดุคุณภาพสูง เป็นจุดเด่นจุดหนึ่งของรถแบบนี้ ที่นักวิจารณ์หลายคนยกนิ้วให้ เป็นห้องโดยสารแบบ 2+2 ที่นั่ง คือ มีเบาะแถวหลังก็จริงอยู่ แต่มีขนาดเล็กคับแคบ และแทบไม่มีที่วางขาวางเข่า จึงเหมาะให้เด็กตัวเล็กๆ นั่ง หรือแค่ใช้เป็นที่วางกระเป๋า

เครื่องยนต์ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ฝากระโปรงหน้า ซึ่งทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ยังคงเป็นเครื่อง DOHC วี 12 สูบ 48 วาล์ว 5,935 ซีซี บลอคเดียวกับที่ใช้ในรถคูเป เครื่องดังกล่าวนี้ ให้กำลังสูงสุด 517 แรงม้า ที่ 6,500 รตน.และให้แรงบิดสูงสุด 58.2 กก.-ม. ที่ 5,750 รตน. ส่วนระบบเกียร์เพื่อส่งทอดกำลังสู่ล้อคู่หลัง มีให้เลือกใช้ 2 แบบ คือ เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ TOUCHTRONIC

สมรรถนะความเร็วตามตัวเลขของผู้ผลิต อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 4.3 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดอยู่ที่ระดับ 307 กม./ชม.



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2552
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/iJybA
อัพเดทล่าสุด
10 Sep 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,090,000
2.
2,229,000
3.
779,000
4.
3,590,000
6.
1,316,000
7.
1,749,000
8.
1,699,000
10.
3,299,000
11.
5,399,000
12.
6,799,000
13.
3,249,000
14.
4,980,000
15.
53,500,000
17.
3,600,000
18.
13,339,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

ITALDESIGN POP.UP NEXT เหนือฟ้ายังมีฟ้า ใต้ฟ้ายังมีรถบิน
GENESIS ESSENTIA รถไฟฟ้าพลังโสม รูปทรงสุดสวย
VOLKSWAGEN ID VIZZION ฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึงของยักษ์ใหญ่เมืองเบียร์
RENAULT SYMBIOZ มีที่เดียวจ้า ! ซื้อรถแถมห้องทำงานกับระบบไฟสำรอง
RENAULT EZ-GO รถโดยสารสาธารณะไร้ปัญหาผู้ขับ
TOYOTA AYGO รถขนาดเล็กสุดของค่ายรถยนต์ยุ่นใหญ่สุด