บทความ

RIP ไมเคิล แจคสัน


ไมเคิล แจคสัน หรือ MJ-ราชาเพลงพอพ จากโลกนี้ไปเมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2552 เวลาประมาณ 04.26 น. ตามวันเวลาของประเทศไทย ด้วยวัยเพียง 50 ปี

ไมเคิล แจคสัน เคยมาแสดงคอนเสิร์ทที่ประเทศไทย 2 ครั้ง โดยครั้งแรกในปี 2536 และครั้งที่ 2 ปี 2538

การแสดงครั้งแรกคนไทยตื่นเต้นเข้าไปดูกันเต็มสนามศุภชลาศัย ส่วนการแสดงครั้งที่ 2 ไม่ค่อยตื่นเต้นเหมือนครั้งแรก ใช้อิมแพคท์ เอรีนา เมืองทองธานี เป็นสถานที่จัด

ไมเคิล แจคสัน เริ่มแสดงลีลาการร้องเพลงเป็นอาชีพตั้งแต่อายุได้ 5 ขวบ เริ่มวง 5 พี่น้องใช้ชื่อ “THE JACKSON 5″ ตามด้วยออกอัลบัมเพลงตั้งแต่เด็ก

คนที่มีส่วนช่วยให้ ไมเคิล แจคสัน ดังตั้งแต่ยังเล็กก็เห็นจะเป็น เอด ซัลลิแวน นักจัดรายการโทรทัศน์คนดังของสหรัฐอเมริกา ผ่านทางสถานี CBS

ในชีวิตการเป็นนักร้องของเขา ถือว่าอัลบัมชุด THRILLER เป็นอัลบัมที่ครองสถิติขายยอดเยี่ยม จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีอัลบัมเพลงของใครสามารถลบสถิตินี้ได้

มีข้อมูลระบุว่าอัลบัมเพลงของเขา ขายได้ทั้งหมดมากกว่า 750 ล้านแผ่น

ผมไม่รู้ว่าราคาขายแผ่นละกี่ดอลลาร์สหรัฐ ฯ เลยคูณไม่ถูกว่ารายได้จากการขายอัลบัมของราชันเพลงพอพคนนี้ มียอดเท่าไร รวยเละหรือไม่ แต่เมื่อเขาตายอย่างสงบ กลับมีรายงานว่าเขามีหนี้สินพอกเป็นหางว่าว คิดเป็นเงินไทยตกในราว 14,000 ล้านบาท

ก่อนที่ ไมเคิล แจคสัน จะสิ้นลมหายใจในลอสแองเจลิส เขาเตรียมออกคอนเสิร์ทชุด THIS IS IT ที่ลอนดอน เริ่มตั้งแต่ 13 กรกฎาคม 2552 ไปจนถึงวันที่ 6 มีนาคม 2553 รวมการแสดงทั้งหมด 50 รอบ

สถานที่จัดคอนเสิร์ทชุดนี้ กำหนดเป็น THE O2 ARENA ย่านกรีนวิช ของกรุงลอนดอน

9 เดือนที่มีการจองล่วงหน้าสำหรับคอนเสิร์ทของ ไมเคิล แจคสัน เมื่อเขาตายลง คอนเสิร์ทก็ต้องล้มเลิก และนี่ก็หมายความว่า THE O2 ARENA แห่งนี้จะต้องว่างถึง 9 เดือน

ครับ ได้ยินว่าขาดทุนเรียบร้อยทันที 300 ล้านปอนด์ สำหรับเอรีนาที่มีความจุถึง 23,000 ที่นั่ง

ผมเคยมีโอกาสเข้าไปดูคอนเสิร์ทของเขาในการแสดงครั้งแรก เขามีลีลาออกตัวเป็นแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งผมก็เชื่อว่าเขาทำแบบนี้ทุกแห่ง ทุกคอนเสิร์ท

นั่นคือ การออกมายืนเฉยนิ่งเหมือนรูปปั้น ในชุดทหารสีทองสลับดำ ปล่อยให้แฟนเพลงทั้งสนามกริ๊ดกันสุดฤทธิ์สุดเดช เขาจะนิ่งเฉยเป็นเวลานาน โดยไม่สนใจว่าใครจะกริ๊ดยังไง และแล้วในที่สุดเขาก็จะค่อยๆ ถอดแว่นตาออก ขว้างมันออกไปจากเวที และเริ่มแสดง พร้อมกับปล่อยลีลามูนวอล์ค และท่าลูบเป้า เรียกเสียงกริ๊ดจากแฟนเพลงได้ไม่ขาดสาย

เขาจะมีเพลงดังกี่เพลงผมก็ไม่ทราบ แต่โดยส่วนตัวผมชอบเพลงของเขาอยู่ 2 เพลง คือ WE ARE THE WORLD และ BLACK OR WHITE

เพลง WE ARE THE WORLD เป็นเพลงที่เขาเขียนร่วมกับนักร้องชาวอเมริกัน-ไลโอเนลริชี เป็นเพลงที่สร้างกุศลไว้มาก เนื่องจากรายได้ที่ได้จากเพลงนี้ ส่วนหนึ่งได้ช่วยเหลือผู้ยากจนในแอฟริกาใต้อย่างมหาศาล

เพลง BLACK OR WHITE เป็นเพลงที่เขาเขียนเอง และใช้ในการแสดงพิเศษ รายการครึ่งเวลาของการแข่งขันซูเพอร์โบวล์ ครั้งที่ 27 ของสหรัฐ ฯ มีรายงานระบุว่าอเมริกันชนได้ชมรายการนี้มากกว่า 135 ล้านคน จากการถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์

เพลง BLACK OR WHITE เริ่มวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2534 ซึ่งในเดือนต่อมาของปีเดียวกัน ก็มีมิวสิควีดีโอออกมา แล้วก็ขายได้ดี

ผู้กำกับมิวสิควีดีโอเพลงนี้ คือ จอห์น แลนดิส เป็นผู้กำกับคนเดียวกับที่เคยสร้างผลงานมาแล้ว จากมิวสิควีดีโอเพลง THRILLER (ออกจำหน่ายเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2525)

มิวสิควีดีโอเพลง BLACK OR WHITE เปิดฉากด้วยลูกชายตัวเล็กถูกพ่อถีบประตูห้องเข้ามาแล้วด่าว่าเล่นเพลงหนวกหู ลูกชายตัวแสบจัดการย้อนศรลากเอาเครื่องเสียงเข้าไปที่ห้องพักผ่อนของพ่อกับแม่ เร่งเปิดเครื่องเสียงจนถึงระดับสูงสุด

พ่อถูกความดังของเครื่องเสียงถีบออกไปครึ่งโลก และแล้วเพลงของ ไมเคิล แจคสัน ก็เริ่มมีบทบาท โดยมีเมืองไทยมาเกี่ยวข้องด้วยครับ

ในเรื่องกล่าวถึงเมืองไทยด้วยวัฒนธรรมเอก คือ รำไทย แล้วก็เปลี่ยนไปสู่วัฒนธรรมของชาติอื่นๆ ทั่วโลก คล้ายกับภาพยนตร์เรื่อง “80 วัน รอบโลก”

ผมคิดว่าเป็นความบันเทิงที่คนแก่อย่างผมพอจะดูได้ไม่รู้สึกเบื่อ

และบทเพลงนี้ ก็กลายเป็นอมตะ เขียนตั้งแต่ปี 2534 ถึงวันนี้ก็จะครบ 18 ปีอยู่แล้ว แต่ยังไม่ตาย และกลับมาทันสมัยในเมืองไทย ว่าด้วยการปรองดองของคนในชาติ

เพลงของ ไมเคิล แจคสัน บรรยายถึงการอยู่ร่วมกันของมนุษย์เราในโลก เชื้อชาติใด สัญชาติใด และผิวพรรณใด ไม่ควรมีการแบ่งแยก

เช่นเดียวกับการแบ่งเสื้อสีของคนไทยเวลานี้ น่าจะจบลงไปได้แล้ว เพราะเป็นประเด็นที่น่าเบื่อหน่ายอย่างมากของคนไทยผู้รักสันติสุข

ไมเคิล แจคสัน ตายอย่างชนิดที่คนทั้งโลกไม่ลืม และไม่อาจลืมได้เพราะผลงานของเขา เมื่อเขามีรายได้ท่วมท้น เขาก็ยังช่วยงานการกุศลมากมาย รวมทั้งซื้อที่ดินประมาณ 7 พันไร่ สร้างสถานที่สำหรับเด็ก ชื่อ “เนฟเวอร์แลนด์”

RIP MJ: REST IN PEACE MICHAEL JACKSON…นอนหลับพักผ่อนให้สบายเถิด
ไมเคิล แจคสัน…ผลงานของคุณจะอยู่กับโลกไปตลอดกาล…!



------------------------------
เรื่องโดย : จอสยาม
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน กันยายน ปี 2552
คอลัมน์ : ใส่สีใส่สัน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/XQl55
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th