บทความ

ระบบเสียงในรถ กับแนวดนตรีที่ชื่นชอบ


แฟนๆ คงจำกันได้ ถึงเรื่องการจัดชุดลำโพงให้ได้อรรถรส ที่เคยนำเสนอไป ฉบับนี้เป็นเรื่อง ระบบเสียงในรถ กับแนวดนตรีที่ชื่นชอบ ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่องกันพอสมควร

ที่เราทำความเข้าใจไปแล้ว คือ เครื่องดนตรีประเภทต่างๆ ความถี่ที่ออกมา แล้วนำมาวิเคราะห์ว่า ดนตรีแต่ละแนวใช้เครื่องดนตรีอะไร มีความถี่ช่วงไหน ส่วนที่จะกล่าวต่อไป คือ การเซทระบบเสียง ให้แมทช์กับแนวดนตรีที่ต้องการฟัง เราลองมาเจาะลึกกัน

จังหวะกับแนวดนตรี

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวดนตรี โดยแบ่งออกตามจังหวะ 3 รูปแบบด้วยกัน คือ ช้า กลาง (กระชับ) และเร็ว

ดนตรีที่มีจังหวะช้า เช่น POP, POP ROCK, SLOW ROCK, CLASSIC, JAZZ, BLUES, REGGAE, ลูกกรุง และลูกทุ่ง เป็นต้น จังหวะแบบนี้ คุณสามารถฟังเสียงเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นได้ง่าย โดยเฉพาะเสียงเบสส์ คอรัส และชิ้นดนตรีประสาน ซึ่งในจังหวะที่เร็วขึ้นจะฟังออกยาก ที่โดดเด่น จะเป็นเสียงกลองหลัก เสียงร้อง และลูกโซโลต่างๆ

หากใช้พรีแอมพ์ หรืออีควอไลเซอร์ สามารถปรับเป็นแนวระนาบตรงกลางได้ และยกเพียงบางช่วงที่ต้องการ เช่น เสียงเบสส์ เสียงกลอง เสียงร้อง และเสียงแหลม

ชุดเครื่องเสียงที่เหมาะ เริ่มจากฟรอนท์เอนด์ ที่เลือกเป็นรุ่น 1 บิททั่วไป เพาเวอร์แอมพ์ กำลังขับไม่สูงมาก 40-80 วัตต์/แชนแนล ส่วนเสียงเบสส์ หากต้องการหนักขึ้น บริดจ์ขับได้ หรือเซทแอมพ์แยก 100-250 วัตต์ วัสดุกรวยลำโพง และซับ เลือกได้หลากหลาย ทั้งกระดาษ อินเจคชัน และโพลีโพรไพลีน เป็นต้น วัตต์รวมไม่ควรสูงมาก เว้นแต่หูหนักแต่ชอบ POP

ดนตรีที่มีจังหวะกลางๆ หรือกระชับ เช่น R&B, HIP HOP, DANCE, DISCO, ROCK N’ ROLL, JAZZ, BLUES, SKA, COUNTRY และลูกทุ่ง เป็นต้น จะเน้นความโดดเด่นของดนตรีแต่ละชิ้น รวมถึงเสียงร้อง ซึ่งมีทั้งเล่นพร้อมกัน และผลัดกันโซโล โดยดนตรีชิ้นอื่นจะลงให้ เห็นได้ชัดกับแนวดนตรี JAZZ

จังหวะที่เร็วขึ้น เสียงที่ดังขึ้น การฟังรายละเอียดดนตรีก็ยากขึ้น หากใช้พรีแอมพ์ หรืออีควอไลเซอร์ หลายคนจะยกเสียงที่ไม่ค่อยได้ยิน เช่น เสียงร้อง รวมถึงลูกโซโลที่กลมกลืน

ชุดเครื่องเสียงที่เหมาะ ควรใช้ฟรอนท์เอนด์ที่ให้รายละเอียดได้มากขึ้น เช่น 20/24 บิท แอมพ์ไฮเอนด์วัตต์แรง ที่เค้นได้โดยไม่ผิดเพี้ยน เสียงเบสส์ต้องตอบรับได้หลากหลาย และควรแยกชุดแอมพ์ กับซับวูเฟอร์ จะช่วยให้ได้ยินเสียงเบสส์ได้มากกว่า วัสดุกรวยควรเป็นแบบกระดาษ โพลีโพรไพลีน คาร์บอนไฟเบอร์ หรือเคฟลาร์ เป็นต้น วัตต์รวมควรสูงพอที่จะรับแรงอัดได้มาก

ดนตรีจังหวะเร็ว เน้นความแรง HARD ROCK, METAL, ALTERNATIVE, HEAVY, DEAD รวมถึงอีกหลายแนว เน้นเสียงดนตรีทุกชิ้น เค้นเสียงร้อง การปรับเสียง ยกทุกช่วงที่ต้องการ แรงทั้งเสียงเบสส์ เสียงร้อง และลูกโซโล

ชุดเครื่องเสียงต้องวัตต์แรง ฟรอนท์เอนด์ใช้แบบ 1 บิททั่วไปได้ แต่ต้องเน้นที่แอมพ์ไฮเคอร์เรนท์ วัตต์สูง แยกชุดเสียงเบสส์ ประเภท CLASS D ซับวูเฟอร์ LONG STROKE กรวยควรเป็นแบบทนทาน ตั้งแต่โพลีโพรไพลีนอย่างหนา คาร์บอนไฟเบอร์ เคฟลาร์ หรือโลหะ วัตต์รวมต้องสูงรองรับการอัดในแต่ละช่วงได้

ดนตรีแสดงสด เน้นรายละเอียด เป็นแผ่นบันทึกทั่วไป เน้นคุณภาพเฉพาะแผ่น DVD คนที่ลงทุนซื้อแผ่น และเซทระบบคาร์เธียเตอร์ แสดงว่าชอบจริง ส่วนใหญ่จะเป็นนักเล่นระดับออดิโอไฟล์ จึงเน้นระบบเสียงภายในรถด้วย

ชุดเสียงจะต้องเป็นไฮเอนด์ เริ่มจากฟรอนท์เอนด์ DVD แอมพ์ และชุดลำโพง ต้องทำงานแมทชิงกัน เค้นวัตต์ได้พอดี หรือมีเผื่อ แยกชุดเสียงเบสส์ แต่ไม่จำเป็นต้องอัดหนักเหมือนดนตรีจังหวะเร็วๆ เว้นแต่จะฟังแผ่นคอนเสิร์ทประเภทรุนแรง วัตต์รวมขึ้นอยู่กับความชอบ และแนวดนตรี ที่สำคัญ ต้องเน้นการติดตั้งที่มีมิติ เวทีเสียง และเสียงเบสส์ควรมาจากทางด้านหน้า เป็นสำคัญ

เสียงที่ต้องการฟัง

เสียงร้อง แน่นอนครับ คนฟังเพลงส่วนใหญ่ต้องการฟังเสียงร้องเป็นหลัก ไม่ว่าใครจะชอบนักร้องชาย หรือหญิงก็ตาม เพราะถ้าอู้อี้ไม่รู้เรื่อง ก็เสียอรรถรส ต้องคำนึงถึงความถี่เสียงกลางในช่วง 500-1,000 HZ ลำโพงมิดเรนจ์ และมิดเบสส์

เสียงเบสส์ บรรดาหูหนักทั้งหลาย คงจะชอบความหนักหน่วงจากเสียงเบสส์ในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะเสียงกลองประเภทคิคดรัม กับบาเรลดรัม ที่เข้ากันเป็นอย่างดี ต้องคำนึงถึงความถี่ในช่วง 50-150 HZ ลำโพงวูเฟอร์ และซับวูเฟอร์

เสียงแหลม หากขาดเสียงแหลม ก็คงทุ้มๆ บวมๆ เด็กๆ จนถึงวัยรุ่น จะชอบเสียงแหลม ส่วนวัยกลางคนถึงผู้สูงอายุไม่ชอบเสียงแหลม เพราะรู้สึกรำคาญหู แต่กลับชอบเสียงดัง เพราะหูเริ่มไม่ได้ยิน ต้องคำนึงถึงความถี่ในช่วง 4,000-16,000 HZ มิดเรนจ์ 3″-4″ และตัวทวีเตอร์

ชิ้นดนตรีประสาน สำหรับคนที่ชอบฟังเก็บรายละเอียด เสียงชิ้นดนตรีต่างๆ ที่สอดแทรกในดนตรี ช่วยให้มีสีสันไม่น้อย รวมถึงเสียงคอรัสด้วย ต้องคำนึงถึงความถี่ช่วง 200-16,000 โดยเสียงประสานจะออกกับชุดลำโพงกลาง/แหลม

ฟังเก็บรายละเอียดทั้งหมด เป็นเรื่องบรรดาของนักฟังเพลง ที่ก้าวไปสู่ระดับออดิโอไฟล์ ส่วนจะไปเจาะลึกถึงแก่นแท้ของแนวดนตรี หรือศิลปินแต่ละคน ก็แล้วแต่ความชอบครับ ต้องคำนึงถึงความถี่ทั้งระนาบ 20-20,000 HZ และเครื่องเสียงทั้งระบบ ทุกส่วนมีผลต่อเสียง

บทสรุป

ไม่ว่าคุณจะชอบฟังดนตรีแนวไหน ที่สำคัญ ต้องทำความเข้าใจว่าชอบเสียงชิ้นดนตรีอะไร เสียงร้องแบบไหน ในช่วงความถี่เท่าไร การเซทชุดเครื่องเสียงให้เข้ากับแนวดนตรีแบบเฉพาะเจาะจง เป็นเรื่องยาก การออกแบบชุดเครื่องเสียง ให้ตอบรับแนวดนตรีหลากหลาย นั้นง่ายกว่า ควรเน้นการปรับแต่งให้ตรงจุด กับเสียงที่ต้องการฟัง ก็จะได้อรรถรสได้ตรงใจมากขึ้น



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน กันยายน ปี 2552
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/le9po
อัพเดทล่าสุด
10 Sep 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,090,000
2.
2,229,000
3.
779,000
4.
3,590,000
6.
1,316,000
7.
1,749,000
8.
1,699,000
10.
3,299,000
11.
5,399,000
12.
6,799,000
13.
3,249,000
14.
4,980,000
15.
53,500,000
17.
3,600,000
18.
13,339,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th