บทความ

ไต่เขาหวงซาน อลังการมรดกโลก


3 ชั่วโมงจากสุวรรณภูมิ มาถึงสนามบินนานาชาติเมืองกวางโจว มณฑลกวางตุ้ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เราต้องต่อเครื่องบินในประเทศอีก 2 ชั่วโมง มายังเมืองนานจิง มณฑลเจียงซู และต่อรถอีกเกือบ 3 ชั่วโมง มายังเมืองหวู่หู มณฑลอันฮุย เพื่อมุ่งสู่จุดหมายปลายทาง มรดกโลก “หวงซาน” อันเลื่องชื่อ

ช่วงที่เดินทางไปต้องลุ้นกับโรคฮิทอินทเรนด์ “ไข้หวัดใหญ่ 2009” ซึ่งทางการจีนเข้มงวดกับนักท่องเที่ยวที่ผ่านเข้าเมืองมาก มีเจ้าหน้าที่สวมชุดปลอดเชื้อเหมือนนักบินอวกาศ พร้อมเทอร์โบมิเตอร์แบบพกพา ขึ้นมาบนเครื่อง แล้วตรวจวัดอุณหภูมิผู้โดยสารทุกคน หากใครเกิน 37 องศาเซลเซียส ต้องถูกกักตัวเพื่อตรวจเชคอย่างละเอียด

ที่ร้ายไปกว่านั้น ผู้โดยสารที่นั่งใกล้คนเป็นโรค ต้องโดนกักตัวไปด้วย เห็นแล้วอยากจะร้อง “ไอ้หยา เจอแบบนี้ถ้าความร้อนไม่ขึ้น ความดันอั๊วต้องขึ้นแน่ๆ””

โชคดีที่เราผ่านพ้นเหตุการณ์ระทึกไปได้ มา “เมืองจีน” หนนี้เลยไม่ใช่แค่ได้เยี่ยมชมโรงงานประกอบรถยนต์ เชอรี ที่เมืองหวู่หู อย่างเดียว บริษัท ไทยเฌอรี่ยานยนตร์ จำกัด ยังพาไปเที่ยวธรรมชาติที่ “หวงซาน” หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า YELLOW MOUNTAIN “ภูเขาสีเหลือง” ที่ได้รับการกล่าวขานว่ามีทิวทัศน์สวยที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองจีน และในโลก จึงได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ตั้งแต่
ปี 2533 แล้ว

หวงซาน ไม่ใช่เหลียงซาน

การเดินทางมายังเขาหวงซาน สามารถนั่งสายการบินในประเทศมาเมืองหวงซานได้ แต่ทริพนี้เรามีโอกาสเดินทางด้วยรถโดยสาร ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ผ่านธรรมชาติ และภูมิประเทศที่สวยงามตลอด 2 ข้างทาง

เมืองหวงซาน อยู่ในมณฑลอันฮุย ภาคตะวันออกของจีน มีแม่น้ำซีอาน ไหลผ่าน ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวนิยมมานอนค้างคืน เพราะได้สัมผัสบรรยากาศยามเช้า ชื่มชมแสงอาทิตย์สะท้อนรับกับทะเลหมอกและเขาสูง

โรงแรมและที่พักในหวงซาน มีมากมาย ส่วนใหญ่เป็นระดับ 2-4 ดาว บริเวณรอบๆ โรงแรม ยังลงมาเดินเล่นชอพพิงสินค้าพื้นเมืองได้ โดยเฉพาะ เหมาเฟิง (MAOFENG) ชาเขียวพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อว่าอยู่ใน 10 อันดับชาที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน นอกจากนี้ เห็ดหลินจือ ยาจีนสมุนไพร ในเขาหวงซาน ก็มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่ว

เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น เราออกเดินทางไปยังเขาหวงซาน รถบัส หรือรถทัวร์เต็มไปหมด แต่ไม่ว่าจะมาจากที่ใดก็ตาม ทางอุทยานก็ไม่ให้รถเหล่านี้พานักท่องเที่ยวขึ้นไปบนอุทยานได้ ต้องเดินทางมาเปลี่ยนรถที่สถานีเดินรถขนาดย่อมๆ แม้จะไม่ใหญ่เท่า “หมอชิต” บ้านเรา แต่ก็มีเครื่องตรวจวัตถุระเบิด และอาวุธ สำหรับกระเป๋าสัมภาระไว้อย่างแน่นหนา

20 นาที เป็นการเดินทางโดยรถบัสของอุทยาน สู่จุดจำหน่ายตั๋วเพื่อขึ้นเคเบิล หรือกระเช้า นั่นแหละ

จุดนี้ต้องเตรียมเงินคนละ 160 หยวน (800 กว่าบาท) เป็นค่าตั๋ว 2 ใบ สำหรับเข้าอุทยาน และขึ้นกระเช้า ระหว่างรอกระเช้า ยังนึกถึงชื่อของภูเขาหวงซาน ฟังแล้วคุ้นๆ เพราะนั่งดูหนังจีนกำลังภายในทีไร เคยได้ยินชื่อคล้ายๆ กัน เอ…แต่นั่นมันเขา “เหลียงซาน” ซึ่งดังแต่ในหนัง (โดยเฉพาะเรื่อง 108 ผู้กล้าแห่งเขาเหลียงซาน) นี่หว่า ! แต่ไม่รู้จะมี “บัวหิมะ” เหมือนกันไหม เพราะเห็นข้างล่างทำพาสเจอไรซ์มาขายเต็มไปหมด

ประมาณ 20 นาที สำหรับการปลดปล่อยชีวิตที่ทำให้รู้สึกได้เลยว่า ทั้งสวย และเสียว ในใจภาวนาให้กระเช้าจีนมีคุณภาพ พอถึงจุดสูงสุด ลงจากเคเบิลได้ ถึงกับเผลออุทานออกมาว่า “ของเขาดีจริงๆ” ทันทีที่โผล่หน้าออกจากสถานี ก็ได้เห็นวิวทิวทัศน์สุดอลังการ โอ้พระเจ้าเหา ! มันสวยอย่างนี้นี่เอง ขนาดวันฝนพรำ ยังเผลอกดชัทเตอร์ไปหลายรูป ลืมไปว่าจากจุดนี้ยังต้องเดินทางไปยังจุดชมวิวอื่นๆ อีกตั้งประมาณ 4 กม.

ไต่เขา ชมสารพัดหิน

เขาหวงซาน เป็นเทือกเขาที่ทอดตัวอยู่ทางตอนใต้ของมณฑลอันฮุย ฟากตะวันออกของจีน มีชื่อเสียงจากทิวทัศน์ที่งดงามของยอดเขาหินแกรนิท และต้นสนหวงซาน หรือ สน 2 ใบ รูปร่างแปลกตา

หวงซาน มียอดเขาที่มีชื่อถึง 77 ยอด เราเดินขึ้น/ลงยอดเขาสูง เพื่อถ่ายภาพและชมบรรยากาศอย่างเพลิดเพลิน ด้วยความสามารถของชาวจีน ที่ช่วยกันสร้างทางลอยฟ้า ลัดเลาะริมเขา เกือบ 4 กม. ซึ่งเราอยากจะเรียกมันว่า สกายเวย์ (SKY WAY)

ของแปลกอีกอย่างหนึ่ง ไกด์เรียกมันว่า “หินพิสดาร” เป็นหินจำนวนมากที่ถูกธรรมชาติสร้างสรรค์โดยลม และฝน กัดกร่อนจนกลายเป็นรูปทรงที่มองแล้วจินตนาการได้หลากหลาย เช่น หินบิน เป็นหินทรงรี สูง 12 ม. หนัก 544 ตัน ตั้งตระหง่านอยู่บนหวงซาน ส่วนล่างของหินไม่เชื่อมติดกับภูเขา มองดูคล้ายกับว่า เป็นหินที่ตกลงมาจากท้องฟ้า

นอกจากหินบินแล้ว ยังมีหินและยอดเขาหินรูปทรงอื่นๆ จนถูกนำมาตั้งเป็นชื่อ เช่น หินเต่าในตำนาน หินลิงชมทะเล หินเซียนบอกทาง หินหนูกระโดดลงหุบ หินแมวคู่จับหนู หินเซียนประลองหมากรุก ฯลฯ ที่ส่วนใหญ่จะเป็นจุดชมวิวและจุดถ่ายรูปที่สำคัญของหวงซาน นั่นเอง

สถานที่ซึ่งน่าประหลาดใจอีกอย่างของหวงซาน คือ โรงแรมที่พักหรูหราบนเขา สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากมาย และยังใช้เป็นสถานที่ทานอาหารมื้อเที่ยงของลูกทัวร์กรุพต่างๆ ด้วย แม้จะดูขัดสายตากับธรรมชาติที่สวยงามบนนี้ แถมราคายังแพงถึงคืนละเกือบ 1 หมื่นบาท แต่ก็มีทางเลือกให้กางเทนท์ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความประหยัด

3 สน น่าสน

จุดที่ชมความงามของสนหวงซาน คือ ยอดเขายู่ผิง อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,716 ม. บนหน้าผามีต้นสน 3 ต้นที่มีชื่อเสียง ได้แก่ สนรับแขก สนรอแขก และ สนส่งแขก

ไกด์เล่าว่า สนรับแขก นับเป็นต้นสนที่มีชื่อเสียงที่สุดของหวงซาน มีอายุอย่างน้อย 800 ปี ลักษณะของมันเหมือนกำลังผายกิ่งเขียวชอุ่ม ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่งมาถึงหวงซานอย่างอบอุ่น ปัจจุบัน สนรับแขก ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของหวงซานไปแล้ว

ส่วนสนรอแขก ยืนต้นอยู่ตรงหน้ายอดเขายู่ผิง เสมือนหนึ่งมนุษย์ตัวใหญ่คอยดูแลนักท่องเที่ยวที่ชมความงามของหวงซาน

ส่วนสนส่งแขก มีรูปลักษณ์คล้ายบอนไซกระถางหนึ่ง เป็นสนที่มีกิ่งก้านและใบ ปกคลุมลำต้นแน่นหนา มีกิ่งก้านยาวๆ ชี้ไปที่ทางลงภูเขา ดูเหมือนกำลังอำลากับนักท่องเที่ยวอย่างอาลัยอาวรณ์

นอกจากสน 3 ต้นแล้ว ยังมีสนประหลาดอีก 51 ต้น ที่เข้าบัญชีรายชื่อมรดกทางธรรมชาติพร้อมกับหวงซานด้วย เช่น สนสามัคคี สนกระดานหมากรุก สนกิเลน สนหงส์ สนมังกรคู่ สนมังกรหลับ สนเสือดำ ฯลฯ

หวงซาน กับงานศิลป์

ไกด์ยังเล่าให้ฟังอีกว่า “ภูเขาหวงซาน ได้รับคำยกย่องในประวัติศิลปะวรรณคดีจีน มีทรัพยากรและวัฒนธรรมที่เก่าแก่ กวีที่ยิ่งใหญ่สมัยต่างๆ ของจีน เช่น หลี่ไป๋ เจี่ยเต่า ฟ่านเฉิงต้า สือเทา และก่งจื้อเจิน ต่างเคยเขียนบทกวี ยกย่องชมเชยความสวยงามของภูเขาหวงซานทั้งนั้น ที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบันก็มีจำนวนมากถึงกว่า 2 หมื่นบท

ด้านวิจิตรศิลป์ เล่ากันว่า จักรพรรดิซวนหยวน บรรพบุรุษของชาวจีน มาบำเพ็ญตบะในภูเขาหวงซานจนสำเร็จ ในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา ยังมีชื่อยอดเขาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเทพนิยายต่างๆ เหลืออยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ยอดเขาซวนหยวน ยอดเขาฝูชิว ฉะนั้น ภูเขาหวงซานจึงมีความสำคัญไม่น้อยในประวัติลัทธิเต๋าของจีน

หวงซาน แม้จะไม่ใช่เทือกเขาที่สูงระฟ้า ระยะทาง 4 กิโลเมตรรอบเขาดูเหมือนจะใกล้ แม้อากาศเย็นสบาย แต่ก็เล่นเอาเหนื่อยจนเหงื่อโทรมกายทุกคน ช่วงขาลงจากจุดชมวิว เห็น “อาม่า” มาเที่ยวเป็นกลุ่ม นัดแนะกันใส่ชุดสีชมพู เฮฮา กากี่นั๊ง กันทั้งกรุพ

ส่วนกรุพเราพากันยกให้ท่านเป็น มนุษย์ไฟฟ้าสีชมพู เดินเที่ยวบนเขาส่งเสียงหัวเราะสนุกสนาน เป็นความทรงจำที่คุ้มค่า ทั้งด้านทัศนียภาพ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม

กำเนิดหวงซาน

เขาหวงซาน ถือกำเนิดขึ้นในมหายุคเมโซโซอิก เมื่อประมาณ 100 ล้านปีก่อน โดยเกิดจากพื้นก้นทะเลยกตัวขึ้นสูง ต่อมาในยุคควอเทอร์นารี พื้นผิวของเทือกเขาถูกธารน้ำแข็งกัดเซาะเป็นเวลานาน จนเกิดเป็นเสาหินขึ้นทั่วไป และต่อมาก็เกิดป่าขึ้นบนเสาหินเหล่านั้น ในสมัยราชวงศ์จิ๋น เทือกเขาหวงซานมีชื่อเรียกว่า ยี่ซาน ชื่อในปัจจุบันได้รับการตั้งขึ้นใหม่ โดยนักประวัติศาสตร์พบข้อเท็จจริงนี้จากกวีนิพนธ์ของ ลิโป้ ซึ่งได้กล่าวถึงเทือกเขาหวงซานด้วยชื่อในปัจจุบัน

3 สูงสุด ของหวงซาน

เทือกเขาหวงซาน ประกอบไปด้วยยอดเขาจำนวนมาก และมีอยู่ 77 ยอด ที่มีความสูงมากกว่า 1,000 ม. ยอดเขาที่สูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ ยอดเขาเหลียนหัวเฟิง หรือ ยอดเขาดอกบัว สูง 1,864 ม. ยอดเขากวงหมิง หรือ ยอดเขาสว่าง สูง 1,840 ม. และ ยอดเขาเทียนตู่เฟิง หรือ ยอดเขาเมืองหลวงแห่งสวรรค์ สูง 1,829 ม. เขตที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ประกอบด้วยบริเวณเทือกเขา ซึ่งมีพื้นที่ 154 ตร. กม. และรอบๆ เทือกเขาอีก 142 ตร. กม.



------------------------------
เรื่องโดย : ณัฐเวช ยอดแสง
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กันยายน ปี 2552
คอลัมน์ : ชีวิตอิสระ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/dy59f
อัพเดทล่าสุด
10 Sep 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,090,000
2.
2,229,000
3.
779,000
4.
3,590,000
6.
1,316,000
7.
1,749,000
8.
1,699,000
10.
3,299,000
11.
5,399,000
12.
6,799,000
13.
3,249,000
14.
4,980,000
15.
53,500,000
17.
3,600,000
18.
13,339,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

พิชิตดอยพุ่ยโค โก้
พิชิตดอยพุ่ยโค โก้
บ้านห้วยห้อม สัมผัสความสุข บนความพอเพียง
บ้านห้วยห้อม สัมผัสความสุข บนความพอเพียง