บทความ

ครึ่งปีลด 28.0 % ยักษ์ปรับลดเป้า !


6 เดือนแรกของปี 2552 ปีที่เจอะเจอกับสารพัดสารพันปัญหารุมล้อม ทั้งการเมืองที่ยังไม่นิ่งเท่าที่ควร ปัญหาความไม่สงบชายแดนใต้ ปัญหาเศรษฐกิจ และล่าสุดปัญหาเรื่องโรคภัยไข้เจ็บจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่แพร่กระจายไปทั่วโลก และทั่วประเทศไทยอย่างรวดเร็ว เรียกว่าเจอะเจอผีซ้ำด้ำพลอยกันตลอดไม่หยุดหย่อน แล้วระดับชาวบ้านทั่วไปจะเอาเวลาไหนมาคิดเรื่องเปลี่ยนรถใหม่เป็นยี่ห้ออะไรดี

ถึงแม้วงจรการซื้อขายรถใหม่ป้ายแดงจะไม่ถึงกับนิ่งสนิท แต่ก็ติดๆ ขัดๆ กันตลอด อย่างนี้มันต้องถอน…ว่าแล้ว ยักษ์ใหญ่เบอร์หนึ่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่าง โตโยตา ก็ประกาศปรับลดเป้าหมายการขายปี 2552 เหลือ 205,000 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดทั้งหมด 42.7 % โดยที่ทั้งปีคาดว่าตลาดรถยนต์ในประเทศจะมีประมาณ 480,000 คัน ลดลงจากปีที่แล้ว 22 %

แต่นั่นเป็นตัวเลขประมาณการที่ยังมีเวลาเหลือให้กระตุ้นยอดจำหน่ายกันอีก 6 เดือน และหนึ่งงานใหญ่ที่มีส่วนช่วยกระตุ้นยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศได้อย่างมากในช่วงปลายปี แต่สำหรับเวลาที่ผ่านมาแล้ว 6 เดือน จากมกราคมถึงมิถุนายน ปรากฏว่ายอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศรวมทุกบแรนด์ทุกเซกเมนท์ ลดลงไปจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ 28.0 % มียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 231,428 คัน

แบ่งออกเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล 93,137 คัน ลดลงจากปีที่แล้ว 12.5 % รถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ 99,641 คัน ลดลง 38.0 % รถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ 6,187 คัน ลดลง 37.4 % รถกิจกรรมกลางแจ้ง หรือ เอสยูวี 15,250 คัน ลดลง 21.4 % รถอเนกประสงค์ หรือ เอมพีวี 2,913 คัน ลดลง 27.2 % และรถยนต์ประเภทอื่นๆ 14,300 คัน ลดลง 32.0 % ทุกตลาดปรับตัวลดลงอย่างถ้วนทั่ว มากน้อยต่างกันไปตามความต้องการในการใช้งานของผู้ใช้รถทั่วประเทศ

สำหรับยอดการจำหน่ายรถยนต์ในประเทศ เดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของไตรมาสที่ 2 ของปี ปรับตัวลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อนนี้ 13.4 % ซึ่งปัจจัยใหญ่ๆ ที่ทำให้ยอดจำหน่ายหดหายลงไป ก็เนื่องมาจากปัจจัยที่กล่าวมาแล้วเบื้องต้นทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าค่ายรถยนต์ต่างๆ จะพยายามดันแคมเปญส่งเสริมการขายออกมาเป็นระยะๆ ตั้งแต่ต้นปี จนมาซาๆ ไปบ้างในช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา รวมไปถึงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาด แต่ก็ไม่สามารถทำให้ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศสูสีทัดเทียมกับในปีที่ผ่านมาได้

ยอดจำหน่ายรถยนต์เดือนมิถุนายน ทั้งหมดรวมกันได้ 43,402 คัน แบ่งตามเซกเมนท์ออกได้เป็น รถยนต์นั่งส่วนบุคคล 18,294 คัน เทียบกับเดือนมิถุนายน ปี 2551 แล้วปรับตัวลดลง 8.3 % พิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ 17,997 คัน ลดลง 21.1 % พิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,232 คัน ลดลง 0.6 % เอสยูวี 2,859 คัน เพิ่มมากขึ้น 32.4 % เอมพีวี 426 คัน ลดลง 33.4 % รถยนต์ประเภทอื่นๆ 2,594 คัน ลดลง 21.9 %

ถึงแม้ว่าในเดือนมิถุนายนนี้ รถเอสยูวี จะมียอดจำหน่ายที่สูงขึ้นกว่าเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว แต่ก็ไม่มีผลต่อภาพโดยรวมของตลาดรถยนต์ในประเทศเท่าใดนัก เพราะปริมาณยอดจำหน่ายแต่ละ
เดือนมีแค่ไม่กี่พันคัน ขณะที่ตลาดใหญ่อย่างรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และ พิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน
2 ล้อ ยังติดลบอย่างต่อเนื่อง

ในเดือนมิถุนายน โตโยตา ยังคงความเป็นเบอร์หนึ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศต่อไป
เรียกว่าผูกขาดตลาดแบบเบ็ดเสร็จเลยก็ว่าได้ เพราะทุกเซกเมนท์ โตโยตา ยืนอยู่ตำแหน่งหัวแถวทั้งหมด ถึงแม้เมื่อรวมยอดตั้งแต่ต้นปีมา โตโยตา จะเสียเหลี่ยมเสียคูไปบ้างในส่วนของตลาด
รถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ ที่โดน อีซูซุ เบียดแซงยึดหัวหาดไป แต่ยังพอมีเวลาให้เอาคืนได้ในช่วง 6 เดือนหลังของปี

โตโยตา ทำยอดจำหน่ายรถยนต์ประเภทต่างๆ ในเดือนมิถุนายน แบ่งเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล 7,865 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 43.0 % รถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ 7,612 คัน ส่วนแบ่งตลาด 42.3 % รถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ 788 คัน ส่วนแบ่งตลาด 64.0 % รถเอสยูวี 1,276 คัน ส่วนแบ่งตลาด 44.6 % รถเอมพีวี 304 คัน ส่วนแบ่งตลาด 71.4 % และรถยนต์ประเภทอื่นๆ 945 คัน ส่วนแบ่งตลาด 36.4 % รวมทั้งสิ้น 18,790 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 43.3 %

ขณะที่คู่แข่งสำคัญของ โตโยตา เท่าที่มองเห็นอยู่ก็ได้แก่ อีซูซุ ในตลาดรถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มียอดรวมตั้งแต่ต้นปีแซงหน้า โตโยตา ไปหลายพันคันอยู่ และในประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ที่เก๋งค่าย ฮอนดา ตามหลังมาไม่ถึงสองพันคันดีนัก แถมในตลาดรถยนต์นั่งแบบคอมแพคท์ ยังเป็นของเก๋ง ซีวิค ของ ฮอนดา เสียด้วย คงต้องลุ้นกันเหนื่อยพอสมควรสำหรับการดันยอดจำหน่ายของ โตโยตา อัลทิส ให้กลับมาเป็นเบอร์ 1 ของตลาดคอมแพคท์คาร์ได้

เดือนมิถุนายน อีซูซุ เบอร์ 2 ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย ทำยอดจำหน่ายรวมกันทุกเซกเมนท์ได้ 8,452 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 19.5 % ตลาดที่เป็นที่เชิดหน้าชูตาของ อีซูซุ เพราะเป็นหนึ่งในตลาดรถยนต์หลักของประเทศ ได้แก่ รถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ พิคอัพ ดี-แมกซ์ ของ อีซูซุ กวาดยอดจำหน่ายเข้าพกเข้าห่อไปอีก 7,221 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 40.1 %

ถึงแม้จะอยู่ในอันดับที่ 2 แต่เมื่อรวมทั้งปีแล้วยอดจำหน่ายในตลาดนี้ของ อีซูซุ รับไปแล้วทั้งสิ้น 42,102 คัน เป็นอันดับที่ 1 ของตลาดด้วยส่วนแบ่ง 42.3 % ส่วนในตลาดอื่นๆ พิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ อีซูซุ จำหน่ายไปได้ทั้งสิ้น 1,442 คัน ในเดือนมิถุนายน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 23.3 %

เอสยูวี อีซูซุ จำหน่ายได้ 2,330 คัน ส่วนแบ่งตลาด 15.3 % อยู่ในอันดับที่ 3 ของรถยนต์ที่จำหน่ายขายดีเดือนมิถุนายน ยอดรวมตั้งแต่ต้นปี อีซูซุ จำหน่ายไปทั้งสิ้น 48,858 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 21.1 % ถ้า อีซูซุ ยังประคองยอดจำหน่ายของพิคอัพ ดี-แมกซ์ ขับเคลื่อน 2 ล้อ อยู่ในระดับนี้จนหมดฤดูการจำหน่ายปี 2552 ถือว่าเป็นอีกปีหนึ่งที่เป็นความสำเร็จของ อีซูซุ ที่เหนือกว่าคู่แข่งตลอดกาลอย่าง โตโยตา เพราะ อีซูซุ เน้นการทำตลาดรถยนต์ประเภทนี้สูงสุด เนื่องจากไม่มีโมเดลของรถยนต์นั่งจำหน่ายอยู่เลยนั่นเอง

ยักษ์ใหญ่เบอร์ 3 ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย ฮอนดา มีขึ้น/ลงสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งแชมพ์ยอดจำหน่ายในแต่ละเดือนกับ โตโยตา มาตลอดเดือนมิถุนายน เก๋งเล็กเก๋งใหญ่ของ ฮอนดา ทำยอดจำหน่ายรวมกันได้ทั้งสิ้น 6,803 คัน เป็นพระรองในเดือนนี้ รับส่วนแบ่งการตลาดไป 37.2 %

ขณะที่ตลาดรองของ ฮอนดา ได้แก่ ตลาดรถเอสยูวี ซีอาร์-วี โมเดลเดียวของ ฮอนดา ในตลาดนี้จำหน่ายไปได้อีก 517 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 18.1 % โดยยอดรวมทุกประเภทของ ฮอนดา เดือนมิถุนายนอยู่ที่ 7,320 คัน ได้ส่วนแบ่งการตลาดไปทั้งสิ้น 16.9 %

นิสสัน ยอดจำหน่ายรถยนต์รวมทุกประเภท เดือนมิถุนายนยังคงเส้นคงวาอยู่ในอันดับที่ 4 ของตาราง จากยอดจำหน่าย 2,448 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 5.6 % ซึ่งประกอบไปด้วยรถยนต์นั่ง 990 คัน ส่วนแบ่งตลาด 5.4 % อยู่ในอันดับ 4 รถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ 1,269 คัน ส่วนแบ่งตลาด 7.1 % อันดับที่ 3 พิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ 94 คัน ส่วนแบ่งตลาด 7.6 % เป็นอันดับที่ 3 ของตาราง

ความคงเส้นคงวาของยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศ ต่อเนื่องมาจนถึงรถยนต์ประเภทต่างๆ จากค่าย เชฟโรเลต์ ที่เดือนมิถุนายนจำหน่ายไปทั้งสิ้น 1,653 คัน ได้ส่วนแบ่งการตลาดไป 3.8 % โดยดีที่สุดของ เชฟโรเลต์ มาจากตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ทำยอดจำหน่ายได้ 1,237 คัน ส่วนแบ่งตลาด 6.8 % อยู่ในอันดับที่ 3 ของกลุ่มผู้นำตลาด ส่วนพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ หล่นไปอยู่ในอันดับรองบ๊วย ทำยอดจำหน่ายไปได้ 302 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 1.7 % เช่นเดียวกับในตลาดพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่อยู่ในอันดับรองบ๊วยเช่นกัน จำหน่ายไปได้แค่ 8 คัน ส่วนแบ่งตลาด 0.6 % ส่วนในประเภท เอสยูวี แคพทีวา ทำยอดจำหน่ายเดือนมิถุนายนในอันดับที่ 5 โดยจำหน่ายได้ 106 คัน ส่วนแบ่งตลาด 3.7 %

สรุปว่าเดือนมิถุนายน รถยนต์ที่จำหน่ายขายดีที่สุดไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากมายเท่าใดนัก รวมไปถึงกิจกรรมการตลาด ที่ดูจะเงียบเหงาซบเซาไป แคมเปญพิเศษทางด้านการเงินที่เคยนำเสนอกันอย่างคึกคักก็หดหายไปเสียเยอะ ไม่มีการนำเสนอกันอย่างเป็นทางการ แต่เชื่อว่าตามโชว์รูมต่างๆ ถ้าลูกค้าแสดงเจตจำนงแน่วแน่เกินครึ่งแล้วว่ามีความเป็นไปได้ที่จะจรดปากกาเซ็นใบสั่งจอง พนักงานขายคงต้องงัดไม้เด็ดที่รู้กันเป็นการภายใน ออกมาปิดการขายกันอย่างแน่นอน

ส่วนตลาดรถยนต์ในประเทศครึ่งปีหลังคงจะเข้มข้นมากขึ้น เพราะมีรถยนต์รุ่นใหม่เตรียมเปิดตัวเป็นทางเลือกใหม่อีกหลายโมเดล ทั้ง ทไรทัน ใหม่, แลนเซอร์ ใหม่, เอมพีวีใหม่ของค่าย ฮอนดา สนุกแน่กับอีก 2 ไตรมาสของปีนี้

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ ประจำเดือนมิถุนายน ปี 52 กับ ปี 51
ตลาดโดยรวม -13.4 %
รถยนต์นั่ง -8.3 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ -21.1 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ -0.6 %
รถขับเคลื่อน 4 ล้อ +32.4 %
รถเอมพีวี -33.4 %
เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมกราคม-มิถุนายน ปี 52 กับ ปี 51
ตลาดโดยรวม -28.0 %
รถยนต์นั่ง -12.5 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ -38.0 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ -37.4 %
รถขับเคลื่อน 4 ล้อ -21.4 %
รถเอมพีวี -27.2 %


------------------------------
เรื่องโดย : ขุนสัญจร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กันยายน ปี 2552
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/4Unek
อัพเดทล่าสุด
5 Dec 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,180,000
2.
19,800,000
3.
31,900,000
4.
24,700,000
5.
1,990,000
6.
12,959,000
8.
31,900,000
10.
33,900,000
12.
3,699,000
13.
1,030,000
15.
6,000,000
17.
4,999,000
19.
23,420,000
20.
32,900,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th