บทความ

เถ้าชีวิต


ผมเขียนเรื่องนี้เมื่อ 42 ปีที่แล้ว ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ที่ผมเขียนอยู่เป็นประจำ เป็นชีวิตของคนไทยมาตรฐาน ระหว่างยุคการผลิตยาปลอมกำลังบูม มีนายกรัฐมนตรี คือ จอมพลถนอมกิตติขจร

ก่อนอื่น ท่านผู้อ่านก็ต้องเข้าใจว่า สภาพของเมืองไทยเมื่อ 40-50 ปีก่อนนั้นแตกต่างกว่าวันนี้ยิ่งกว่าดำกับขาว

ประเทศมีคนจนมากกว่าคนรวย เส้นทางคมนาคมยังไม่พอกพูนเหมือนวันนี้ การเดินทางของคนส่วนมากในชนบท ก็ไม่ได้สะดวกสบายเหมือนทุกวันนี้

ไกลปืนเที่ยงออกไปไม่ไกล…(เรื่องของผมเริ่มแล้ว)

เป็นกระต๊อบอีกหลังของประเทศ เจ้าของเป็นผู้มีอันจะกิน แบบกินวันละ 2 มื้อเป็นอย่างสูงอย่างต่ำ ก็คือ ไม่ได้กินเลย

ถ้าเรียกพ่อแม่ลูกเป็นชีวิต พวกเขาก็มีถึง 4 ชีวิต พ่อคนหนึ่ง แม่อีกคน ลูกชายคนโต และลูกสาว
คนเล็ก

ภายใต้หลังคากระต๊อบที่กันแดดได้ 75 % ของพื้นที่ แต่กันฝนได้ 50 % ถ้าลมฝนไม่แรงจนเกินไปนั้น พวกเขามีวิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องหนึ่ง

เป้าหมายหลักในการทุ่มเงินซื้อวิทยุเครื่องนี้ คือ การรับฟังในเรื่องที่ควรค่าแก่การฟัง

แต่เมื่อเข้ามาอยู่ในกระต๊อบแล้ว เป้าหมายก็เปลี่ยน กลายเป็นเหตุปัจจัยที่ทำให้ครอบครัวนี้แบ่งสี

คนหนึ่งอยากฟังละคร คนหนึ่งอยากฟังข่าวสาร คนหนึ่งก็อยากจะฟังโฆษณาและฟังเพลง

ลูกชายคนโต โตพอช่วยพ่อดำนาได้แล้ว อยากฟังโฆษณา โดยเฉพาะโฆษณาขายยา

เมืองไทยเราเวลานั้น สถานีวิทยุของ ททท. ฮิทมาก ระดับความฮิทวัดได้จากสปอทโฆษณา

ลูกชายคนโต จะรู้จักชื่อยาต่างๆ ได้ดีกว่าคนอื่น

แต่ความสุขของลูกชายคนโต ก็หายวับ เพราะรัฐบาลสั่งห้ามการโฆษณายาทางวิทยุ

ดูเหมือนในเวลานั้น รัฐบาลกำลังมีปัญหาเรื่องยา คำโฆษณาขายยาก็ “เวอร์” เกินความจริงจึงสมควรห้ามโฆษณา เพื่อไม่ให้ประชาชนหลงผิด

ลูกชายคนโตเหงาไปแยะ

ไม่ได้ยินเสียงโฆษณายา แต่ได้ยินเสียงวิ้ดว้ายตลอดวัน เพราะนางร้ายในละครกำลังรุมกันทำร้ายนางเอกผู้แสนดี

เขาฟังแล้วมองดูแม่กับลูกคนเล็ก สุมหัวกันร้องไห้เพราะ “อิน” กับละครวิทยุ

พ่ออยากฟังข่าวจากกรุงเทพ ฯ อยากฟังเสียงรถถังวิ่งบนถนน อยากฟังรัฐบาลออกประกาศกับฝ่ายตรงข้าม สลับด้วยเพลงปลุกใจรักชาติ

แต่ก็ต้องขัดใจประชาชนในกระต๊อบของเขา 1 เสียง ย่อมแพ้ 2 เสียง หรือเสียงครึ่ง

และท่านผู้อ่านของผม จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ทุกคราวเมื่อทะเลาะกัน คนที่ตัดสินเด็ดขาดเป็นที่เชื่อฟังของประชาชนชาวกระต๊อบหลังนั้น ก็คือ ลูกชายคนโต เพราะเหตุคืนวันหนึ่ง…

คืนนั้นเกิดเรื่องใหญ่โต แม่ไม่สบายมาก พ่อจะต้องออกไปซื้อยา ปัญหาก็คือ พ่อไม่เคยฟังวิทยุเกี่ยวกับยารักษาโรคโน้นโรคนี้ เมื่อถึงคราวจะต้องออกไปซื้อยามารักษาแม่ ก็คิดไม่ออกจะซื้อยาอะไรดี

“โนวัลยิ่นไงพ่อ” ลูกชายบอก

แม่หายจากความไม่สบายเป็นปลิดทิ้ง หลังจากได้ยา

นี่ก็เป็นปฐมเหตุที่ทำให้ลูกชายของเขามีอำนาจเต็มในบ้าน และคอยตัดสินว่านาทีนั้น ใครควรฟังวิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องเล็ก

ลูกสาวคนเล็ก ชนะหัวใจพ่อ เพราะการปรนนิบัติตามประสาลูกผู้หญิง

พ่อรักลูกสาวคนเล็กมาก เห็นว่าแม้มันยังเล็กอยู่ก็จริงแหละ แต่มันก็ขยันช่วยแม่แบบหัวไม่วางหางก็ไม่เว้น สาละวนกับการหุงหาอาหารเท่าที่จะพอประกอบการปรุงขึ้นมาได้มื้อหนึ่งและก็ช่วยพ่อ เมื่อยามที่พ่อจะออกไปผืนนา ช่วยพี่ชายเมื่อพี่ชายทำความสะอาด
ลานเก็บข้าวหลังกระต๊อบ

สิ่งที่รักมาก พระเจ้าท่านก็มักเรียกไปก่อนเสมอ…

เคราะห์ร้ายได้เข้ามาเยือนครอบครัวนี้ ในคืนวันหนึ่ง ลูกสาวคนเล็กไม่สบายมากทั้งปวดหัวตัวร้อนเป็นไฟ เป็นอาการใหม่ที่ทุกคนในกระต๊อบไม่เคยพบ ไม่เคยเป็น

พ่อต้องการออกไปซื้อยามาให้ลูกสาวคนเล็ก เหมือนคราวที่ออกไปซื้อยามาให้แม่

แต่แม่มี ซิกธ์เซนส์ เห็นว่า ทางที่ดีควรพาลูกสาวคนเล็กไปอนามัย ซึ่งก็น่าจะดีกว่าแต่อนามัยของพวกเขาอยู่ไกลจากกระต๊อบเหลือเกิน

การเดินทางไปอนามัยที่ใกล้ที่สุด ต้องเริ่มจากการเดินเท้าเปล่า ฝ่าทุ่งนาออกไปให้ถึงที่คอยรถเมล์ รอจนกว่ารถเมล์ประจำทางหลวงสายแผ่นดินจะวิ่งมารับ พ่อจึงตัดสินใจเห็นว่า วิ่งเป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อซื้อยารักษา

ก่อนจะวิ่งก็ถามลูกชายคนโตว่าควรซื้อยาอะไร

“ฉันลืมแล้วพ่อ” ลูกชายบอก “ฉันนึกไม่ออกหรอกพ่อ หมู่นี้วิทยุก็ไม่มีโฆษณายาเหมือนแต่ก่อนฉันนึกไม่ออกจริงๆ พ่อไปบอกคนขายยาก็แล้วกัน บอกว่าอีเล็กมันปวดหัว ตัวก็ร้อนจัด ขอยาแก้ปวดมาก็แล้วกันพ่อ”

พ่อเชื่อลูกชาย อีกไม่นานเท่าไรเขาก็ได้ยาแก้ปวดมาให้ลูกสาวกิน และคืนนั้นเอง ลูกสาวคนเล็กก็จากพวกเขาไปไม่มีวันกลับ เพราะยาเม็ดเหล่านั้น

ข้างบ้านบอกพวกเขาหลังรู้เหตุร้ายในวันต่อมา

“ลูกสาวเอ็งกินยาปลอม…อย่าเสียใจเลยไอ้พุ่ม”

คนเป็นพ่อยืนนิ่ง พูดอะไรกับเพื่อนบ้านที่มาร่วมงานศพลูกสาวคนเล็ก ความคิดของเขาขณะนั้น เขาคิดว่า หากลูกต้องตายเพราะไข้ป่าอันรุนแรง ก็ยังจะดีเสียกว่ามาได้ยินว่า ลูกสาวตายเพราะยาปลอม และเป็นยาปลอมที่เขาอุตส่าห์วิ่งไปซื้อด้วยตนเอง

เขากลายเป็นคนเงียบอย่างน่ากลัว ในหัวมีเรื่องเดียว ซึ่งทั้งแม่และลูกชายรู้ดีว่าเป็นเรื่องอะไรซึ่งมันจะเป็นเรื่องอะไรอื่นไม่ได้ นอกเสียจากลูกสาวคนโปรดของเขาตายจากเขาไปด้วยอำนาจของยาปลอม

เสี้ยวเดียวของนาทีนั้น ผู้เป็นพ่อถลันเข้าไปคว้าวิทยุ ขว้างมันออกไปด้วยกำลังแรงสุด สุด ก่อนที่ลูกชาย และแม่จะห้ามทัน

หรือถ้าห้ามทัน พวกเขาก็คงไม่ห้าม เพราะไม่กล้าทวนกระแสเชี่ยวกรากแห่งความโกรธแค้นของพ่อ

ความเงียบปกคลุมกระต๊อบ วันเวลาแต่ละวันกลายเป็นความยาวนานอันน่าอึดอัด

พ่อนอนซมกับพื้นกระดานล้มป่วย กินไม่ได้นอนไม่หลับ ความคิดถึงลูกสาวคนเล็กที่จากไปเหนือกว่าอะไรอื่นทั้งสิ้น เขาไม่ได้คิดถึงวิทยุ ไม่ได้คิดถึงข่าวสาร หรือเสียงรถถังวิ่งแต่คิดถึงลูกคนเล็กคนเดียวที่น่าสงสาร ส่วนลึกของหัวใจเท่านั้นที่โกหกความรู้สึกของ
คนเป็นพ่อไม่ได้

นี่ถ้ารู้อย่างเดียวว่า ใครผลิตยาปลอมเท่านั้น…ป่านนี้เขาได้นอนตะรางแล้ว ไม่ต้องมานอนซมกับพื้นกระต๊อบ

ทำไมการหากินของคนผลิตยาปลอม จึงหาความสะอาดไม่ได้เท่ากับข้าวในนาของเขา

“พ่อ…” ลูกชายเรียก “กินยาบ้างนะพ่อนะ”

“กินให้ตายเหรอะ ?” พ่อคำราม “ต่อแต่นี้ไป ป่วยแล้วไม่ต้องกินยา เป็นเองก็ต้องหายเอง”

ลูกชายก็ทำอะไรไม่ได้ มองดูพ่อแล้วก็รู้สึกว่าพ่อใกล้จะปิดฉากชีวิตลงแล้ว

วันหนึ่งอาการพ่อดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะลูกชายเอาข่าวดีมาบอก “พ่อตำรวจจับคนทำยาปลอมได้แล้ว”

อีก 2 วันต่อมา ความดีใจของพ่อก็มากขึ้น เพราะลูกชายบอก

“พ่อ ศาลตัดสินประหารชีวิตคนทำยาปลอมแล้ว”

พ่อยกมือท่วมหัว จากนั้นม่านตาก็ปิดลงพร้อมกับดวงวิญญาณแม่เรียกลูกชายมาถาม

“เอ็งโกหกพ่อเขาทำไม ก็ไอ้นั่นมันแค่ติดคุก 2 ปี”

“ถูกแล้วแม่ ฉันโกหกพ่อ” ลูกชายตอบ น้ำตาไม่ออกแม้แต่เม็ดเดียว “ฉันทนสงสารพ่อไม่ได้ เมื่อพ่อจะต้องตาย แล้วทำไมฉันจะทำให้พ่อของฉันตายอย่างมีความสุขไม่ได้ละแม่…”



------------------------------
เรื่องโดย : บรรเจิด ทวี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2552
คอลัมน์ : เล่นท้ายเล่ม
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/aPmq9
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th