บทความ

ป้ายติดหน้ารถ


การใช้รถยนต์หลายคนออกแนวพิลึก ผู้สังเกตเห็นเรื่องนี้ จนผมต้องนำมาเขียน คือ เด็ก 10 กว่าขวบเท่านั้นเอง แกคุยกับคนในครอบครัว พอโดนพวกผู้ใหญ่ไต่ถาม หลังจากไปท่องเที่ยวกับญาติที่ต่างจังหวัดว่า

“เป็นไง รถยนต์ของเขาเหมือนรถที่บ้านเราไหม”

เจ้าตัวกลับตอบว่า

“รถบ้านเขาที่กระจกหน้า มีป้ายติดอยู่ 2 ป้าย เท่านั้นแหละ”

“แล้วไง…” คุณยายผู้อาวุโสที่สุดในวงสนทนา ตั้งป้อมซักหลานสาว ด้วยงงในคำตอบ ซึ่งเอ่ยถึงป้ายติดกระจกหน้ารถไปโน่น แทนที่จะบรรยายสภาพอื่นๆ ของรถ หลานสาวจึงอธิบายความต่อไปว่า

“ไม่เหมือนรถที่บ้านเราน่ะสิยาย”

ยายใจร้อนผสมงงอยู่ดี รีบซักอีกให้หายสงสัย

“ไม่เหมือนยังไงเหรอเรา”

“รถที่บ้านนี้ ป้ายติดกระจกหน้ารถมีตั้ง 2 แท่งยาวๆ อยู่ 2 ข้างนั่นไง”

คนในครอบครัวซึ่งนั่งคุยกันยามเย็น พร้อมใจกันหันกลับไปมองที่รถยนต์กลางเก่ากลางใหม่คันเก่งซึ่งจอดอยู่หน้าบ้าน แล้วถึงบางอ้อ พากันอมยิ้ม ขณะที่ผู้เป็นแม่อดหัวเราะความช่างสังเกตของลูกสาวไม่ได้ แล้วออกปากยอมรับ

“เออ จริงของเอ็ง รถบ้านเราติดป้ายสารพัดไว้หน้ากระจกรถจนเพียบ ติดข้างเดียวไม่พอ เอามันทั้ง 2 ข้าง ไม่ยอมแกะออกเลย บนขอบกระจกก็มีอีกนะ เพิ่งสังเกต รถบ้านเราพิลึกจริงๆ”ว่าแล้ว ก็หัวเราะกันทั้งวง

นี่คือความจริงอย่างหนึ่งของคนบ้านเรา เมื่อมีป้ายวงกลม (ติดปากกัน: ตอนนี้เป็นสี่เหลี่ยมแล้ว)แสดงการเสียภาษีประจำปี ป้าย พรบ. ป้ายบริษัทประกันภัย ป้ายอื่นๆ เช่น ป้ายเข้าหมู่บ้าน ป้ายจอดรถป้ายอนุญาตเข้าสถานที่ต่างๆ ป้ายเข้าสถานที่ราชการสำคัญๆ ป้ายสังกัดนั่นนี่ ติดไว้ที่กระจกหน้ารถให้เต็มไปหมด

ป้ายที่จำเป็นไม่ติดไม่ได้ เช่น ป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปี ขืนไม่ติดโดนจับโดนปรับด้วยปะไรรวมทั้งป้ายเข้าสถานที่ต่างๆ ยังไม่หมดอายุ และจำเป็นต้องใช้ อันนี้ไม่ว่ากัน

เอ้อ…บ้านเรายังมี “ป้ายทุเรศ” อีกอย่าง คือ ป้ายส่วยต่างๆ ข้อนี้ต้องเห็นใจเจ้าของรถ ไม่ติดผ่านทางไม่ได้ ขืนผ่านโดนรีด

รายที่เป็นหนัก เช่น ป้ายวงกลมเสียภาษีปีเก่าๆ ไม่ยอมแกะทิ้ง ติดของใหม่เรื่อยไป สะสมไว้ยังงั้นแหละมีป้ายอื่นๆ ก็ไม่รั้งรอ นำมาแปะไว้อีก ป้ายหมดอายุก็ช่าง ยังติดไว้อะร้าอร่าม เพื่อความภูมิใจไทย หรืออวดบารมี เช่น ป้ายอนุญาตเข้าสถานที่สำคัญๆ สำนักงานตำรวจ เข้าสภาเข้าค่ายทหาร โฮ้ย ติดจนรถพุ

ถึงคราวซวย กระจกหน้ารถแตก ด้วยเหตุใดก็แล้วแต่ ลงทุนนั่งลอกสารพัดป้ายมาติดกระจกใหม่ยากเท่าไรก็ยอม ไม่งั้นนอนไม่หลับ ยังงี้ก็มีครับ ฮา ไม่ออก

เข้าใจว่าลูกหลานที่ตั้งข้อสังเกตไว้ข้างต้น แกคงรำคาญเวลานั่งรถ สารพัดป้ายบดบังสายตา มองออกไปไม่ถนัด จึงหยิบยกขึ้นมาให้ผู้ใหญ่รับรู้

อันที่จริงคนขับก็ไม่สะดวก ป้ายบังเหมือนกัน ไม่ถูกต้องในหลักของความปลอดภัยอยู่แล้ว แต่ขาดการเอาใจใส่ อ้อ ยังมีที่ร้ายกว่านั้น ทะลึ่งตัดสติคเกอร์ปิดกระจกหน้าเกือบทั้งหมด เว้นช่องไว้หน่อยหนึ่ง เพื่อมองทาง รถบรรทุกถนัดนัก เจ้าหน้าที่ของเราก็ช่างดูดาย และใจดี ไม่ว่ากล่าวอะไรเลยอยู่กันแบบบ้านป่า ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยพ่อคุณเอ๋ย

ยังมีป้ายอีกจำพวกหนึ่ง เรียกว่า “ป้ายกวนตออีนอ” เป็นสติคเกอร์ทำเองบ้าง มีขายบ้าง ใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ ออก แนวนักเลง ท้าทาย เชิญชวนให้คนมารุมยำ ถ้าขาโจ๋หมั่นไส้ ลองคิดให้ดีเถอะว่าเป็นสิ่งที่ควรประพฤติไหม ซวยขึ้นมาเมื่อไหร่จะรู้สึก

อ่านเสร็จสาธุชนที่เคารพ ลองสำรวจรอบคันรถของท่าน แล้วพิจารณาตามขั้นตอนว่า จะจัดการกับป้ายที่ไม่จำเป็นหรือไม่อย่างไร ก็สุดแล้วแต่ใจเทอญ สะกิดบอกด้วยความปรารถนาดี

ไปว่ากันถึงคดีความสักเรื่องหนึ่ง งานนี้ชี้ให้เห็นว่าพวกที่เวอร์ ฟ้องเรียกค่าเสียหายบานตะไท ดังที่เห็นในข่าวต่างๆ ว่ากันเป็น 100-200 ล้านบาท มาดูสิว่า ศาลไทยเล่นด้วยไหม อย่างไร ?

ความวิบัติเกิดขึ้นชั่วพริบตา รถของผู้เคราะห์ร้ายเป็นรถเก๋ง นั่งกันมา 3 คน สวนทางกับรถกระบะของกรมทางหลวง ซึ่งขับขี่โดยเจ้าหน้าที่ชื่อ “นายแน่วแน่” อันว่ารถสวนกัน ถ้ามีเหตุประสานงามักหนักหนาสาหัส

รายนี้ก็ใช่ อีท่าไหนไม่รู้ รถกระบะแถเข้ามาในช่องทางของรถเก๋ง ทิ่มอย่างจัง จังไม่จังคนบนรถเก๋งตายเรียบ นายแน่วแน่ คนขับรถกระบะนั้นรอด

ชาวบ้านช่วยจำไว้อย่าง เมื่อรถคู่กรณีเป็นของทางราชการ อย่าไปหวังว่าจะได้รับการชดใช้ค่าเสียหายง่ายๆ ที่เป็นอย่างนี้เพราะ เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานนั้นๆ ตั้งแต่บนสุดถึงล่างสุด ไม่มีใครกล้ากำหนดจำนวนเงินค่าเสียหายให้หรอกครับ ที่ไม่กำหนดเพราะเป็นเงินหลวงนั่นเอง ด่าก็แล้ว แช่งก็แล้วเขาจะเฉย ถ้าเราเผลอ ปล่อยให้ขาดอายุความ ซวยซ้ำสอง

แหะ แหะ ถ้ากำหนดเงินในโครงการต่างๆ ที่มีอะไรติดปลายนวม กลับถนัดนัก เท่าไรเท่ากัน เรื่องจริงใช่ไหมครับ

งานเศร้างานศพผ่านไป ญาติผู้ตายอันได้แก่ ผู้ที่นั่งมาในรถเก๋ง 2 คน คือ “นายหมื่นปี” กับ “ยั่งยืน”จึงตั้งหลัก กัดฟันขึ้นศาล ยื่นฟ้อง นายแน่วแน่ เป็นจำเลยที่ 1 กรมทางหลวงเป็นจำเลยที่ 2 ให้จ่ายค่าเสียหายแก่ลูกของ นายหมื่นปี 2 คน เป็นค่าต่างๆ รวมทั้งสิ้น 108,112,500 บาท พร้อมดอกเบี้ย โอย…มากมายมหาศาลขนาดไหนลองคิดดู

ฝ่าย นายยั่งยืน ซึ่งอายุไม่ยืนเหมือนชื่อ มีพ่อ แม่ และลูกอีก 3 คน รวมกันเรียกร้องค่าเสียหาย 67 ล้าน 8 แสนบาทเศษ พร้อมดอกเบี้ย เด็ดดวงพอกัน งานนี้ทนายนั่นแหละตั้งป้อมให้

เบ็ดเสร็จงานนี้เรียกค่าเสียหายใกล้ๆ 200 ล้านบาท ฟ้องร้องกันเมื่อปี 2538 แสดงว่าล้ำสมัยไม่เบาในการเรียกร้องค่าเสียหายขนาดนั้น คนใช้รถใช้ถนนอย่างเราๆ ท่านๆ เห็นแล้วหนาวระวังก็แล้วกัน ครานี้มาดูกันว่า ศาลตัดสินออกมาอย่างไร

เรื่องความประมาท ซึ่งฝ่ายจำเลยเถียงว่า มีรถมอเตอร์ไซค์ตัดหน้ารถกระบะ จึงเกิดเหตุขึ้น 3 ศาลชี้ออกมาตรงกันว่า จำเลยเถียงไม่ขึ้นหรอก เพราะหลักฐานในที่เกิดเหตุ ชี้ชัดว่ารถกระบะเข้าไปซัดรถเก๋งในช่องทางของรถเก๋งอย่างเต็มๆ ข้ออ้างว่ามีรถมอเตอร์ไซค์ตัดหน้า นายแน่วแน่ คนขับรถกระบะอ้างลอยๆไม่มีพยานสนับสนุน

แม้พนักงานสอบสวนจดบันทึกไว้ในสำนวน ก็ทำขึ้นตั้ง 4 เดือน หลังเกิดเหตุ ศาลต้องฟังพยาน
หลักฐานที่ปรากฏบนศาล ไม่รับฟังสิ่งที่พนักงานสอบสวนเขียนขึ้นมา โดยไม่มีพยานอื่นใดเบิกความ
สนับสนุนที่ศาล นอกเหนือจากคำของพนักงานสอบสวนเพียงปากเดียว รถกระบะประมาทฝ่าย
เดียวชัวร์

จำนวนค่าเสียหาย ซึ่งเชื่อว่าท่านคงลุ้นอยากรู้ผล เลขที่ออกในชั้นศาลฎีกา ก็คือ

ลูก 2 คน ของ นายหมื่นปี ศาลให้ค่าเสียหายต่างๆ รวม 9 แสนบาท พร้อมดอกเบี้ย พ่อแม่และลูก 3 คนของ นายยั่งยืน ได้เงินรวมกัน 1 ล้าน 3 หมื่น 2 พันบาท พร้อมดอกเบี้ย ที่ตั้งโจทก์ฟ้องเรียกร้องมา 100กว่าล้านบาท ถ้าต้องจ่ายค่าขึ้นศาลละก็ ไม่น้อยกว่า 2 แสนบาท จะบอกให้

ดอกเบี้ยอย่าคิดว่าเรื่องเล็ก แค่ร้อยละ 7.5 ต่อปี กว่าคดีเสร็จปาเข้าไปเป็น 10 ปี คำนวณแล้วโจทก์ได้ไปรายละไม่น้อย เกือบๆ เท่าเงินต้น จำเลยอย่าได้ดีใจที่ยื้อคดีอยู่บนศาลไม่ตัดสินเด็ดขาดสักที โดนค่าดอกเบี้ยงอมพระรามบวกพระลักษณ์ก็แล้วกัน ส่วนใหญ่รู้ตัวต่อเมื่อตัดสินเสร็จ กุมกระโหลกไปตามๆ กัน

ที่น่าสังเกต คือ ศาลฎีกาท่านแจกแจงไว้ด้วยว่า ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการทำบุญงานศพ ค่าว่าจ้างมหรสพการทำหนังสือประวัติผู้ตาย ค่าของชำร่วยแจกงานศพ เป็นไปตามธรรมเนียมประเพณี จึงเป็นค่าใช้จ่ายอันจำเป็น และเหมาะสมในการจัดการศพผู้ตาย มีสิทธิเรียกร้องจากจำเลยได้ ข้อที่เมียของ นายยั่งยืนไม่ได้จดทะเบียนสมรส มาเป็น ผู้แทนทำหน้าที่ฟ้องแทนลูกของ นายยั่งยืน ก็ทำได้ จำเลยยกมาปัดความรับผิดไม่ได้

การต่อสู้คดี ฝ่ายโจทก์ไม่ยักอุทธรณ์ฎีกา ศาลตัดสินออกมาได้ไม่ถึงล้าน หรือล้านกว่าๆ ยอมตามนั้นคงจะไม่มีเงินค่าธรรมเนียมในการเล่นเกมยาว มีแต่จำเลย อันได้แก่ กรมทางหลวง เล่นเพลงยาวเหยียดถึงฎีกา

ครับคดีนี้ศาลฎีกาตัดสินไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง นายแน่วแน่ โชเฟอร์สังกัดกรมทางหลวงจึงยกฟ้อง นายแน่วแน่ เสีย ว่ามาอย่างนี้ เชื่อว่าพี่น้องนั่งงงแล้วงงอีก เป็นไปได้ยังไง นายแน่วแน่ขับรถประมาท คนอื่นตายเกลี้ยงอย่างเห็นๆ

ใจเย็นๆ พี่น้อง คือ อย่างนี้ครับ เมื่อปี 2539 ที่ผ่านมา มีกฎหมายฉบับหนึ่ง ได้แก่ พรบ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เข็นออกมายุครัฐบาลนายกบรรหาร ณ เมืองสุพรรณ ระบุไว้กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐ ฯ กระทำละเมิดขณะปฏิบัติหน้าที่ ให้เจ้าทุกข์ฟ้องหน่วยราชการก็พอ ไม่ต้องฟ้องเจ้าหน้าที่ให้เขาตื่นเต้นตกใจ (แต่ชาวบ้านจะฟ้องก็ได้ ศาลตัดสินเองออกมาอย่างคดีนี้) เจตนาของกฎหมายเพื่อให้ความเป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่เขา จะได้ไม่ขวัญเสียขณะทำงานทำการในตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ จนไม่กล้าทำอะไรเลย ซึ่งเป็นเรื่องจริง

อ้าว แล้วเขาไม่ต้องรับผิดชอบเลยหรือ ถ้าทำประมาท หรือทำชุ่ยละเมิดคนอื่น

โธ่ ต้องรับผิดสิครับ ไม่งั้นพากันชุ่ยแหลก แต่จะเท่าไร ยังไง ขึ้นอยู่ที่ความเหมาะสม ความเป็นธรรมให้หน่วยงานต้นสังกัดเชคบิลล์เอง อายุความงอกยาวกว่าเดิมด้วยปะไร คือ 2 ปีนับแต่ศาลชี้ถึงที่สุดให้หน่วยงานนั้นจ่ายเท่าไร กระทรวงการคลังกำกับดูแลด้วย ถ้าหน่วยงานนั้นๆ ไม่เชคบิลล์ หัวหน้าหน่วยนั่นแหละโดนฐานละเลย เข้าใจตามนี้นะครับ

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8271/2550



------------------------------
เรื่องโดย : จอมยุทธ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2552
คอลัมน์ : ร่มไม้ชายศาล
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/zoFZ5
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th