บทความ

วงดนตรีเคลื่อนที่ใน โพร์เช พานาเมรา


ในขณะที่ถูกคู่แข่งกดดันอย่างหนัก โดยการพยายามสร้างรถสปอร์ท ให้เทียบเท่า หรือดีกว่าทั้งอิตาลี ญี่ปุ่น หรือแม้แต่สัญชาติเดียวกันอย่าง เอาดี อาร์ 8

โพร์เช เองซึ่งเชี่ยวชาญด้านการสร้างรถสปอร์ทเป็นพิเศษ กลับกำลังเพิ่มแนวรบไปชิงส่วนแบ่งของตลาดรถเก๋งหรู ที่ผลิตในระดับมวล และมี เมร์เซเดส-เบนซ์ ครองแชมพ์อยู่ ตามมาไม่ห่างนักด้วยซีรีส์ 7 ของ บีเอมดับเบิลยู และไกลหน่อยด้วยยอดขาย แต่ด้านคุณภาพไม่แพ้ อย่าง เอาดี เอ 8

ไม่ใช่เรื่องง่ายครับ ใครที่ไม่รู้จัก โพร์เช ดี อาจจะบอกว่า ไม่น่าจะสำเร็จ แต่ โพร์เช ไม่ใช่ผู้ผลิตรถสปอร์ทชั้นยอดแต่เพียงอย่างเดียวครับ ผู้อยู่ในวงการรู้ดีว่า โพร์เช เป็นนักรับจ้างหางานพิเศษเป็นลำไพ่มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว งานที่ว่านี้ คือ รับจ้างและพัฒนาให้บริษัทอื่นเป็นงานวิศวกรรมระดับสูง ไม่ว่าจะเกี่ยวกับเครื่องยนต์ หรือรถยนต์ หรือไม่ก็ตาม อาจเป็นช่วงล่างของรถถัง เครื่องยนต์ของรถเก๋งสัญชาติเกาหลี งานในอุตสาหกรรมการบินเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ชื่อดังอย่าง ฮาร์ลีย์ เดวิดสัน

งานรับจ้างพัฒนาของ โพร์เช ส่วนใหญ่จะเป็นความลับครับ เหตุผลก็คือ กลัวคู่แข่งมาว่าจ้างเอาอย่างบ้าง หรือไม่ก็กลัวเสียหน้า ขอปิดไว้ให้ลูกค้านึกว่าเป็นฝีมือเจ้าของตราดีกว่าแต่แบบกลับกันก็มี คือ ขอเปิดเผยเพื่อยืมชื่อเสียงไปกระตุ้นยอดขายด้วย

และไม่ว่าจะเป็นแบบใด มีสิ่งที่เหมือนกันหมดอยู่ 2 อย่างครับ คือ ค่าจ้างสูงลิบ กับผลงานชั้นเยี่ยมที่ลูกค้าจะไม่ผิดหวัง เพราะเป็นงานของทีมวิศวกรชั้นยอดเงินเดือนสูง การพัฒนารถเก๋งหรูออกขายเอง จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่น่าหนักใจอะไรนัก เพราะ โพร์เช รับจ้างทำมาหมดแล้ว ทั้งช่วงล่างของรถหรู เครื่องยนต์ เกียร์ และระบบอื่นๆ ในรถ

ด้านเครื่องยนต์ ดูเหมือนว่า โพร์เช จะไม่มีอะไรที่ล้ำหน้าคู่แข่งมาล่อใจลูกค้าได้ แต่ช่วงล่างหรือระบบรองรับนั้น น่าจะใช่ ดังที่ผมนำมาเล่าไปในฉบับที่แล้ว อีกด้านหนึ่งที่ โพร์เช ตั้งใจจะทำให้ดีกว่าคู่แข่ง หรืออย่างน้อยก็ต้องใกล้เคียงกัน คือ การให้ความสำราญแก่ลูกค้าด้วยเสียงครับ และดูเหมือนจะเป็นงานระดับสูง ที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นพิเศษ เกินความสามารถและประสบการณ์ของทีมวิศวกรหัวกะทิของ โพร์เช เอง

งานนี้ คือ การออกแบบระบบเครื่องเสียงของ พานาเมรา ให้อยู่ในระดับสุดยอดของโลก ซึ่งโรงงานผลิตรถเก๋งหรู ล้วนเลือกใช้บริการของผู้ผลิตเครื่องเสียงบ้านชั้นนำระดับโลก ส่วนใหญ่สัญชาติอเมริกัน อย่าง มาร์ค เลวินสัน ฮาร์แมน คาร์ดอน โบส หรือไม่ก็จากชาติในยุโรปที่ไม่ใช่เยอรมัน อย่าง บีแอนด์ดับเบิลยู และ ลินน์ ของอังกฤษ หรือ บีแอนด์โอ จากเดนมาร์ค ไม่ทราบว่าจะเป็นเพราะถูกจับจองโดยคู่แข่งไปหมดแล้ว หรือว่า โพร์เช ต้องการใช้ผลงานของเยอรมันด้วยกัน เพราะ โพร์เช เลือกบริษัท BURMESTER ซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลก สำหรับเครื่องเสียงในบ้าน มีถิ่นฐานอยู่ในกรุงเบร์ลิน ให้พัฒนาระบบให้ความบันเทิงด้วยเสียงใน พานาเมรา

DIETER BURMESTER กูรูด้านเครื่องเสียงในบ้าน และเป็นเจ้าของบริษัท เลือกใช้ลำโพงทั้งหมด 16 ตัว พื้นที่ของกรวยลำโพง ซึ่งเป็นตัวสร้างคลื่นอากาศ มาให้เรารับรู้ว่าเป็นเสียง รวมกัน 2,400 ตารางเซนติเมตร ขับเคลื่อนด้วยเครื่องขยายสัญญาณ หรือ
แอมพลิฟายเออร์ 16 แชนแนล ให้กำลังรวมกัน 1,000 วัตต์ 300 วัตต์แรก ถูกใช้กับซับวูเฟอร์ ขนาด 250 มม. ซึ่งถูกติดตั้งในที่เก็บสัมภาระท้ายรถ ที่เหลืออีก 700 วัตต์กระจายไปยังลำโพงขนาดต่างกันทั่วห้องโดยสารอีก 15 ตัว แค่ตัวเล็กสุดซึ่งปล่อยเฉพาะเสียงแหลม ก็ยังได้กำลังถึงตัวละ 25 วัตต์

ตัวเลขพวกนี้เป็นค่ากำลังสูงสุดครับ ฟังจริงๆ แค่ไม่กี่เปอร์เซนต์ แต่จำเป็นสำหรับการให้เสียงความเพี้ยนต่ำ กรวยลำโพงใช้ใยแก้วเป็นโครงสร้าง ตัวโครงเป็นอลูมิเนียมหล่อที่ให้ทั้งความแกร่ง และน้ำหนักที่น้อยด้วย ชุดเครื่องเสียงของ BURMESTER ใน พานาเมรามีน้ำหนักแค่ 12 กก. เท่านั้น ด้านหลังบริเวณเสาหลังคาที่ 3 (นับจากด้านหน้า) หรือ เสา C เป็นลำโพงสำหรับให้เสียงรอบทิศ ในขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 มม. (ประเทศในยุโรปเกือบทุกประเทศ วัดความยาวในระบบเมทริคครับ)

เกือบลืมบอกไปครับ ตำแหน่งต่างๆ ที่ติดตั้งลำโพง ผมจะบอกเพียงข้างเดียวนะครับ ให้เข้าใจว่ามีทั้ง 2 ข้างสมมาตรกัน ส่วนล่างของประตูหลัง ติดลำโพงเสียงต่ำขนาด 200 มม. สูงขึ้นมาเกือบถึงด้านบน เป็นลำโพงแฝดสำหรับเสียงกลาง และเสียงแหลม ตัวเสียงกลางขนาด100 มม. ส่วนตัวเสียงแหลม 25 มม. ที่บานประตูหน้า ด้านล่าง เป็นลำโพงเสียงต่ำขนาด 220มม. สูงขึ้นมาอีกประมาณ 1 คืบ และถอยมาใกล้ตัวคนขับและคนนั่งประมาณ 1 คืบเหมือนกันเป็นลำโพงเสียงกลางขนาด 100 มม. ส่วนลำโพงเสียงแหลม หรือ ทวีเตอร์สำหรับด้านหน้าติดไว้บนแผงหน้าปัด ใกล้กับเสาหลังคาหน้า หรือ เสา A ต่างจากทวีเตอร์ด้านหลัง โดยเป็น
แบบแผ่นโลหะ น้ำหนักแค่ 0.4 กรัม ให้เสียงแหลมได้ละเอียดกว่า ตัวสุดท้ายเป็นแบบเดี่ยวสำหรับส่งเสียงกลางค่อนข้างแหลม ขนาด 80 มม. อยู่กึ่งกลางแผงหน้าปัด หันหน้าเข้าหากระจกบังลมหน้า เพื่อสะท้อนเสียงกลับมา

รวมกันทั้งห้องโดยสารเป็นลำโพง 7 คู่ กับ 1 ตัว ที่ว่านี้ และซับวูเฟอร์ท้ายรถอีก 1 เป็น 16 ตัวแอมพลิฟายเออร์ถูกซ่อนไว้ใต้ที่วางเท้าของผู้โดยสารด้านหน้า สำหรับเสียงกลางและเสียงแหลมซึ่งกำลังนิยมใช้การขยายสัญญาณแบบดิจิทอล BURMESTER เลือกใช้แบบแอนาลอก โดยให้เหตุผลว่า เสียงที่ได้จะนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติมากกว่า แต่นอกเหนือจากนี้ใช้ระบบดิจิทอลจัดการ เพราะการทำให้เสียงเป็นธรรมชาติในรถ ซึ่งเป็นห้องแคบ มีผนังที่ไม่เหมาะต่อการเป็นห้องฟังเพลง เช่น กระจกรอบทิศ ต้องอาศัยระบบที่ปรับได้ละเอียด และความชำนาญของผู้ปรับแต่งด้วย

มองอย่างผิวเผินอาจจะเหมือนงานเล็กที่ไม่ยากนัก แต่ความจริงแล้วตรงกันข้ามครับ เพราะโพร์เช ตั้งมาตรฐานไว้สูงมาก BURMESTER ใช้เวลาพัฒนาทดลอง และผลิตระบบนี้อยู่ถึง5 ปี แน่นอนว่าต้องใช้ห้องโดยสารของรถรุ่นอื่นแทน แฟน โพร์เช คงเดาได้ทันทีว่า ไม่น่าจะมีอะไรเหมาะไปกว่าห้องโดยสารของ กาเยนน์

ส่วนเวลา คงทายยากหน่อย 5 ปีครับ เพราะไม่ใช่แค่งานด้านเทคนิค แต่รวมเวลาทดลองฟังโดยอาสาสมัครจำนวนมาก เพื่อให้ได้ความเห็นของคนที่มีรสนิยมในด้านเพลงที่หลากหลายเพียงพอ ซึ่งก็ไม่ทำให้ BURMESTER และนายจ้าง ซึ่งก็คือ ฝ่ายเทคนิคของ โพร์เช ผิดหวัง เสียงเพียโน และแซกโซโฟน นุ่ม สม่ำเสมอ ไม่มีการบาดหู แม้จะเพิ่มความดังขึ้น เสียงนักร้องทั้งหญิงและชายเป็นธรรมชาติมาก ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเครื่องเสียงระดับนี้

แต่ลูกค้าที่ซื้อ พานาเมรา ไม่ใช่นักฟังเพลงรสนิยมสูงเสมอไปครับ บางรายอาจเพียงแค่ต้องการเสียงประกอบของหนังจาก DVD ยุคนี้ให้สมจริง BURMESTER ก็ให้เสียงรอบทิศได้ถึงใจด้วย

ขณะถูกใช้งาน ระบบเครื่องเสียงใน พานาเมรา จะตรวจสอบเสียงรบกวนจากสิ่งแวดล้อมที่เล็ดลอดเข้ามาสู่ห้องโดยสาร ด้วยไมโครโฟนความไวสูง แล้วส่งสัญญาณไปให้โพรเซสเซอร์ เพื่อปรับมิติของเสียง ให้เหมาะกับสภาวะนั้นอย่างต่อเนื่อง

ของดีมักไม่ใช่ของฟรีครับ โดยเฉพาะในรถบแรนด์ดังทั้งหลายของเยอรมัน รวมทั้ง โพร์เช ซึ่งเชี่ยวชาญการล้วงกระเป๋าลูกค้าจนแฟบ ด้วยออพชันที่ลูกค้ารู้สึกว่าตัดออกไม่ลง ใครที่เลือกของถูกใจแบบไม่ยั้ง รวมราคาแล้ว อาจซื้อรถรุ่นพื้นฐานได้อีกเกือบเต็มคัน

มองในแง่นี้ต้องถือว่า ราคาของ BURMESTER ชุดนี้ ที่ 4,800 ยูโร (ประมาณ 235,000 บาท) สมเหตุสมผลครับ เมื่อเทียบกับราคารถ และต้องถือว่าค่อนข้างถูก เมื่อเทียบกับราคาระบบเครื่องเสียงในบ้านของ BURMESTER ที่ 100,000 ยูโร (ประมาณ 4,900,000 บาท) พอๆ กับ พานาเมรา รุ่นถูก 1 คันพอดี



------------------------------
เรื่องโดย : เจษฎา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2552
คอลัมน์ : รู้ลึกเรื่องรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ZOXUt
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th