บทความ

จอห์น เรย์


“มาซดา” ผลิตรถภายใต้แนวคิด “ซูม…ซูม” จนประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ มาซดา 3 ที่จับกลุ่มลูกค้าได้ตรงใจ 4 WHEELS สัมภาษณ์พิเศษ จอห์น เรย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ถึงอนาคตของการรุกตลาด มาซดา 2 และเป้าหมายการเป็นที่หนึ่ง ทั้งการขายและบริการ

4 WHEELS : สถานการณ์ตลาดในปี 2552 จะเป็นอย่างไร ?
เรย์ : เราคาดว่าตลาดรถยนต์โดยรวมจะมียอดขายประมาณ 500,000-520,000 คัน สำหรับ มาซดา ตั้งเป้ายอดขายในปีนี้ไว้ 12,000 คัน แบ่งเป็นรถพิคอัพ 6,000 คัน และรถเก๋ง 5,600 คัน มีส่วนแบ่งในตลาดประมาณ ร้อยละ 2.2 โดยปีที่แล้วมียอดขาย 11,000 คัน แบ่งเป็นรถพิคอัพ 7,000 คัน และรถเก๋ง 4,000 คัน

4 WHEELS : คุณเตรียมแผนรองรับไว้อย่างไร สำหรับตลาดรถพิคอัพที่ตกลงในปีนี้ ?
เรย์ : รถพิคอัพ ส่วนสำคัญ คือ ความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์กับราคาที่จ่ายไป ดังนั้นการจัดโพรโมชันจะเน้นที่การตอบสนองความต้องการของลูกค้า และตอกย้ำจุดขายของ มาซดา บีที-50 คือ ช่วงล่างอัจฉริยะ DE-S (DYNAMIC ENHANCED SUSPENSION SYSTEM) ที่สามารถสร้างความแตกต่าง และการยอมรับจากลูกค้า นอกจากนั้นก็จะเน้นที่การออกรุ่นพิเศษเพิ่มเติม สร้างสีสันให้ตลาดมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้า

4 WHEELS : กลยุทธ์ใดที่จะสามารถนำพาให้ มาซดา แข่งขันได้ในตลาด ?
เรย์ : ในช่วงเวลาเกือบ 2 ปีกว่าที่ผมเข้ามารับตำแหน่งในเมืองไทย คือ การเงิน ดีเลอร์ การฝึกอบรม การสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดย มาซดา ได้เตรียมวางแผนการเปิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีนี้บริษัท ฯ จะแนะนำรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอีก 2 รุ่น คือ ในช่วงไตรมาสที่ 3 จะแนะนำรถรุ่น ซีเอกซ์-9 รถเอสยูวีรุ่นล่าสุดของ มาซดา และยังมีรถเก๋งเล็กรุ่นใหม่ มาซดา 2 ที่จะเปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 4 รวมถึง มาซดา 3 และ บีที-50 ก็จะออกรุ่นพิเศษ เพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับผลิตภัณฑ์ ดังจะเห็นได้จากการตอบรับของลูกค้า จากการแนะนำ มาซดา 3 มูฟ ซีรีส์

พร้อมกันนี้บริษัท ฯ ยังได้พัฒนาปรับปรุงดีเลอร์ทั่วประเทศให้รับกับผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งถือเป็นเซกเมนท์ใหม่ของการทำตลาดของ มาซดา ในเมืองไทย ดังนั้นจึงได้จัดฝึกอบรมพนักงานของตัวแทนจำหน่ายทุกระดับ เริ่มตั้งแต่ เจ้าของ พนักงานขาย การบริการ รวมถึงนำระบบติดตามลูกค้าคาดหวังมาใช้ เพื่อให้พนักงานขายได้ติดตามว่า หลังจากลูกค้าเข้ามาในโชว์รูมแล้ว มีการตัดสินใจซื้อรถหรือไม่ หรือติดขัดตรงไหน เพื่อการติดตามลูกค้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และโพรแกรมนี้ยังช่วยในการประเมินการสื่อสารกับลูกค้าด้วย ไม่ว่าจะเป็นสื่อของแมสส์ หรือโลคัล เพื่อที่จะได้รู้ว่าจะใช้จ่ายเงินในเรื่องนี้ได้อย่างไร

4 WHEELS : คุณมีแผนงานในการสร้างเครือข่ายเพื่อความแข็งแกร่งอย่างไร ?
เรย์ : บริษัท ฯ กำลังเร่งการพัฒนาดีเลอร์ในการปรับโฉมโชว์รูมรูปแบบใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 96 แห่งทั่วประเทศ โดยเริ่มปรับโฉมโชว์รูมรูปแบบใหม่ไปแล้วหลายแห่ง และล่าสุด ได้แก่ พัทยา ภูเก็ต ขอนแก่น พัทลุง ซึ่งการปรับโฉมโชว์รูมครั้งนี้เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ใหม่ และการสร้างบแรนด์ระยะยาวของ มาซดา

โดยเป้าหมายคาดว่าภายในปีนี้จะปรับปรุงให้ได้ 40 แห่งทั่วประเทศ และจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในต้นปีหน้า เพื่อให้ทันกับ มาซดา 2 ที่จะเปิดตัวในไตรมาสที่ 4 นี้ สำหรับเงินลงทุนนั้นแต่ละแห่งใช้งบประมาณที่แตกต่างกันไป ในงบประมาณ 15-30 ล้านบาท ซึ่งบริษัท ฯ และดีเลอร์ร่วมกันลงทุน

นอกจากนั้นแล้วในแง่การสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า เราได้ให้ความสำคัญมากในเรื่องของการสร้างมาตรฐานในด้านนี้ โดยมีการจัดแข่งขันในโครงการ “MAZDA MASTER DEALERS EXCELLENCE AWARD” เมื่อปีที่แล้วเป็นปีแรก ด้วยการมอบรางวัลให้แก่ดีเลอร์ที่ดูแลลูกค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้เราตั้งเป้าที่จะเป็นอันดับ 1 ในเรื่องของการขาย และบริการหลังการขายในปีหน้า

นอกจากพัฒนาดีเลอร์แล้ว ยังมีในส่วนของพนักงาน มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) ฯ ด้วย เพื่อให้พร้อมรับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะออกมา แล้วเราก็พยายามพัฒนาปรับปรุงดีเลอร์ เมื่อ 2 ฝ่ายพร้อม ก็สามารถรุกตลาดได้อย่างเต็มที่

4 WHEELS : การพัฒนาดีเลอร์ วัดผลอย่างไร ?
เรย์ : สิ่งที่เห็นได้ชัด คือ ทำให้เรารู้ว่าจำนวนลูกค้าที่เข้ามาในโชว์รูมมีมากน้อยแค่ไหน ทำให้คาดการณ์ยอดขายของดีเลอร์ใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้น สร้างความพยายามที่จะให้ลูกค้าตัดสินใจจองรถ และที่สุด คือ ยอดขายของพนักงานขายแต่ละคนสูงขึ้น ซึ่งนั่นก็หมายถึง ยอดขายของดีเลอร์ที่เพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนั้น ระบบบริหารและติดตามลูกค้าคาดหวัง ยังสามารถแสดงให้ดีเลอร์ได้ติดตามการทำงานของลูกน้องได้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ได้ทราบถึงลักษณะของลูกค้าว่าเป็นอย่างไร มีการติดตามลูกค้าได้ต่อเนื่อง ซึ่งในส่วนของลูกค้าก็จะได้ประสบการณ์ดีๆ จากการดูแลเอาใจใส่ของดีเลอร์ด้วยเช่นกัน

4 WHEELS : คุณตั้งเป้าหมายความสำเร็จของ มาซดา ไว้อย่างไร ?
เรย์ : ที่ผ่านมา มาซดา เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งมั่นและพัฒนาด้านต่างๆ ให้แก่ลูกค้า ดังนั้นในปีหน้า มาซดา ตั้งเป้าจะครองส่วนแบ่งการตลาดให้ได้ ร้อยละ 5 ซึ่งความมั่นใจนี้มีผลจากการแนะนำรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด รวมถึง มาซดา สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้หลากหลายมากขึ้น

4 WHEELS : ความเปลี่ยนแปลงของบริษัทแม่ หลังจาก ฟอร์ด ขายหุ้นแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง ?
เรย์ : ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องความสัมพันธ์ของ ฟอร์ด มาซดา ทั่วโลก แต่ก็ไม่ได้ส่งผล หรือเปลี่ยนแปลงอย่างไรกับการทำธุรกิจในประเทศไทย เนื่องจากที่ผ่านมา การทำงานของ มาซดา และฟอร์ด การบริหารจัดการ บริการหลังการขาย โชว์รูม แยกธุรกิจออกจากกันอย่างเด็ดขาด ทำให้ไม่ได้มีส่วนกระทบกับ มาซดา ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2552
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/P1DV0
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th