บทความ

ขับ มิตซูบิชิ ทไรทัน เที่ยวสามพันโบก


ก่อนได้รับจดหมายเทียบเชิญจาก บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ให้ทดลองขับพิคอัพ ทไรทัน ใหม่ ไปอีสาน และดูงานที่ดีเลอร์แห่งใหม่ บริษัท มิตซูไทยยนต์ จำกัด โดยใช้เส้นทาง กรุงเทพ ฯ-ศรีสะเกษ-อุบลราชธานี เรากำลัง “อิน” กับโฆษณาของ ททท. ที่มีพรีเซนเตอร์ คือ “พี่เบิร์ด” ยืนประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว โดยมีฉากหลัง คือ แก่งสามพันโบก จึงตอบรับเข้าร่วมเดินทางทริพนี้อย่างเต็มใจ เพื่อไปพิสูจน์ทั้งสมรรถนะรถ และชมความงามของธรรมชาติเเท้ๆ

เที่ยวเมืองไทยกันไหม ในบ้านของเราเอง ?

การเดินทางครั้งนี้ มีเพื่อนๆ สื่อมวลชนร่วมทริพไปด้วย 12 คน พาหนะที่เราได้ใช้ คือ มิตซูบิชิ ทไรทัน พลัส รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ดับเบิลแคบ เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร เวลาประมาณ 8.30 น. ออกสตาร์ทกันที่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 พหลโยธิน แล้วเลี้ยวขวา เข้าทางหลวงหมายเลข 2 ที่ถนนมิตรภาพ เป็นการวิ่งแบบฟรีรัน ไปเรื่อยๆ แต่จุดหมายที่วางไว้ คือ เราต้องไปถึงที่ อ. โพธิ์ไทร จ. อุบลราชธานี ก่อน 4 โมงเย็น เพื่อจะได้ทันเวลาชมความงามที่ สามพันโบก เพราะถ้าแสงหมด ก็จบข่าว !!!

10.30 น. พวกเรามาถึง อ. นางรอง จ. บุรีรัมย์ แวะรับประทานอาหารกลางวันกันที่ร้านข้าวขาหมูจิ้งนำ ซึ่งเป็นร้านขายข้าวขาหมูที่ว่ากันว่า อร่อยที่สุดในเมืองบุรีรัมย์ ใครผ่านมาต้องแวะชิม

เมื่อเติมพลังกันเรียบร้อย ก็ได้เวลา “ฟงหวิน” กันต่อ โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 24 มุ่งหน้าสู่ จ. อุบลราชธานี แล้วต่อด้วย ทางหลวงหมายเลข 231 (ถนนวงแหวนเมืองอุบลราชธานี) แล้วเลี้ยวซ้ายเพื่อไป อ. โพธิ์ไทร ที่ทางหลวงหมายเลข 2050 ตามด้วยเลี้ยวขวาเพื่อใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2337 และ 2112 จนมาถึงจุดหมายที่ บ้านโป่งเป้า อ. โพธิ์ไทร จ. อุบลราชธานี ได้ทันเวลาก่อนพระอาทิตย์ตกดินพอดี

ที่นี่เราได้พบกับ อภิโรจน์ จันทาลุน ผู้ใหญ่บ้านโป่งเป้า หมู่ที่ 4 ยืนยิ้มแป้นต้อนรับพวกเราอยู่พร้อมด้วยมัคคุเทศก์ตัวน้อย เตรียมประกบให้ข้อมูลรายละเอียด เรายืนยืดเส้นยืดสายพักใหญ่ผู้ใหญ่บ้านจึงพาเราเดินตามโขดหินขนาดใหญ่ ไปถึงจุดสูงสุดของสามพันโบก ที่ตรงนี้เราสามารถกวาดสายตามองบริเวณโดยรอบได้ 360 องศา สวยงามมาก

แหม…แต่ท้องฟ้ากลับไม่ค่อยเป็นใจเท่าไร ฝนไม่ได้ตก แต่ฟ้าปิด ไม่มีเมฆ อากาศอบอ้าวเหมือนฝนจวนเจียนจะตก…ให้ได้เสียวเล่น

ภาพที่เห็นตรงหน้า บนโขดหินมีขอนไม้ขนาดใหญ่ติดอยู่ บ่งบอกได้ว่า นี่คือ การพัดพามาโดยธรรมชาติ หลังจากถึงช่วงเวลาน้ำขึ้น ขอนไม้นี้คงจะถูกพัดลอยไปตามสายกระแสน้ำ

สามพันโบก ฝีมือธรรมชาติ

สามพันโบก เป็นกลุ่มหินเรียงตัวเป็นสันดอนขนาดใหญ่ เป็นประติมากรรมอันสวยงามที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ ริมฝั่งแม่น้ำโขง มีพื้นที่กว่า 10 ตารางกิโลเมตร คำว่า “โบก” เป็นภาษาอีสานแปลว่า หลุม พื้นหินที่เป็นหลุมมากมาย ซึ่งเกิดจากเม็ดทรายที่ถูกกระแสน้ำไหลกัดเซาะหินจนกลายเป็นหลุมหลายพันหลุม หลายคนเรียกที่นี่ว่าเป็น กแรนด์ แคนยอน เมืองสยามเพราะรูปร่างลักษณะของมันจะคล้ายกับ กแรนด์ แคนยอน อันเลื่องชื่อ

ที่เรายืนอยู่นี่ คือ หินหัวพะเนียง เป็นหินที่มีลักษณะคล้ายหัวสุนัข ตามตำนานแม่น้ำโขงเล่าว่าแม่น้ำโขง เกิดจากพญานาคตัวพ่อ กับตัวแม่ เป็นผู้ขุดสร้างขึ้น ส่วนร่องน้ำเล็กๆ ที่เห็น เกิดจากพญานาคตัวลูก โดยมีสุนัขรับใช้อยู่เฝ้าปากทาง วันหนึ่งลูกพญานาคขุดไปจนถึงทุ่งหินเหลือมที่มีลักษณะคล้ายทองคำ ทำให้ลูกพญานาคขุดเพลิน จนไม่กลับออกมา ทำให้สุนัขรับใช้ต้องรอคอยจนตาย เฝ้าปากทางร่องน้ำ เราจึงเห็นเป็นลักษณะคล้ายหินรูปหัวสุนัขนั่นเอง

สระมรกต ถือเป็นจุดสูงสุดของสามพันโบก มีน้ำขังตลอดปี จากจุดที่ยืน มองไปสุดลูกนัยน์ตาลักษณะคล้ายจะมีสระน้ำขนาดใหญ่ติดริมฝั่งโขง มีเด็กๆ กระโดดน้ำเล่นเป็นพักๆ พวกเราอยากถ่ายรูปเด็กกระโดดน้ำ เลยให้น้องๆ โดดขึ้นโดดลงอยู่หลายรอบ กว่าจะได้ภาพสวยๆ

ก่อนจะลงเรือยนต์ ล่องไปตามลำแม่น้ำโขง เพื่อชมความงามของแก่งหินแบบใกล้ชิด ลุงคนขับเรือให้เราใส่ชูชีพ เพื่อความปลอดภัย เรือที่ขับไปนี้มีลักษณะเป็นเรือท้องแบนธรรมดา เพื่อสะดวกในการเทียบจอดตามแนวโขดหิน

เราล่องเรือไปตามลำน้ำโขง ชมความตระการตาที่ไม่น่าเชื่อว่า นี่หรือคือสิ่งที่เกิดจากธรรมชาติล้วนๆ ระหว่างทางผ่านหน้าผาหินที่มีตัวเลขบอกเป็นระดับขึ้นไป เราสงสัยว่าคืออะไร จึงหันไปถามมัคคุเทศก์ตัวน้อย ซึ่งได้รับคำตอบว่า นี่คือ “ผาหินศิลาเลข” เป็นตัวเลขบอกระดับน้ำของแม่น้ำโขง ที่ชาวฝรั่งเศสมาสลักไว้ เพื่อใช้สำหรับนำเรือสินค้าเข้ามาทางนี้ เพื่อเดินทางสู่หลวงพระบาง

ลุงคนขับเรือ พาเราไปถึงเนินกว้างๆ ที่มีทรายเนื้อละเอียดสีนวลตา เนื้อทรายมีลักษณะเป็นคลื่น มัคคุเทศก์บอกเราว่า นี่คือ หาดหงส์ บนหาดนี้เป็นเนินสูงแต่ไม่ชันมาก บนเนินทรายมีต้นไมยราบขึ้นอยู่เกลื่อนกลาด เลยแกล้งเอามือไปสัมผัส มันก็หุบ เพราะไมยราบเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีความไวต่อการสัมผัส เนินทรายบนหาดหงส์มีลักษณะคล้ายคลื่นในน้ำทะเล สวย สมแล้วที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ จากนั้นเรานั่งเรือต่อไปจนสุดทางน้ำ เพื่อชมความงามบริเวณลานหินกว้างต่อไป

หลังจากดื่มด่ำกับความงดงามที่สามพันโบกกันหลายชั่วโมง ก็ใกล้เวลาพลบค่ำ มองท้องฟ้าเมฆเริ่มตั้งเค้ามาไกลๆ พวกเราจึงรีบขึ้นเรือมายังจุดรวมพลที่เดิม เพื่อขับรถ ทไรทัน กลับสู่ตัวเมืองอุบลราชธานี

หลังจากนั่งกินแรงเพื่อนร่วมรถมานาน ก็ได้เวลานั่งหลังพวงมาลัยกับเขาบ้าง เพื่อทดลองสมรรถนะเจ้า ทไรทัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ แล้ว

ทไรทัน พลัส รูปลักษณะภายนอก ปรับปรุงใหม่ กระจังหน้าแบบโครเมียม กันชนหน้า/หลัง ดีไซจ์นใหม่ ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งมากกว่าเดิม ไฟตัดหมอกดีไซจ์นใหม่ ไฟหน้าแบบใส กรอบกระจกมองข้างแบบโครเมียม ห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย มีที่ใส่ของกระจุกระจิกเพิ่มมากขึ้น เบาะนั่งเป็นแบบทูโทน มาตรวัดแบบเรืองแสง RACING SPEED METER พวงมาลัย 3 ก้าน สปอร์ทแบบรถเก๋ง คอนโซลกลางสีทูโทนเช่นกัน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกเพียบ

ที่ประทับใจ คือ เบาะด้านหลังนั่งสบาย ดูทื่อแต่นั่งนานไม่รู้สึกปวดหลัง และเมื่อย้ายตำแหน่งมานั่งคนขับ เบาะโอบกระชับหลังดี ทำให้รู้สึกขับสบาย เหมาะกับนักเดินทางสไตล์โฟร์วีลดไรฟจริงๆ

พอมานั่งหลังพวงมาลัยปุ๊บ ฝนก็ตกปั๊บ แต่คิดอีกแบบ ก็ดี จะได้รับรู้สมรรถนะตอนฝนตกว่าเป็นอย่างไร

การเร่งแซง แม้ไม่แรงเท่าไร แต่ก็นุ่มนวลมาก เพราะเครื่องยนต์แค่ 2.5 ลิตร แต่ถ้ารอบได้ กำลังมาทุกอย่างปรู้ดปร้าด การเกาะถนนดี ไม่เป็นรองใคร แต่ด้วยสภาพอากาศที่ไม่ค่อยเป็นใจ ฝนตกหนักมาก แม้จะปรับที่ปัดน้ำฝนเบอร์ 3 แล้ว ก็ยังมองทางข้างหน้าแทบไม่เห็น เราจึงต้องขับตามๆ กันบวกกับถนนแค่ 2 เลน สวนทาง การตัดสินใจจึงต้องแม่นยำ

แล้วพวกเราก็เดินทางมาถึงที่พัก คืนนี้เราค้างกันที่ โรงแรม สุนีย์ กแรนด์ อยู่ในตัวเมืองอุบลราชธานี พวกเราแยกย้ายเก็บสัมภาระ ล้างหน้าล้างตา ก่อนจะไปรับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารจำปาหอม แล้วจึงกลับมาพักผ่อน เพื่อภารกิจในวันถัดไป

เยี่ยมชม มิตซูไทยยนต์ ฯ

วันนี้ ตื่นแต่เช้าตรู่ เพื่อเดินทางมุ่งหน้าสู่ บริษัท มิตซูไทยยนต์ จำกัด (สาขาศรีสะเกษ) เพื่อพูดคุยกับ สราวุธ เหล่าอยู่คง กรรมการผู้จัดการ ถึงเหตุผลที่เลือกมาเป็นดีเลอร์ มิตซูบิชิ และเขาบอกกับเราว่า

“ที่นี่ถือเป็นโชว์รูมแห่งที่ 2 มีพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ 2 งาน ลงทุนไปกว่า 30 ล้านบาท เพื่อให้เป็นโชว์รูมที่ครบวงจร ตั้งแต่งานขาย บริการหลังการขาย ซ่อมสีตัวถัง รวมถึงรถยนต์มือสองคุณภาพดีภายใต้โครงการ DIAMOND USED CAR หรือ “รถมือสอง รับรองคุณภาพ” มาตรฐาน มิตซูบิชิซึ่งนอกจากโชว์รูมที่นี่แล้ว ตอนนี้กำลังก่อสร้าง โชว์รูม มิตซูบิชิ ที่ จ. อุบลราชธานี เพื่อรองรับ
การขยายตัวที่รวดเร็ว โดยก่อนหน้านี้เป็นดีเลอร์อยู่ ที่ จ. อำนาจเจริญ ด้วย ซึ่งเปิดมากว่า10 ปีแล้ว”

นับเป็นโอกาสดีของชาวศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ที่กำลังจะมี ศูนย์บริการที่มุ่งมั่นพัฒนาบริการ สำหรับคนรัก มิตซูบิชิ โดยเฉพาะ

ขอขอบคุณ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด



------------------------------
เรื่องโดย : ปาจรีย์ ทัศนาญชลี
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2552
คอลัมน์ : ชีวิตอิสระ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/KHVaY
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th