บทความ

12 เดือนติดลบต่อเนื่อง


จากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว จนมาถึงเดือนเมษายนที่ผ่านพ้นไป ถึงแม้จะมีช่วงเวลาของการกอบโกยยอดจำหน่ายจากงาน MOTOR EXPO รวมไปถึงงานมอเตอร์โชว์ครั้งล่าสุด แต่ยอดโดยรวมการจำหน่ายรถยนต์ในประเทศยังคงทิ้งดิ่งลงไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ยังคงติดลบต่อไปเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ทั้งนี้มาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นสภาพเศรษฐกิจโดยรวม ความไม่มั่นใจในเสถียรภาพทางการเมืองและจากสภาพภัยธรรมชาติที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ขณะที่บริษัทรถยนต์หลายต่อหลายค่าย นำรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาด รวมไปถึงการเปิดทางเลือกให้ผู้ใช้รถมากขึ้นจากแคมเปญส่งเสริมการขายพิเศษ แต่ก็ยังต้านปัจจัยลบไม่ได้

เดือนพฤษภาคม ปี 2552 เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นเดือนแรกของช่วงเวลาแห่งความหดหู่จากตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศ ที่ติดลบตัวแดงมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน เดือนที่ 5 ของปีนี้มียอดจำหน่ายรถยนต์รวมทุกประเภทที่ 40,539 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว 26.2 % ซึ่งในจำนวน 5 บแรนด์ที่มียอดจำหน่ายรถยนต์รวมทุกประเภทสูงสุดปรากฏว่ามีเพียงรถยนต์จากค่าย ฮอนดา เท่านั้นที่มียอดจำหน่ายที่สูงขึ้นกว่า โดย ฮอนดา มียอดจำหน่ายที่ปรับตัวสูงขึ้น 1.3 % จากยอดจำหน่าย 7,621 คัน นอกจากนั้นไม่ว่าจะเป็นหัวแถวอย่าง โตโยตา หรือ อีซูซุ ล้วนแล้วแต่หัวทิ่มดินติดลบกันเป็นแถว โดยเฉพาะ โตโยตา ยอดจำหน่ายรถยนต์เดือนพฤษภาคม น้อยกว่าเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว มากที่สุดในบรรดา 5 อันดับแรกรถยนต์ยอดนิยมเสียด้วย เรียกว่ายิ่งสูงยิ่งหนาวก็ว่าได้ โตโยตา จำหน่ายรถยนต์ทุกโมเดลรวมกันได้ 16,194 คัน น้อยกว่าเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว 32.0 % อย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นเบอร์ 1 ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยอยู่ มีส่วนแบ่งตลาด 39.9 % ขณะที่คู่แข่งรายสำคัญ อีซูซุ ทำยอดจำหน่ายได้ 8,371 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว 31.6 % ได้ส่วนแบ่งการตลาดไป 20.6 % อันดับที่ 3 เป็นของ ฮอนดา ที่ได้เอื้อนเอ่ยถึงภาพโดยรวมในเดือนพฤษภาคมปี 2552 ไปแล้ว อันดับที่ 4 ตกเป็นของรถยนต์หลากหลายประเภทจากค่าย นิสสัน ทำยอดจำหน่ายรวมได้ 2,184 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 5.4 % แต่เป็นยอดจำหน่ายที่ลดลงจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว 15.2 % และรถยนต์ที่มีผู้สนใจควักกระเป๋าซื้อไปอยู่ในความครอบครองมากที่สุด เป็นอันดับที่ 5 ในเดือนพฤษภาคมปีนี้ ได้แก่ รถยนต์จากค่าย เชฟโรเลต์ ด้วยยอดจำหน่ายรถยนต์รวมทุกประเภทที่ 1,515 คัน ลดลงจากปีที่แล้ว 23.5 % ได้ส่วนแบ่งตลาด 3.7 %

รถยนต์ประเภทที่เคยใช้คาดการณ์สภาพเศรษฐกิจของประเทศได้ ยังคงอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ต่อไป แต่จะนำมาใช้เป็นดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจเหมือนเช่นแต่ก่อนคงไม่ได้แล้ว เพราะปัจจุบันสถานะการใช้รถยนต์ประเภทนี้ไม่ได้เพื่อใช้งานในภาคอุตสาหกรรมครัวเรือน หรืออุตสาหกรรมประเภทอื่นๆ อีกแล้ว แต่ยังมีความนิยมในการนำไปใช้เพื่อสร้างแรงดึงดูดใจส่วนตัว หรือพูดง่ายๆ ว่า นำไปแต่งให้สวยให้เท่มากขึ้นอีกด้วย เดือนพฤษภาคมปีนี้ ยอดจำหน่ายรถยนต์ประเภทพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ หมุนไปหยุดนิ่งอยู่ที่ตัวเลข 16,891 คัน ลดลงไปเมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา 33.2 % เช่นเดียวกับเดือนก่อนๆ ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ที่ติดลบอยู่ในระดับนี้มาโดยตลอด อย่างไรก็ตามเดือนพฤษภาคมนี้เป็นอีกเดือนหนึ่งที่ อีซูซุ ดี-แมกซ์ มาแรงแซง โตโยตา ไฮลักซ์ วีโก ที่พรีเซนเตอร์ในภาพยนตร์โฆษณาเปลี่ยนการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวจากตลาดน้ำอัมพวา ไปเกาะเสม็ด จ. ระยอง แล้ว อีซูซุ โกยยอดจำหน่ายไปได้ 7,212 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 42.7 % ขณะที่ โตโยตา ทำยอดจำหน่ายไปได้ทั้งสิ้น 6,506 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 38.5 % อันดับที่ 3 เป็นของ นิสสัน มียอดจำหน่ายที่ 1,407 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 8.3 % อันดับที่ 4 ได้แก่พิคอัพ ทไรทัน จาก มิตซูบิชิ ที่นับจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการมา มีการเขียนคิ้วทาปากเพิ่มออพชันแล้วออพชันอีก จนทำท่าว่าจะเป็นอีกโมเดลที่อยู่เป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์เหมือน มิตซูบิชิแลนเซอร์ ที่รอฤกษ์งามยามดีเปลี่ยนรุ่นใหม่ จนมีการไมเนอร์เชนจ์ไปหลายต่อหลายรอบเต็มที

ทไรทัน จำหน่ายไปได้ 541 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาด 3.2 % และอันดับที่ 5 กลับมาอยู่ในความต้องการอีกครั้ง หลังจากทำท่าจะเงียบไปก่อนหน้านี้ สำหรับ มาซดา บีที-50 เดือนพฤษภาคม จำหน่ายไป 444 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 2.6 % ขณะที่รถยนต์ประเภทนี้ทั้ง 5 อันดับแรก มียอดจำหน่ายที่ลดลงกว่าเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วทั้งสิ้น คิดเป็นเปอร์เซนต์ที่ลดลง 33.5 %, 27.1 %, 25.8 %, 63.5 % และ 39.8 % ตามลำดับ

พิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ ปรับตัวลดลงมากกว่าพี่ใหญ่พิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ เสียอีก โดยติดลบไปจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วถึง 34.5 % มีตัวเลขยอดจำหน่ายรวมกันที่ 1,188 คัน ถึง โตโยตา จะพลาดท่าเสียทีไปในตลาดใหญ่พิคอัพขับเคลื่อน 2 ล้อ แต่ในประเภทขับเคลื่อน 4 ล้อนี้เป็นของข้าใครอย่าแตะ โตโยตา มียอดจำหน่ายนำโด่งมาที่ 804 คัน เป็นส่วนแบ่งการตลาดที่สูงถึง 67.7 % พิคอัพขับเคลื่อน 4 ล้อของ อีซูซุ กวาดยอดจำหน่ายเข้ามาในอันดับที่ 2 ด้วยยอด 275 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 23.1 % อันดับ 3 นิสสัน อยู่ที่ 47 คัน รับส่วนแบ่งตลาด 4.0 % มิตซูบิชิ ทไรทัน ยกสูงขับ 4 ล้อ เข้าป้ายมาในอันดับที่ 4 ด้วยยอดจำหน่าย 38 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 3.2 % และเรนเจอร์ ของ ฟอร์ด ก็ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น อยู่ในอันดับที่ 5 ในเดือนพฤษภาคม มียอดจำหน่าย 22 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 1.9 % และแน่นอนว่าทั้งหมดนี้มียอดจำหน่ายที่ลดลงจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว เช่นเดียวกับตลาดใหญ่อย่าง พิคอัพขับเคลื่อน 2 ล้อเหมือนกัน

สำหรับตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ความสนใจของผู้บริโภคต่อรถยนต์ประเภทนี้ ยังคงมีสูงอยู่อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะไม่ได้หวือหวามากมายเหมือนในช่วงที่น้ำมันราคาแพงช่วงแรกๆ เดือนพฤษภาคม ปี 2552 มียอดจำหน่ายรถเก๋งที่ลดลงจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว 16.9 % ซึ่งในส่วนของ โตโยตา ที่เคยผูกขาดแชมพ์ยอดจำหน่ายมานมนาน จนมาพลาดท่าเสียทีให้กับเก๋งจากค่าย ฮอนดา ไปในเดือนสองเดือนที่ผ่านมา บอกว่าเนื่องมาจากมียอดค้างส่งมอบจำนวนมาก กำลังการผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการ ทำให้มียอดจำหน่ายที่ปรับตัวลดลงไป แต่จะไม่ได้เป็นอย่างนี้ตลอดไปอย่างแน่นอน ขณะที่มีกระแสข่าวถึงรถยนต์นั่งรุ่นใหม่รอเปิดผ้าคลุมในปีนี้อีกหลายรุ่น ทั้งที่เป็นแบบแมสส์โพรดัคชัน อย่าง มิตซูบิชิ แลนเซอร์ ใหม่ และรถยนต์นั่งสำหรับคนมีเงิน อย่าง เมร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสส์ รุ่นใหม่ ทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินซื้อลงไปบ้าง แต่ทั้งหลายทั้งปวง ความจริงที่เกิดขึ้น คือ ฮอนดา ขึ้นแท่นเป็นเบอร์ 1 ของตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล อีก 1 เดือนแล้ว สามารถทำยอดจำหน่ายได้สูงถึง 7,268 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 42.9 % มียอดจำหน่ายที่สูงขึ้นเทียบกับเดือน 5 ปีที่แล้ว 8.2 % ส่วนแชมพ์เก่า โตโยตา หล่นมาอยู่ในอันดับที่ 2 ทำยอดจำหน่ายได้ 6,426 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาดไป 37.9 % ลดลงจากช่วงเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว 38.9 % อันดับที่ 3 เป็นรถยนต์นั่งค่าย เชฟโรเลต์ จำหน่ายไปทั้งสิ้น 996 คัน ส่วนแบ่งตลาด 5.9 % อันดับที่ 4 ได้แก่ ขบวนรถยนต์นั่งค่าย นิสสัน จำหน่ายรวมกันไป 682 คัน รับส่วนแบ่งตลาด 4.0 % ส่วนอันดับที่ 5 เป็นของ มาซดา จำหน่ายไป 424 คัน ส่วนแบ่งตลาด 2.5 %

รถเอสยูวี เดือนพฤษภาคมปีนี้ มียอดจำหน่ายรวมกัน 2,694 คัน แต่ก็ติดลบเมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว 15.4 % เบอร์ 1 ของตลาดรถประเภทนี้ ยกให้ โตโยตา ไปเลย บแรนด์อื่นๆ ไม่ต้องไปมองที่ตำแหน่งแชมพ์ประจำปี เดือนนี้ โตโยตา กระซวกยอดจำหน่ายไปอีก 1,287 คัน จากยอดจำหน่ายรวมทั้งหมดคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 47.8 % ขณะที่อันดับ 2 ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด รองแชมพ์ปีนี้ไม่น่าจะหนี มิตซูบิชิ ไปได้เช่นกัน จากกระแสความนิยมของ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท นั่นเอง เดือนพฤษภาคม มิตซูบิชิ ได้ยอดจำหน่ายรถประเภทนี้ไปอีก 400 คัน เป็นส่วนแบ่งตลาด 14.8 % ขณะที่ อีซูซุ มิว-7 ก็มาแรงไม่ใช่น้อย ได้ยอดจำหน่ายไป 371 คัน อยู่ในอันดับที่ 3 คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 13.8 % ส่วน ซีอาร์-วี ของ ฮอนดา ถูก อีซูซุ มิว-7 เฉือนไปไม่กี่มากน้อย เพราะทำยอดจำหน่ายได้ 353 คัน ส่วนแบ่งตลาด 13.1 % แคพทีวา ของ เชฟโรเลต์ เป็นตัวเลือกอันดับที่ 5 ทำยอดจำหน่ายได้ 115 คัน ส่วนแบ่งตลาด 4.3 %

ส่วนรถเอมพีวี ยอดจำหน่ายหายไปเกินครึ่งเมื่อเปรียบเทียบเดือนพฤษภาคมปี 2552 กับปี 2551 เดือนพฤษภาคมปีนี้มียอดจำหน่ายรวม 417 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 51.9 % ไล่เรียงความนิยมในการนำออกจากโชว์รูมของผู้จำหน่ายรถยนต์แต่ละยี่ห้อ มากที่สุด ได้แก่ โตโยตา 259 คัน ส่วนแบ่งตลาด 62.1 % มิตซูบิชิ 113 คัน ส่วนแบ่งตลาด 27.1 % ซูซูกิ 31 คัน ส่วนแบ่งตลาด 7.4 % เกีย 7 คัน ส่วนแบ่งตลาด 1.7 % และซังยง 5 คัน ส่วนแบ่งตลาด 1.2 %

สำหรับเดือนมิถุนายน คาดว่ายอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศจะปรับตัวสูงขึ้น เมื่อเทียบกับเดือพฤษภาคม เนื่องจากบรรดาผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มียอดค้างอยู่จากเดือนสองเดือนที่ผ่านมา คงต้องเพิ่มกำลังการผลิตให้มากขึ้น เพื่อเร่งส่งมอบรถที่ค้างอยู่จำนวนมาก ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และแน่นอนว่าโอกาสที่เบอร์ 1 ของตลาดรถยนต์ทุกประเภทจะกลับมาเป็นของ โตโยตา อีกครั้งหนึ่ง แต่เมื่อหมดยอดค้างส่งมอบแล้ว โอกาสจะเป็นของใคร โดยเฉพาะตลาดรถยนต์นั่ง และพิคอัพขับเคลื่อน 2 ล้อ น่าสนใจมิใช่น้อย

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ ประจำเดือนพฤษภาคม ปี 52 กับ 51
ตลาดโดยรวม, -26.2 %
รถยนต์นั่ง, -16.9 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ, -33.2 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ, -34.5 %
รถขับเคลื่อน 4 ล้อ, -15.4 %
รถเอมพีวี, -51.9 %

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมกราคม-พฤษภาคม ปี 52 กับ 51
ตลาดโดยรวม, -30.7 %
รถยนต์นั่ง, -13.5 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ,-40.8 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ,-42.7 %
รถขับเคลื่อน 4 ล้อ ,-28.2 %
รถเอมพีวี ,-26.0 %

[/table



------------------------------
เรื่องโดย : ขุนสัญจร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2552
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/lP2jC
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th