บทความ

เผยโฉม เอส-คลาสส์ ใหม่ ออกจำหน่ายแล้วในเยอรมนี


เยอรมนี-หลังจากอยู่ในตลาดเพียง 4 ปี และทำยอดขายในตลาดทั่วโลกไปแล้วประมาณ 270,000 คัน ค่าย “ดาวสามแฉก” ก็ดำเนินการปรับปรุงรถ เมร์เซเดส-เบนซ์เอส-คลาสส์ (MERCEDES-BENZ S-CLASS) รุ่นปัจจุบัน ซึ่งมีรหัสโรงงานว่า W221ในลักษณะ FACELIFT หรือ “ยกหน้า” เรียบร้อยแล้ว และเริ่มนำออกโชว์รูมในเมืองเบียร์เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ที่พิเศษกว่ารถรุ่นเดิม ก็คือ มีรุ่นที่ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบพันทาง หรือ HYBRID DRIVE ให้เลือกใช้ด้วย

เช่นเดียวกับรถรุ่นเดิม เมร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสส์ รุ่นที่เพิ่งผ่านการปรับปรุงแบบ “ยกหน้า” นี้ มีตัวถังให้เลือกใช้ 2 แบบ คือ ตัวถังมาตรฐาน กับตัวถังฐานล้อยาวตัวถังทั้ง 2 แบบ ได้รับการปรับปรุงรายละเอียดมากมายทั้งภายนอกและภายใน ในส่วนของตัวถังภายนอก ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ แผงกระจังหน้าและกันชนหน้าที่ออกแบบใหม่หมด

ในส่วนของเครื่องยนต์กลไก รถรุ่นใหม่นี้มีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้รวม 8 ขนาด โดยแยกออกได้เป็นเครื่องเบนซิน 6 ขนาด กับเครื่องดีเซล 2 ขนาด เมร์เซเดส-เบนซ์ยืนยันว่า เครื่องยนต์ วี 6 สูบ และ วี 8 สูบ ดังกล่าวนี้ ให้กำลังสูงสุดเท่ากับเครื่องที่เคยใช้ในรถรุ่นเดิม แต่ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงกว่าเดิมถึงร้อยละ 7

กล่าวโดยสรุป รถรุ่นใหม่นี้แยกโมเดลให้เลือกใช้ตามรสนิยมรวม 13 โมเดล แยกเป็นรถขับล้อหลัง 9 โมเดล และรถขับ 4 ล้อ 4 โมเดล ดังนี้

S 350 CDI BLUE EFFICIENCY
S 350 CDI 4 MATIC
S 450 CDI
S 350
S 350 4 MATIC
S 450
S 450 4 MATIC
S 500
S 500 4 MATIC
S 600
S 63 AMG
S 65 AMG
S 400 HYBRID

ที่น่าสนใจที่สุด ก็คือ เอส 400 ไฮบริด (S 400 HYBRID) ซึ่งเป็นรถ เมร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสส์ โมเดลแรกในประวัติศาสตร์ ที่ใช้ระบบขับแบบพันทาง หรือที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า HYBRID DRIVE เครื่องยนต์ที่ติดตั้งอยู่ภายใต้ฝากระโปรงหน้าของรถโมเดลพิเศษนี้ เป็นเครื่อง DOHC วี 6 สูบ 3.5 ลิตร 279 แรงม้า ที่ใช้ในรถโมเดลS 350 ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ เป็นมอเตอร์ขนาด 20 แรงม้า ซึ่งรับพลังไฟฟ้าจากแบทเตอรี ลิเธียม-ไอออน (LITHIUM-ION) เมื่อเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกัน จะได้กำลังสูงสุด 299 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 39.3 กก.-ม. นอกจากนั้นยังมีระบบ START/STOP FUNCTION ซึ่งจะดับเครื่องเองโดยอัตโนมัติ เมื่อรถจอดเช่น เมื่อหยุดรอไฟแดง ทำให้ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงยิ่งขึ้น ตัวเลขที่ค่าย “ดาวสามแฉก” ยืนยัน ก็คือ อัตราสิ้นเปลืองตามมาตรฐาน NEDC (NEW EUROPEAN DRIVINGCYCLE) อยู่ที่ 7.9-8.1 ลิตร/100 กม. หรือเท่ากับ 12.3-12.7 กม./ลิตร ส่วนอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ คือ 186-189 กรัม/กม.



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2552
คอลัมน์ : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/pvlqR
อัพเดทล่าสุด
10 Sep 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,090,000
2.
2,229,000
3.
779,000
4.
3,590,000
6.
1,316,000
7.
1,749,000
8.
1,699,000
10.
3,299,000
11.
5,399,000
12.
6,799,000
13.
3,249,000
14.
4,980,000
15.
53,500,000
17.
3,600,000
18.
13,339,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

0.22
0.22
AUDI A1 SPORTBACK รถเล็กแต่หรูของค่าย “สี่ห่วง” เปลี่ยนรุ่นครั้งแรก
AUDI A1 SPORTBACK รถเล็กแต่หรูของค่าย “สี่ห่วง” เปลี่ยนรุ่นครั้งแรก
VOLVO S60 รถสายพันธุ์ยุโรปเหนือผลิตในสหรัฐอเมริกา
2,327
SUZUKI JIMNY เอสยูวี พันธุ์แท้ขนาดจิ๋วสุดของเมืองปลาดิบ
SUZUKI JIMNY เอสยูวี พันธุ์แท้ขนาดจิ๋วสุดของเมืองปลาดิบ
BMW 8-SERIES COUPE เขาบอกว่าซื้อคันเดียวเหมือนได้รถ 2 คัน