บทความ

รถ มีนี ในดวงใจ


ผู้เขียนเดินผ่านโชว์รูมรถ มีนี ที่ถนนหลังสวนบ่อยๆ เพราะสถานที่ทำงานอยู่แถวนั้นไม่กล้าคิดที่จะเป็นเจ้าของ เพราะฐานะไม่ให้ แต่มีความรู้สึกว่า มันเป็นรถสำหรับคนที่มีเงินเหลือกินเหลือใช้ เขาซื้อไว้ขับเล่นแต่เสน่ห์ที่ดึงดูดใจของรถ มีนี ไม่มีใครปฏิเสธได้ แน่นอนอยู่แล้ว

ปีนี้รถ มีนี จะมีอายุครบ 50 ปี

พอเปิดข้อมูล จึงรู้ว่ารถ มีนี ที่ปัจจุบันนี้ เจ้าของ คือ บีเอมดับเบิลยู และ มีนี ได้ผ่านประวัติศาสตร์อันยาวนาน และมีถิ่นกำเนิดแท้จริงในอังกฤษ ภายใต้บแรนด์อมตะ ออสติน และ มอร์ริส และผู้ให้กำเนิดมัน คือ บีเอมซี (BMC) (BRITISH MOTOR CORPORATION)

ชื่อผู้ที่ต้องตราไว้ว่าเป็นผู้ให้กำเนิดมีอยู่ 2 คน คนแรก คือ ประธาน บีเอมซี ที่ชื่อ เลโอนาร์ดลอร์ด เป็นคนต้นคิดว่า อยากจะให้ยี่ห้อ ออสติน มีรถที่คันเล็กลง โดยเป็นรถ 4 ที่นั่ง แต่ภายในกว้างขวาง

ร้อนถึงผู้ให้กำเนิดคนที่ 2 ต้องถูกเรียกตัวมาปฏิบัติการประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ เขาคือ วิศวกรคนเก่งที่ชื่อ อเลก อิสซิโกนิส ดูจากชื่อ และหน้าตาเห็นทีจะเป็นคนกรีก เป็นผู้ออกแบบ โดยใช้เครื่องยนต์ของ บีเอมซี ได้รถที่ดูเล็กจากภายนอก แต่ภายในกว้างขวางอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

แฟคเตอร์ ที่สำคัญ คือ ตำแหน่งตรงไหนที่จะวางล้อ เครื่องยนต์ กระปุกเกียร์ คลัทช์ และระบบส่งกำลัง รวมทั้งระบบกันกระเทือนดี

ปี 1957 เพียง 7 เดือน หลังจากที่ได้รับมอบหมายมา อิสซิโกนิส ก็ทำโพรโทไทพ์เสร็จ และเชื้อเชิญให้ท่านประธาน เจ้าของโครงการมาลองขับกับเขา

หลังจากพาท่านนั่งไป โดยเขาขับด้วยความเร็วจนขนหัวลุก ท่านก็บอกว่า เออ รถก็เกาะถนนดีนะ พอเอารถมาจอดที่หน้าสำนักงาน นายก็ลงจากรถ ตบไหล่เขา และบอกว่า “เอา ลงมือได้เลย”

รถคันนี้ตอนแรก ใครๆ เรียก “เบบี” ออสติน

โรงงานแรกของ ออสติน มีนี อยู่ที่ลองบริดจ์ และคาวลีย์ ความที่ใจร้อน นายอยากให้รถคันนี้เสร็จภายใน 12 เดือน ซึ่งเขาก็ทำได้สำเร็จ การทดสอบได้ผลดีมาก พวงมาลัยระบบฟันเฟืองและตัวหนอน มีวงเลี้ยวได้ 30 ฟุต และเพราะอยากให้เสร็จเร็ว ขอบที่เป็นรอยตะเข็บของรถก็เลยใช้แบบที่เห็นตะเข็บ ไม่ใช่แบบซ่อนตะเข็บ เลยกลายเป็นเอกลักษณ์ของ มีนี ต่อมาจนถึงปัจจุบัน รถที่ผลิตรุ่นแรกใช้ชื่อ ออสติน และมอร์ริส ในคอนเซพท์ AUSTIN SEVENและ MORRIS MINI MINOR

มีเกร็ดเล่ากันมาว่า ลอร์ด สโนว์ดอน สามีเจ้าฟ้าหญิงมาร์กาเรท ได้สั่งต่อพิเศษ 1 คัน โดยสเปคว่าหน้าต่างกระจกนั้นให้เอาแบบเลื่อนขึ้น/ลงได้ ไม่ใช่แบบบานเลื่อน ซึ่งเป็นสแตนดาร์ดของรถ มีนี ในขณะนั้น

ความจริงหน้าต่างกระจกแบบบานเลื่อน จะเหลือเนื้อที่ด้านในไว้ให้ทำช่องสอดเอกสารได้ในขณะที่หน้าต่างขึ้น/ลง จะทำให้เสียเนื้อที่ไป

เมื่อถึงวันส่งรถ ท่านลอร์ด สโนว์ดอน รับรถแล้วสงสัยว่า ทำไมเป็นกระจกบานเลื่อน แทนที่จะเป็นกระจกขึ้น/ลงตามสั่ง ท่านถามว่าทำไม

วิศวกรคนเก่ง ไม่ได้เก่งแต่วิศวกรรม แต่ปฏิภาณดี บอกว่า อ๋อ หน้าต่างแบบนี้ ผมของเจ้าหญิงมาร์กาเรท จะได้ไม่โดนลมพัดกระจุยกระจาย ก็รอดตัวไป

รถ มีนี ออกวางตลาดในปี 1959 ต่อมาในปี 1969 ก็ได้ไปปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง THEITALIAN JOB ทำให้โด่งดังขึ้นไปอีก

แต่รถยนต์ภายใต้บริษัทอังกฤษ ก็ไปได้เรื่อยๆ ถ้าหากเทียบกับการทำตลาดแบบสหรัฐอเมริกาญี่ปุ่น หรือเยอรมนี ที่หวือหวากว่า ผู้เขียนเห็นคนไทยที่เป็นนักเรียนอังกฤษ ถึงจะชอบใช้ยี่ห้อออสติน กัน แต่จะให้เฟื่องเหมือนรถ เมร์เซเดส-เบนซ์ หรือ บีเอมดับเบิลยู ของเยอรมนีหรือ โตโยตา ฮอนดา ของญี่ปุ่น ก็ไม่ใช่ มันเป็นรถที่ไม่ใช่กระแสนิยม แต่เป็นรถในดวงใจเฉพาะกลุ่มมากกว่า

ปี 1994 บีเอมดับเบิลยู ซื้อกิจการ มีนี มาทำตลาด และได้เปิดตัวอีกครั้งในยุโรป ปี 2001โดยเปลี่ยนชื่อเป็น มีนี (เฉยๆ) และต่อจากนั้นก็เข้าสู่ตลาดในสหรัฐอเมริกัน โดยขยายขนาดขึ้นนิดหน่อย และเพิ่มเติมเทคโนโลยีของเยอรมนีเข้าไป ขณะนี้การตลาดก็กินเข้า
ไปถึง 62 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ราคาเฉลี่ยก็ 20,000 เหรียญสหรัฐ ฯ คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 7 แสนบาท ก่อนบวกภาษี

ผู้เชี่ยวชาญเรื่อง บแรนด์ บอกว่า การเปิดตัวอีกครั้งของรถ มีนี นับเป็นความสำเร็จในประวัติศาสตร์ เพราะ บีเอมดับเบิลยู ได้นำเอาความฝังใจของคน มาเติมเต็มด้วยเทคโนโลยีอันล้ำเลิศของเยอรมนี ซึ่งคนทั่วโลกไว้วางใจ

6 ปี หลังจากขายในสหรัฐอเมริกา คนที่นั่นก็ให้ความนิยม มีนี กันมาก และสหรัฐ ฯกลายเป็นตลาดใหญ่ของ มีนี ยอดขายในตลาดสหรัฐอเมริกา กลายเป็นร้อยละ 23และในปี 2008 ขายได้ 232,425 คัน ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับยอดขายของรถคลาสสิคบแรนด์อื่นๆ เช่น บีเทิล (เต่าทอง) หรือ เฟียต แล้ว ก็นับว่าไปได้สวยกว่าเพื่อน

รถ เฟียต 500 ซิงเควเชนโต ซึ่งเผยโฉมครั้งแรกในปี 1957 และปรากฏในภาพยนตร์ต่างๆ มากมาย และเมื่อปีที่แล้วก็ได้เปิดตัวบ้าง และทำยอดได้ถึง 185,000 คัน แต่ก็ยังเป็นรอง มีนี ส่วนรถ โฟล์คสวาเกน บีเทิล (เต่าทอง) ซึ่งเป็นบแรนด์คุณปู่ อายุ 70 ปีและเปิดตัวอีกทีในปี 1998 ก็มีคนฮือฮา และขายได้มากเช่นกัน แต่ยอดขายก็แผ่วลงปีที่แล้วขายได้เพียง 55,000 คัน

มีนี เองมีตัวช่วย เพื่อผลักดันยอดขายหลายอย่างแฟนพันธุ์แท้ มีนี มีบลอค และทำนิตยสารรายเดือน และยังมีคนทำ FACEBOOK ถึง 450 กลุ่ม มีแฟนๆ ลงทะเบียนเข้ามาถึง 166,000 คน

นี่คือ วิธีสร้างบแรนด์เก่า ให้ยังคงอยู่ในใจของผู้คน โดยอาศัยเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่เข้ามาตอบโจทย์ เช่นนี้แหละค่ะ



------------------------------
เรื่องโดย : เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2552
คอลัมน์ : โลกติดล้อ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/J3kyz
อัพเดทล่าสุด
10 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
524,000
2.
599,000
3.
3,599,000
5.
2,090,000
6.
2,229,000
7.
779,000
8.
3,590,000
10.
1,316,000
11.
1,749,000
12.
1,699,000
14.
3,299,000
15.
5,399,000
16.
6,799,000
17.
3,249,000
18.
4,980,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th