บทความ

หล่นใจหาย


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์เดือน เมษายน ปี 52 กับ 51
ตลาดโดยรวม ลด 27.4 %
รถยนต์นั่ง เพิ่ม 3.7 %
รถกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ ลด 42.0 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) เพิ่ม 14.8 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) ลด 27.7 %
เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์เดือน มกราคม-เมษายน ปี 52 กับ 51
ตลาดโดยรวม ลด 31.9 %
รถยนต์นั่ง ลด 12.5 %
รถกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ ลด 42.5 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) ลด 17.0 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) ลด 31.1 %

จบ 4 เดือนแรกของปี แต่ตัวเลขการขายของรถทุกยี่ห้อในบ้านเรา ตกไปฮวบฮาบอย่างน่าใจหาย 31.9 % ซึ่งก็เป็นไปตามความคาดหมาย เพราะขนาดตัวเลข จีดีพี ของประเทศ แค่ไตรมาสแรก ยังลดฮวบฮาบลงไปถึง 7.1 %

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะดิ่งเลวตกต่ำให้ใจหายไปมากกว่านี้ เพราะในวงการเศรษฐกิจจริงๆ แล้ว ยังพอมองออกว่า กำลังการสั่งสินค้าจากบ้านเรา ไม่ได้เลวร้ายไปเสียทุกภาคส่วน เพราะภาคทางเครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออีเลคทรอนิคส์ เพียงลดต่ำลงไปราว 20 % เท่านั้น แถมยังมองทิศทางตลาดไปในทางบวกเสียอีก

นั่นก็พอทำให้นักการตลาดสายรถยนต์ ใจชื้นขึ้นมาบ้าง เพราะหากฟากทางการเมืองนิ่งกว่านี้ ให้สามารถใช้เงินงบประมาณแผ่นดินได้เต็มที่ ก็ย่อมจะเงยหน้าอ้าปากกันได้

เพียงแต่ว่าภาษีสรรพสามิตที่ท่านเก็บเพิ่มหนนี้ มันค่อนข้างกระทบกระเทือนกระเป๋าหนักเอาการ ที่เก็บต้นทางน่ะ ไม่เท่าไร แต่พอมาถึงปลายทาง ที่ทยอยเพิ่มกันมาเป็นทอดๆ แล้วมาควักเอาไปจากกระเป๋าผู้บริโภคโดยตรงน่ะ มันเรียกได้ว่ามหาโหดไปหน่อย

จะอาศัยมาตรการควบคุมราคาสินค้า ของกระทรวงพาณิชย์ ก็เห็นท่าจะยาก เพราะป่านนี้ท่านยังไม่มีความเห็นอะไรสักแอะ

แจกสตางค์ฟรี แล้วมาเอาคืนด้วยภาษีนี่ มันดูพิกลอยู่นะครับ คนที่เขาไม่อยู่ในข่ายรับเงินฟรี ได้แต่มองตาปริบๆ แถมต้องควักกระเป๋าจ่ายภาษีทางตรงเพิ่มอีก มันก็แปลกๆ ดี

มาว่ากันเรื่องทั่วไปเรื่องแรก

ก็เป็นเรื่องของบรรดาผู้ที่จะติดตั้งแกสธรรมชาติ แอลพีจี ก็มีเสียงเตือนจากกรมการขนส่งทางบก ให้ใช้บริการกับผู้ติดตั้ง ที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น ขณะนี้มีผู้ติดตั้งได้รับความเห็นชอบแล้ว 19 ราย อยู่ใน กทม. 14 ราย ต่างจังหวัด 5 ราย

เหตุก็เพราะ กรมการขนส่ง ฯ ออกมาตรการควบคุมความปลอดภัยในการใช้แกสปิโตรเลียมเหลว เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ ส่งผลให้ ผู้ที่จะให้บริการติดตั้งระบบแกสในรถยนต์แก่ประชาชน ต้องได้รับความเห็นชอบจากกรม ฯ ก่อนจึงจะดำเนินการได้ตามกฎหมาย

ขณะนี้ มีผู้ติดตั้งได้รับความเห็นชอบแล้ว จำนวน 19 ราย อยู่ในกรุงเทพมหานคร 14 ราย และส่วนภูมิภาค 5 ราย เจ้าของรถที่ประสงค์ติดตั้ง จึงควรตรวจสอบ และใช้บริการกับผู้ติดตั้งที่ได้รับความเห็นชอบแล้วเท่านั้น เพื่อความปลอดภัย และไม่เกิดปัญหาในการจดทางทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก

หลังจากนำรถเข้ารับการติดตั้งระบบเรียบร้อยแล้ว เจ้าของรถจะต้องนำรถไปให้ผู้ตรวจและทดสอบ ที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบก ตรวจสอบความปลอดภัยอีกครั้งหนึ่ง จึงไปดำเนินการแจ้งเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิง เพื่อจดทะเบียน หรือบันทึกในทะเบียนของรถให้ถูกต้องต่อไป

ส่วนบรรดาผู้ที่ติดตั้งไปแล้ว ก็ต้องนำไปให้ผู้ตรวจและทดสอบ ที่ได้รับความเห็นชอบจากกรม ฯ ตรวจสอบความปลอดภัยด้วยเช่นกัน อย่าปล่อยเอาไว้โดยไม่ทำอะไรเลย เพราะหากถูกตรวจสอบ ท่านอาจมีปัญหากับเจ้าพนักงานได้ทันที

อีกเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครทำบ่อย คือ การแข่งขันทักษะการขับรถบรรทุก ของพนักงานขับรถทั่วประเทศ ในรายการ นักขับมือทอง มีวัตถุประสงค์เพื่อ เปิดโอกาสให้ผู้ขับรถบรรทุกได้แสดงความสามารถและทักษะในการขับรถบรรทุก ทั้งประเภทรถหัวลาก และสิบล้อลากพ่วง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการแข่งขันจะแบ่งออกเป็นรอบคัดเลือก 4 จังหวัด โดยมีการสอบทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ เพื่อหายอดนักขับจากแต่ละภาคมาแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ บริเวณลานทะเลสาบ เมืองทองธานี อีกครั้งหนึ่ง

สนใจก็ลองหารายละเอียดเอาจากกรมการขนส่งทางบกเองนะครับ

กลับมาที่ตัวเลขมาตรวัดประจำเดือนเมษายน

ถึงแม้ว่ายอดการขายเดือนเมษายน ที่มีวันหยุดกันมากมาย แถมด้วยความวุ่นวายทางการเมืองอีก แต่ตัวเลขก็ไม่ลดต่ำลงมามากเท่าใด ลดเพียง 27.4 % ขายได้เพียง 39,713 คัน แต่ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีมา ก็ทำเอายอดร่วงไปถึง 31.9 % ขายได้รวม 147,487 คัน เท่านั้นเอง

4 เดือนขายได้แค่นี้ แล้ว 12 เดือน มันจะถึง 5 แสนหรือครับ เห็นท่านออกข่าวกันจัง

แชมพ์ประจำเดือน ยังหน้าเดิม โตโยตา ขาย 15,799 คัน ลดลง 30.3 % ส่วนแบ่ง 39.8 % อันดับที่สอง อีซูซุ ขาย 8,477 คัน ลดลง 33.4 % ส่วนแบ่ง 21.3 % อันดับที่สาม ฮอนดา ขายได้ยังไง 6,666 คัน เพิ่มอยู่เจ้าเดียว 28.1 % ส่วนแบ่ง 16.8 % อันดับที่สี่ นิสสัน ขาย 2,300 คัน ลดเยอะ 49.9 % ส่วนแบ่ง 5.8 % และอันดับที่ห้า มิตซูบิชิ ขาย 1,426 คัน ลดลง 36.8 % ส่วนแบ่ง 3.6 %

พอมาแยกประเภทเป็นรถยนต์นั่ง ปรากฏว่ายอดการขายไม่ตกแฮะ เพิ่ม 3.7 % ขายเดือนเดียว 15,271 คัน แต่ยอดรวมตกไปเยอะ 12.5 % ขาย 57,897 คัน

ตำแหน่งแชมพ์ เปลี่ยนมืออีกครั้ง ฮอนดา ขายเป็นอันดับหนึ่ง 6,473 คัน เพิ่มขึ้น 50.9 % ส่วนแบ่ง 42.4 % ที่สองแชมพ์เก่า โตโยตา ขาย 5,538 คัน ลดลง 20.6 % ส่วนแบ่ง 36.3 % ที่สาม นิสสัน ขายเพียง 750 คัน เพิ่ม 6.4 % ส่วนแบ่ง 4.9 % เช่นกัน ที่สี่ เมร์เซเดส-เบนซ์ ขาย 603 คัน เพิ่มตั้ง 115.4 % ส่วนแบ่ง 3.9 % และที่ห้า มาซดา ขาย 579 คัน เพิ่ม 52.4 % ส่วนแบ่ง 3.8 %

ผู้เสียภาษียอดเยี่ยม โพร์เช ขาย 4 คัน แจกวาร์ ขาย 2 คัน ฮัมเมอร์ ขาย 2 คัน และ ลัมโบร์กินี ขาย 1 คัน

ประเภทรถกระบะ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ ร่วงไป 42.0 % ขายได้ 17,819 คัน แชมพ์เดือนนี้เป็นอีซูซุ ขาย 7,282 คัน ลด 34.1 % ส่วนแบ่ง 40.9 % อันดับสอง โตโยตา ขาย 7,054 คันลด 40.8 % ส่วนแบ่ง 39.6 % ที่สาม นิสสัน ขาย 1,458 คัน ลด 59.6 % ส่วนแบ่ง 8.2 %

รถอเนกประสงค์ เป็นอีกประเภทที่เพิ่ม 14.8 % ขาย 713 คัน โดยมีเจ้าตลาดผู้เดียว โตโยตา ขาย 513 คัน เพิ่ม 28.6 % ครองส่วนแบ่งมากสุด 71.9 %

ชาวบ้านตาดำๆ ก็ได้แต่หวังว่าสภาวะเศรษฐกิจมันคงไม่เลวร้ายไปมากกว่านี้ เพราะแค่นี้ก็ค่อนข้างสาหัสเอาเรื่องแล้ว แต่ข่าวคราวก็ดูท่าว่าจะพอเงยหน้ากันได้บ้าง ในไม่ช้าไม่นานนี้ ก็ได้แต่หวังกันอย่างนั้น



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2552
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/YT83b
อัพเดทล่าสุด
5 Dec 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,180,000
2.
19,800,000
3.
31,900,000
4.
24,700,000
5.
1,990,000
6.
12,959,000
8.
31,900,000
10.
33,900,000
12.
3,699,000
13.
1,030,000
15.
6,000,000
17.
4,999,000
19.
23,420,000
20.
32,900,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th