บทความ

นายยังไม่ทันว่า ขี้ข้าอย่าเพิ่งพูด


ถ้าผมเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมรถยนต์ในเมืองไทย คงอดน้อยอกน้อยใจรัฐบาลไม่ได้ ที่นอกจากจะปฏิเสธคำร้องขอความช่วยเหลือของพวกเขาอย่างไร้เยื่อใยแล้ว ยังตั้งท่าจะ “รีดเลือด”จากพวกเขาอีก โดยเตรียมพิจารณาเก็บภาษีสรรพสามิตรถประเภท พีพีวี เพิ่มจากเดิมที่เก็บอยู่ 20 %

บางคนพอทราบข่าวนี้ ก็แสดงความเห็นใจรัฐบาลว่า คงมีความจำเป็นต้องหารายได้มาให้พอเพียงกับรายจ่าย ขณะที่บริษัทรถยนต์นั้น ก่อนหน้านี้ตอนเรียกร้องขอให้รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ก็อ้างว่าตัวบริษัทเองไม่ได้ผลประโยชน์อะไร ทำนองลดมาก็ต้องลดไปให้ผู้ใช้ได้ซื้อของถูก ฉะนั้น พอรัฐบาลจะขึ้นภาษี คุณก็บวกเข้าไปในราคารถให้ประชาชนแบกรับภาระไป ไม่เห็นจะต้องเดือดร้อน

แหม…ถ้ารถยนต์เป็นทั้งสินค้าฟุ่มเฟือย และสิ่งเสพติด เช่นเดียวกับเหล้าและบุหรี่ ใครจะคิดอย่างนั้น ผมไม่ขัดข้องหรอกครับ เพราะต่อให้บุหรี่ซองละร้อย หรือเหล้าไทยกลมละสองร้อยยอดขายก็คงไม่ตกลงสักเท่าไร

ตรงกันข้าม ถ้าราคารถยนต์ขึ้นไปอีกคันละ 3-5 หมื่น รับรองมีปัญหาแน่นอน เพราะไม่มีใครเสพติดรถยนต์ แพงนักก็ไม่ซื้อ หรือรอไว้ก่อนได้

ตลาดรถที่อ่วมอกโรยอยู่แล้ว ก็จะยิ่งเหี่ยวเฉาลงไปอีก

ผมเห็นใจ และเข้าใจรัฐบาลครับว่า กำลัง “ตูดขาด” แต่การพยายามแล่ “เนื้อหนู” ไปปะ“เนื้อช้าง” นั้น นอกจากจะสูญเปล่าแล้ว ยังจะทำให้หนูอย่างเราที่ไม่ค่อยจะแข็งแรงอยู่แล้วเป็นแผลเหวอะหวะเพิ่มขึ้น

ที่สำคัญ ทุกบริษัทที่ขายพิคอัพต่างก็ลงทุนไปกับโครงการนี้รายละไม่น้อย เพราะอัตราภาษีสรรพสามิตปัจจุบันมีความเหมาะสม สามารถตั้งราคาขายไม่สูงเกินไป ตลาดขยายตัวได้สุดท้ายภาษีก็เข้ารัฐเป็นกอบเป็นกำ

จริงๆ แล้ว ถ้าจะอ้างว่าภาษี พีพีวี ต่ำไปเมื่อเทียบกับภาษีรถเก๋ง ทำไมไม่ “ทุบโต๊ะ” คัดค้านเสียแต่แรก เขาทำธุรกิจผลิตรถยนต์กันนะครับ ไม่ใช่ตั้งวงป๊อกเด้ง จะได้มา “ล้มโต๊ะ” กันง่ายๆ

ดูๆ แล้วการจะลงทุนประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมในเมืองไทยนั้นยากพอๆ กับไปลงทุนในลาวพม่า หรือ เขมร คือ หาคำมั่นสัญญา หรือความแน่นอนจากภาครัฐได้ยากเต็มที วันนี้ตกลงกันไว้อย่างหนึ่ง พรุ่งนี้ เดือนหน้า หรือปีหน้า อาจเปลี่ยนเป็นอีกอย่าง โดยไม่ถาม
หรือไม่สนใจเลยว่าความเสียหายจะเกิดแก่คนที่เขาตัดสินใจลงทุน ภายใต้เงื่อนไขหรือข้อตกลงเดิมมากน้อยสักเพียงใด

ผมไม่ได้หมายความว่า รัฐจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรไม่ได้เลยนะครับ ถ้าเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมก็สามารถทำได้ แต่ต้องดูให้ถี่ถ้วนทั้งระบบ รับฟังความคิดเห็นของเอกชนที่เกี่ยวข้องรวมทั้งต้องให้เวลาพวกเขาในการปรับแผนการลงทุนล่วงหน้าอย่างน้อย 3-5 ปีด้วย

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ผู้ให้ข่าวเรื่องการปรับภาษี พีพีวี เป็นเพียงระดับ “แหล่งข่าว” เท่านั้นจึงเป็นไปได้ที่ผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจยังไม่ทราบเรื่อง และยังไม่มีการหารือกันกับผู้เกี่ยวข้องในภาคเอกชน

นายไม่ทันว่า ขี้ข้าใจเย็นๆ เกิดความเสียหายขึ้นมา จะรับผิดชอบไม่ไหวนะครับ



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2552
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/95gMC
อัพเดทล่าสุด
10 Sep 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,090,000
2.
2,229,000
3.
779,000
4.
3,590,000
6.
1,316,000
7.
1,749,000
8.
1,699,000
10.
3,299,000
11.
5,399,000
12.
6,799,000
13.
3,249,000
14.
4,980,000
15.
53,500,000
17.
3,600,000
18.
13,339,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง