บทความ

สุดยอดช่วงล่างรถหรู


เราได้ยินกันมานานแล้วนะครับ ว่าน้ำกับน้ำมันนั้นเข้ากันไม่ได้ หมายความว่ามันจะไม่ยอมผสมกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน ถึงจะใช้กำลังบังคับเอามันไปปั่นไปตี มันก็จะดูเสมือนคลุกเคล้ากันได้แต่จริงๆ แล้ว ก็เป็นแค่อีมัลชัน ทิ้งไว้นานพอก็จะแยกกันเหมือนเดิม จนกระทั่งความรู้ของมนุษย์เราเพิ่มขึ้น รู้จักตัวกลางที่สามารถเอามาผสมให้น้ำและน้ำมันละลายปนกันได้

เรื่องทำนองนี้ พอจะเปรียบเทียบได้กับช่วงล่างของรถครับ เป็นที่รู้กันมาเกือบร้อยปีแล้วว่า ถ้าต้องการให้ช่วงล่างดูดซับความสะเทือนได้ดี ให้ความสบาย นุ่มนวลต่อผู้โดยสารและผู้ขับ ก็จะต้องยอมให้มันสูญเสียคุณสมบัติด้านการเกาะถนนทรงตัวไป หรือในทางตรงกันข้าม ถ้าอยากให้ทรงตัวดีทางตรง เกาะถนนในโค้ง ก็ต้องใช้สปริง และแดมเพอร์แข็ง ยอมรับความกระด้างสะเทือนเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน

มาถึงวันนี้ หลักการนี้ไม่จริงเสมอไปแล้ว เมื่อมี “ตัวกลาง” มาช่วยประสาน ให้ด้านดีของช่วงล่างทั้ง 2 แบบมารวมตัวกันได้ โดยไม่ต้องพาด้านแย่มาด้วย ตัวกลางในที่นี้ ก็คือ องค์ความรู้ของมนุษย์ ซึ่งก็คือเหล่าวิศวกรที่พัฒนารถยนต์กันมาอย่างต่อเนื่อง บวกกับความก้าวหน้าด้านวิทยาการอีเลคทรอนิคส์ และผลงานที่ได้นี้ ก็ไม่ได้เป็นเพียงทฤษฎี หรือแค่งานทดลอง แต่เป็นช่วงล่างในรถที่กำลังจะออกจำหน่ายในอีกไม่กี่เดือนครับ

ซึ่งก็คือ พานาเมรา (PANAMERA) เก๋งหรู 4 ประตู จาก โพร์เช โรงงานรถสปอร์ทเยอรมันอันโด่งดังแห่งเมือง ชตุทท์การ์ท (STUTTGART) ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับสำหรับโรงงานผลิตรถสปอร์ทเป็นหลัก ในการสร้างรถเก๋งหรู เพื่อชิงลูกค้าจากบริษัทที่เชี่ยวชาญระดับโลกอย่างเมร์เซเดส-เบนซ์/บีเอมดับเบิลยู และ เอาดี ที่ผมไม่ใช้ เลกซัส เข้าไปด้วย เพราะต้องนับอยู่ในกลุ่มที่พยายามชิงลูกค้าเช่นเดียวกับ โพร์เช ครับ

ฝ่ายชิงนี่เป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะจะต้องเผชิญกับอคติ ถูกตราหน้าว่าเป็นพวก “มือใหม่หัดขับ” ทางเดียวที่จะชดเชยจุดด้อยนี้ได้ ก็คือ ต้องมีอะไรที่ดีกว่าจริง แบบที่ลูกค้าสัมผัสได้ในด้านความแรงของเครื่องยนต์ ความเงียบ ความปลอดภัย ยังไม่มีใครคาดเดาได้ครับ แต่ด้านการเกาะถนนทรงตัว กับความสบายจากการดูดซับความสะเทือนโดยช่วงล่าง

ดูเหมือนว่า โพร์เช จะทำได้สำเร็จ แม้จะยังไม่มีรถออกมาให้นิตยสารในต่างประเทศทดสอบอย่างเป็นทางการ แต่จากข้อมูลของบริษัทที่เผยแพร่ออกมาต่อสื่อด้านยานยนต์ ช่วงล่างของโพร์เช น่าจะได้เปรียบคู่แข่งจริงครับ

มาดูส่วนที่ใช้ดูดซับความสะเทือนจากความขรุขระของผิวถนนกันก่อน ไม่มีทางใช้อย่างอื่นได้นอกจากถุงลม หรือระบบนิวแมทิคแทนสปริงเหล็ก เช่นเดียวกับกลุ่มคู่แข่ง แต่ของ โพร์เช มีห้องกักอากาศ 2 ห้อง ห้องล่างทำหน้าที่ปกติเหมือนของรถอื่นในระดับเดียวกัน ส่วนห้องบนเป็นปริมาตรเสริม ระหว่างห้องบนและห้องล่าง มีลิ้นควบคุมปิดและเปิดได้ ในการใช้งานปกติลิ้นนี้จะปิด ห้องล่างจะทำหน้าที่เป็นสปริง

แต่ถ้าผู้ขับเลือกให้ช่วงล่างทำงานแบบนุ่ม โดยการกดปุ่มภายในรถ ลิ้นจะเปิดในห้องทั้ง 2เชื่อมถึงกัน เพราะความแข็งของสปริงแบบใช้อากาศหรือนิวแมทิค แปรตามปริมาตรอากาศที่ถูกอัดครับ ยิ่งมีปริมาตรมากยิ่งนุ่ม พูดอย่างเป็นทางการว่ามีค่าสัมประสิทธิ์ความเป็นสปริงหรือ ค่า เค (K) ต่ำ ปริมาตรยิ่งน้อยยิ่งแข็ง รถอื่นมักจะปรับ “ความนุ่ม” หรือ “ ความแข็ง”ในการดูดซับความสะเทือน โดยการปรับความแข็งของชอคอับ ฯ หรือแดมพอร์เพียงอย่างเดียวก็ได้ผลพอสมควรครับ แต่ไม่ดีจริง

บางรุ่นจึงไม่ต่างจากรุ่นที่ใช้สปริงเหล็ก วิธีที่ได้ผล คือ การใช้ช่วงล่างที่ปรับความแข็งได้ทั้งสปริงและชอคอับ ฯ แบบของ พานาเมรา นี้ครับ ถึงระบบกันสะเทือนแบบนิวแมทิค จะปรับระดับสูงต่ำของตัวถังได้ตามใจชอบ หรือโดยอัตโนมัติตามสภาพใช้งาน แต่ โพร์เช ยังไม่พอใจ ต้องการให้จุดศูนย์ถ่วงของรถตอนมีคนขับหรือรวมคนโดยสารต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เลยเลือกวางเก้าอี้ให้ต่ำกว่าในรถหรูของพวกคู่แข่งเล็กน้อยอีกด้วย

ช่วงล่างหน้าของ พานาเมรา เป็นปีกนกสองชิ้น ชิ้นส่วนเกือบทั้งหมดทำจากอลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนัก หลายชิ้นถูกหล่อแบบกลวง จุดเด่นเป็นพิเศษอยู่ที่เหล็กกันโคลง ซึ่งมีมอเตอร์แบบบิดทำมุม สวมคร่อมอยู่ระหว่างปลายเหล็กกันโคลงทั้ง 2 ข้าง มอเตอร์จะบิดเหล็กกันโคลง ในทิศที่ต้านไม่ให้ล้อนอกโค้งยุบตัวขณะเลี้ยว จะบิดมากหรือน้อยตามความเร็วของรถและรัศมีวงเลี้ยว

วิธีของ โพร์เช นี้ถูกต้องที่สุดครับ เพราะสามารถต้านการเอียงของรถตอนเลี้ยวโค้งได้ ในขณะที่ยังให้ความนุ่มนวลอยู่ ต่างจากวิธีทำให้แรงต้านของชอคอับ ฯ ที่ล้อนอกโค้งเพิ่มขึ้น เพราะนอกจากจะต้านการเอียงได้เพียงระยะสั้นแล้ว ยังทำให้ความสะเทือนเพิ่มขึ้นด้วย

หวังว่าวิธีนี้จะถูกนำมาใช้กับรถอื่นในเร็วๆ นี้ เป็นวิธีต้านการโคลงหรือเอียงของตัวรถในโค้งหรือขณะหลบหลีกสิ่งกีดขวาง ที่ยอดเยี่ยมมากครับ

ด้านหลังเป็นแบบมัลทิลิงค์ มีชุดสปริงนิวแมทิคอยู่ค่อนข้างห่างจากล้อ เพื่อให้เหลือที่สำหรับชอคอับ ฯ ช่วงล่างทั้งชุดยึดอยู่กับซับเฟรมที่แข็งแกร่งแต่เบามาก เพราะเป็นอลูมิเนียมหล่อแบบกลวงผิวบางเฉียบ ยึดติดกับตัวถังผ่านบุชยางแบบบรรจุซิลิโคนต้านการสั่นสะเทือนและกรองคลื่นความสั่นสะเทือนให้ไปสู่ตัวถังน้อยที่สุด

ล้อของ พานาเมรา เป็นอลูมิเนียมหล่อ แต่บริเวณขอบกระทะถูกรีดให้บางแต่เนื้อแน่นแข็งแรงวิธีนี้สามารถทำให้น้ำหนักล้อลดลงได้ถึง 1 กก. ดูเหมือนไม่มาก แต่ทางด้านเทคนิคแล้ว น้ำหนักของมวลใต้สปริง ที่ต้องเต้นไปตามสภาพผิวถนนตลอดเวลา เพียง 1 กก. ที่ลดลง ก็ทำให้ความนุ่มนวลเพิ่มขึ้นในระดับที่รู้สึกได้ครับ

เฟืองท้ายแบบลิมิเทดสลิพ ปรับสัดส่วนแรงบิดระหว่างล้อซ้ายและขวา แบบอัตโนมัติตามสภาพที่ใช้งาน และสำหรับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ถ้าการปรับเหล็กกันโคลงอัตโนมัติในโค้ง ยังไม่เพียงพอสำหรับการแก้อาการเสียการทรงตัว ไม่ว่าจะแบบอันเดอร์-หรือโอเวอร์สเตียริงก็ตาม ชุดปรับแรงขับเคลื่อนที่จ่ายให้ล้อหน้าและล้อหลังให้ต้านอาการดังกล่าว และถ้ายังไม่ไหวจริง ๆ ระบบเบรคถึงจะจัดการแก้ไขเป็นอย่างสุดท้าย ซึ่งหัวหน้าวิศวกรของ โพร์เช บอกว่า โอกาสที่จะจำเป็นถึงชิ้นสุดท้ายนี้ มีน้อยมากครับ

สุดท้ายแล้ว พวกเราคงต้องรอผลทดสอบของนิตยสารรถในต่างประเทศ ช่วยยืนยันว่าวิศวกรรถยนต์ของ โพร์เช เก่งที่สุดในโลก ตามเสียงเล่าลือกันหรือไม่ ?



------------------------------
เรื่องโดย : เจษฎา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2552
คอลัมน์ : รู้ลึกเรื่องรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/4HJgb
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

มิติใหม่ของเกียร์สายพาน
กดปุ๊บ มาปั๊บ ?
รอยต่อแห่งยุคสมัย
แรงตก ไม่ต้องตกใจ
แนวคิดที่เปลี่ยนไปของเทคโนโลยียานยนต์