บทความ

FORD IOSIS MAX


รถแนวคิดพันธุ์ยุโรปคันสุดท้ายที่นำมาให้ชื่นชมกันในเดือนนี้ คือ ฟอร์ด ไอโอซิส แมกซ์ (FORD IOSIS MAX) ซึ่งค่าย ฟอร์ด ยุโรปนำออกแสดงเป็นครั้งแรกที่งานมหกรรมยานยนต์เจนีวาครั้งที่ 79 เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นับเป็นรถแนวคิดตระกูล ไอโอซิส คันที่ 3 ที่ค่ายนี้รังสรรค์ขึ้นในช่วงครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา โดยที่คันแรกซึ่งมีนามว่า ฟอร์ด ไอโอซิส (FORD IOSIS) ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกที่งานมหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ทในเยอรมนีเมื่อปลายปี 2005 เป็นต้นแบบของรถ ฟอร์ด มนเดโอ (FORD MONDEO)
รุ่นปัจจุบันซึ่งเริ่มจำหน่ายในยุโรปเมื่อปี 2007 ส่วนคันที่ 2 คือ ฟอร์ด ไอโอซิส เอกซ์ (FORD IOSIS X) ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกที่งานมหกรรมยานยนต์ปารีสเมื่อปลายปี 2006 เป็นต้นแบบของรถกิจกรรมกลางแจ้ง ฟอร์ด คูกา (FORD KUGA) ซึ่งเริ่มจำหน่ายในตลาดยุโรปเมื่อปี 2008

เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถ 3 ประตู แฮทช์แบค 4 ที่นั่ง ขนาดเล็กกะทัดรัด ที่นาย มาร์ทิน สมิธ (MARTIN SMITH) หัวหน้าทีมออกแบบของ ฟอร์ด ยุโรปบอกว่า “เป็นเสมือนคลังบรรจุแนวคิดการออกแบบ และคุณลักษณ์ต่างๆ ที่จะพบได้ในรถขนาดเล็กที่เราจะนำออกสู่ตลาดในอนาคต” ซึ่งถ้ากล่าวให้จำเพาะเจาะจงลงไป ก็หมายถึง รถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก ฟอร์ด ซี-แมกซ์ (FORD C-MAX) รุ่นใหม่ ซึ่งมีกำหนดอวดตัวที่งานมหกรรมยานยนต์ปารีสตอนปลายปี 2010 และรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ฟอร์ด โฟคัส (FORD FOCUS) รุ่นใหม่ ซึ่งมีกำหนดออกตลาดตอนปลายปี 2011 นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ฟอร์ด ไอโอซิส แมกซ์ ก็ยังมีคุณลักษณ์หลายอย่าง ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะได้พบเห็นกันเมื่อกลายสภาพเป็นรถตลาด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ ประตูข้างทั้ง 2 ด้าน ที่เปิดแยกออกจากกัน โดยไม่มีเสาค้ำยันกลาง ที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า B-PILLARS ประตูบานหน้า เป็นประตูติดบานพับที่เปิดโดยผลักออกข้างๆ เหมือนประตูรถทั่วๆ ไป ส่วนบานหลังเป็นประตูเลื่อนที่ต่างไปจากประตูเลื่อนที่เคยเห็นกันทั่วๆ ไป คือ ต้องดันให้เผยอออกด้านข้างนิดหนึ่ง แล้วจึงผลักเลื่อนไปด้านหลัง การออกแบบในลักษณะดังกล่าวนี้ทำให้การขึ้น/ลงรถ ทำได้โดยสะดวก แต่เมื่อนำมาใช้ในรถตลาดอาจก่อปัญหาความแข็งแรง

อีกจุดหนึ่ง คือ ประตูบานหลัง ซึ่งมีระบบบานพับที่ค่อนข้างซับซ้อน และอาจจะกล่าวได้ว่า เป็นฝันร้ายของวิศวกรการผลิต ประตูบานท้ายที่ว่านี้ สามารถเปิดได้ 2 จังหวะ ดังที่เห็นได้ในภาพประกอบ คือ เปิดเฉพาะส่วนครึ่งบน ซึ่งเป็นบานกระจกก็ได้ หรือเปิดพร้อมกันทั้งครึ่งบนและครึ่งล่างจนจรดพื้นรถก็ได้ ประตูท้ายรถที่เปิดได้ในลักษณะดังกล่าวนี้ เริ่มมีการใช้กันบ้างแล้ว ตัวอย่าง คือ สโกดา ซูเพิร์บ (SKODA SUPERB) รุ่นที่ 2 ซึ่งเริ่มจำหน่ายในยุโรปเมื่อปี 2008 และ บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-5 จีที (BMW 5-SERIES GT) ซึ่งจะออกจำหน่ายในปีนี้ แต่ก็ยังสงสัยกันอยู่ว่า กับรถขนาดเล็กอย่าง ฟอร์ด ซี-แมกซ์
และ ฟอร์ด โฟคัส เหมาะ และคุ้มค่า หรือไม่ ที่จะนำประตูแบบนี้มาใช้



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2552
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/8kFzm
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

HYUNDAI KONA ELECTRIC ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี พลังไฟฟ้าขนาดจิ๋วที่สุดในโลก
LEXUS UX250H ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี จิ๋วสุดของค่ายหน้ากากกระสวย
TOYOTA RAV4 สืบทอดสายเลือดรถยอดนิยมของเมืองมะกัน
BENTLEY BENTAYGA HYBRID รถไฮบริดแบบแรกของยอดผู้ผลิตรถหรูอายุยืน
RANGE ROVER P400E เอสยูวี ขับทุกล้อไฮบริด...ชนิดต้องมีการเสียบ
LAMBORGHINI URUS สุดยอดซูเพอร์ เอสยูวี สายพันธุ์กระทิงดุ