บทความ

PININFARINA BLUE CAR


ที่งานมหกรรมยานยนต์ปารีสครั้งล่าสุด เมื่อเดือนตุลาคมปีกลาย ปินินฟารีนา (PININFARINA) ยอดสำนักออกแบบรถยนต์ของเมืองมะกะโรนีควักเงินซื้อพื้นที่เพื่อนำผลงานออกแสดงในงานด้วย บูธของสำนักออกแบบแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในอาคารหมายเลข 1 ซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่ที่สุดของงาน มีเนื้อที่เล็กๆ และอยู่ในมุมอับ แต่กลับเรียกร้องความสนใจจากสื่อมวลชนและผู้ชมงานได้อย่างอึงคะนึง ด้วยผลงานใหม่ชิ้นหนึ่ง ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับผลงานที่ค่ายนี้เคยนำออกแสดงในงานมหกรรมยานยนต์รายการอื่นๆ ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ไม่ใช่รถยนต์นั่งธรรมดาสามัญหรือรถสปอร์ท ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังจากเครื่องยนต์สันดาปภายในชนิดใดๆ แต่เป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า

เป็นผลงานจากความร่วมมือกับบริษัท โบลโลเร (BOLLORE) ผู้ชำนัญการด้านแบทเตอรีของเมืองน้ำหอม เดิมตั้งชื่อว่า ปินินฟารีนา บีซีโร (PININFARINA B0) แต่ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น ปินินฟารีนา บลู คาร์ (PININFARINA BLUE CAR) ที่สำคัญ คือ ไม่ใช่รถแนวคิดที่ทำขึ้นมาเพื่ออวดฝีมือเท่านั้น แต่เป็นต้นแบบของรถไฟฟ้าที่ ปินินฟารีนา ตั้งใจจะผลิตขายอย่างจริงจังๆ โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่า รถคันแรกจะอวดโฉมในปี 2010 และจะเริ่มการผลิตในเชิงอุตสาหกรรมในปี 2011 แถมยังคาดการณ์ไว้ด้วยว่า เมื่อถึง
ปี 2015 ยอดผลิตจะพุ่งถึงระดับ 60,000 คัน/ปี นั่นเทียว

นอกจากมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งขาดไม่ได้แล้ว หัวใจสำคัญของรถไฟฟ้าคันนี้ คือ แบทเตอรี เป็นแบทเตอรีซึ่งมีชื่อเรียกในภาษาฝรั่งว่า ลิเธียม เมทัล โพลีเมอร์ (LITHIUM METAL POLYMER) และเรียกย่อๆ ว่า LMP ผลิตจากโรงงานซึ่งตั้งอยู่ในฝรั่งเศส และแคนาดา ซึ่งผู้ผลิต คือ บริษัท โบลโลเร ยืนยันว่า เก็บพลังไฟได้สูงกว่าแบทเตอรีที่เคยใช้กันมาก่อนถึง 5 เท่า เมื่อเทียบน้ำหนักเท่ากัน แถมยังใช้เวลาในการประจุไฟไม่กี่ชั่วโมง และมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 200,000 กม.

ในส่วนของตัวถัง ในรูปลักษณ์ของรถ 3 ประตู แฮทช์แบค 4 ที่นั่ง ขนาดเล็กกะทัดรัด รถแนวคิด ปินินฟารีนา บลู คาร์ ไม่มีจุดโดดเด่นสะดุดตาอะไรให้กล่าวถึงได้มาก นอกจากจุดเดียว คือ การติดตั้ง SOLAR CELL หรือ “เซลล์สุริยะ” ทั้งบนหน้าหม้อ และบนหลังคา เป็นประดิษฐกรรมสมรรถนะสูง ที่ช่วยป้อนพลังไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ที่ใช้ในรถ นอกเหนือจากแบทเตอรีที่กล่าวถึงข้างต้น

ภายในห้องโดยสารที่นั่งได้แค่ 4 คน ผู้โดยสารสามารถนั่งยืดแข้งยืดขาได้สบายเหมือนนั่งในรถระดับพรีเมียม เพราะไร้ชิ้นส่วนกลไกหลายชิ้นที่พบกันเป็นปกติในรถที่ติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน แผงหน้าปัดอุปกรณ์ที่ออกแบบเป็นพิเศษ มีประดิษฐกรรมใหม่หลายชิ้นรวมทั้ง TOUCH SCREEN หรือ จอสัมผัส ซึ่งทำให้การติดต่อสื่อสารระหว่างรถกับคนกระทำได้สะดวกกว่าปกติ

คำถามสำคัญสำหรับรถไฟฟ้าทุกคัน คือ ประจุไฟเต็มหม้อแบทเตอรีแต่ละครั้ง จะวิ่งได้ไกลสักเท่าไร ในกรณีของรถไฟฟ้า ปินินฟารีนา บลู คาร์ คันนี้ คำตอบ คือ 240 กม. นับเป็นตัวเลขที่น่าพอใจทีเดียว ส่วนสมรรถนะความเร็วทั้งตีนต้น และตีนปลาย เนื่องจากไม่ได้เน้นในเรื่องนี้ ตัวเลขจึงไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้น อัตราเร่ง 0-60 กม./ชม. ทำได้ใน 6.3 วินาที ความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 130 กม./ชม.



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2552
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/d87iQ
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

HYUNDAI KONA ELECTRIC ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี พลังไฟฟ้าขนาดจิ๋วที่สุดในโลก
LEXUS UX250H ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี จิ๋วสุดของค่ายหน้ากากกระสวย
TOYOTA RAV4 สืบทอดสายเลือดรถยอดนิยมของเมืองมะกัน
BENTLEY BENTAYGA HYBRID รถไฮบริดแบบแรกของยอดผู้ผลิตรถหรูอายุยืน
RANGE ROVER P400E เอสยูวี ขับทุกล้อไฮบริด...ชนิดต้องมีการเสียบ
LAMBORGHINI URUS สุดยอดซูเพอร์ เอสยูวี สายพันธุ์กระทิงดุ