บทความ

สงครามกลางเมือง


ผมกับ คุณเล็ก วงศ์สว่าง คุ้นเคยกันมาช้านาน จะว่าในฐานะเก๋ากรุงเทพ ฯ ด้วยกันมาก็ว่าได้ วันก่อน คุณเล็ก วงศ์สว่าง เจ้าสัวบริษัท วงศ์สว่างการพิมพ์ จำกัด ส่งหนังสือ GOLDEN HITS เล่ม THE CIVIL WAR สงครามกลางเมือง มาให้อ่าน สนุกและเมามันบันเทิง เพราะมีแผ่นซีดีแถมในเล่มอีก 2 แผ่น

คุณเล็ก ชี้แจงในบทคำนำของเล่มว่า หนังสือเล่มนี้เกิดจากมันสมองของ คุณสุระ ไลเลิศ ซีดีทั้ง 2 แผ่นนั้น นอกจากจะมีความไพเราะที่หายาก ท่านยังจะได้อ่านและได้ทราบบทความข้อเขียนทั้งหมด ตลอดจนความเป็นมาที่เกี่ยวข้องกับสงครามกลางเมืองสหรัฐ ฯ

ทีเด็ดที่ผมไม่เคยพบ ก็คือ มีเพลงชาติของฝ่ายเหนือ และฝ่ายใต้ ที่ทำสงครามกลางเมืองกันขึ้น เช่นบทเพลง BATTLE HYMN OF THE REPUBLIC ศิลปินผู้ขับร้อง คือ จูดี คอลลินส์

เพลงนี้ คือ เพลงชาติของฝ่ายเหนือ เขียนโดย จูเลีย วอร์ด โฮวี เมื่อเดือนธันวาคม ปี 1861 สร้างความร้อนแรงให้กับอเมริกันชนอย่างมาก

และเพลงบทนี้ปรากฏแก่สายตาอเมริกันชนเป็นครั้งแรก เป็นปกนิตยสาร THE ATLANTIC MONTHLY เดือนกุมภาพันธ์ 1862

จูดี คอลลินส์ เกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 1939 ที่เมืองซีแอทเทิล มลรัฐวอชิงตัน เธอเป็นทั้งนักร้อง และนักเขียนเพลง อีกทั้งยังมีโอกาสได้ร้องเพลงในฐานะนักร้องเสียงโซพราโน

นี่ก็เป็นบทความที่ควรรู้เกี่ยวกับเพลงชาติของฝ่ายเหนือ เหมือนเพลง BUTTONS AND BOWS จากภาพยนตร์เรื่อง THE PALEFACE แสดงนำโดย ยอดดาวตลกชื่อ บอบ โฮพ ร่วมนำแสดงกับนางเอกอกภูเขาไฟ เจน รัสเซลล์ เมื่อปี 1948

เพลงนี้ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองด้วยครับ สาขา BEST ORIGINAL SONG และเป็นเพลงหนึ่งที่ผมพยายามร้อง สมัยเรียนธรรมศาสตร์

จากหนังสือ “สงครามกลางเมือง” ของ วงศ์สว่างการพิมพ์ เล่มนี้ ผมได้รู้ว่าชื่อภาคไทยของหนังเรื่อง THE PALEFACE คือ “ถึงคราวหล่อนสู้ตาย”

ศิลปินหญิงที่ร้องเพลงนี้ คือ ไดนาห์ ชอร์ เธอเป็นศิลปินที่ได้รับความนิยมสูงสุดระหว่างปี 1940-1950 อันเป็นยุค BIG BAND

ไดนาห์ ชอร์ เกิดจากความล้มเหลวแต่ไม่สิ้นความพยายาม จนกระทั่งกลายเป็นศิลปินหญิงยอดเยี่ยมในความนิยมของผู้คนทั้งโลก

สงครามกลางเมืองของสหรัฐ ฯ เริ่มปี 1861 และสิ้นสุดลงในวันที่ 9 เมษายน 1865 เมื่อฝ่ายใต้ประกาศยอมแพ้ และยุติสงคราม THE CIVIL WAR

หลังสงครามยุติลงเพียง 5 วัน ประธานาธิบดี อับราฮัม ลินคอล์น ได้เข้าไปนั่งชมละครในโรงละคร FORDS THEATRE ในกรุงวอชิงตัน ดีซี และปรากฏว่าเขาถูกลอบสังหารจนเสียชีวิต

เพลงที่สอดคล้องกับบรรยากาศระหว่างความโหดร้ายของสงครามกลางเมืองนั้น น่าจะได้แก่เพลง AURA LEE อันเป็นเพลงที่ประพันธ์ และขับร้องเมื่อปี 1861 โดยทหารฝ่ายเหนือ

AURA LEE AURA LEE
MAID OF GOLDEN HAIR
SUNSHINE CAME ALONG WITH THEE
AND SWALLOWS IN THE AIR

ทำนองของเพลงนี้ ได้ถูกศิลปินยอดเยี่ยม เอลวิส เพรสลีย์ นำมาเป็นทำนองเพลง LOVE ME TENDER ซึ่ง เอลวิส และ วีรา วัทสัน ร่วมกันประพันธ์คำร้อง ปรากฏเป็นเพลงเอกของภาพยนตร์เรื่อง LOVE ME TENDER

ภาพยนตร์เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสงครามกลางเมือง เอลวิส แสดงเป็นน้องชายของ ริชาร์ด อีแกน ซึ่งสูญหายไปในระหว่างสงคราม เป็นที่เข้าใจว่าคงเสียชีวิต น้องชายจึงแต่งงานกับคู่หมั้นของพี่ชาย ซึ่งต่อมาปรากฏว่าพี่ชายยังไม่ตาย เรื่องวุ่นๆ จึงเกิดขึ้น

วันที่ 9 กันยายน 1956 เอลวิส เพรสลีย์ ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกกับสาธารณชน ผ่านทางรายการโทรทัศน์ของ เอด ซัลลิแวน และได้ร้องเพลง LOVE ME TENDER เป็นการออกอากาศสด ได้รับความนิยมจากอเมริกันชนอย่างทันที

ความร้อนแรงของเพลง ทำให้บริษัทแผ่นเสียง อาร์ซีเอ วิคเตอร์ ทนไม่ไหว ซื้อลิขสิทธิ์มาอัดแผ่น ขายเกินล้านแผ่น ถือเป็นเพลงแรกที่ทำสถิตินี้ในยุคสมัยรอคแอนด์โรลล์

ภาพยนตร์แห่งปี 1956 เรื่องนี้มี เดบรา พาเกท เป็นนางเอก ถ่ายทำในระบบซีเนมาสโคพ ถือเป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอีกเรื่องหนึ่งจากการเข้าฉายที่โรงภาพยนตร์เฉลิมเขตร์ ที่เชิงสะพานกษัตริย์ศึก สมัยโน้น

ในปีถัดมา มีภาพยนตร์อีกเรื่องเข้าฉายที่เดียวกัน คือ BERNADINA หรือ “นางในฝัน” พระเอกนำแสดง และขับร้องเพลงเอก LOVE LETTERS IN THE SAND ครองสถิติขายดียาวนานถึง 7 สัปดาห์ของปี 1957 คือ แพท บูน-เสียงนุ่มนวลชวนเพ้อ

ON A DAY LIKE TODAY
WE PASS THE TIME AWAY
WRITING LOVE LETTERS IN THE SAND

ความรู้จากหนังสือ GOLDEN HITS เล่มนี้ ผมทราบว่า แพท บูน ไม่ได้เป็นนักร้องคนแรกที่ร้องเพลงนี้ คนแรกที่ร้องเพลงนี้ คือ จีน ออสติน โดยร้องไว้ในปี 1931

ท่านผู้ใดสนใจงานที่เต็มไปด้วยความอมตะแบบนี้ น่าจะลองหาซื้อเก็บไว้ครับ



------------------------------
เรื่องโดย : จอสยาม
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2552
คอลัมน์ : ใส่สีใส่สัน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ztIYE
อัพเดทล่าสุด
10 Sep 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,090,000
2.
2,229,000
3.
779,000
4.
3,590,000
6.
1,316,000
7.
1,749,000
8.
1,699,000
10.
3,299,000
11.
5,399,000
12.
6,799,000
13.
3,249,000
14.
4,980,000
15.
53,500,000
17.
3,600,000
18.
13,339,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th