บทความ

ต้องริบ


ผมเห็นข่าวทางทีวี ซึ่งหมู่นี้ไม่ค่อยอยากเสพข่าว เพราะเซ็งกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นกับบ้านเมืองอันเนื่องจากนักการเมืองแย่งอำนาจกันจ้าละหวั่น แล้วปั่นหัวชาวบ้านให้ไปก่อการชุมนุม บ้านเมืองจะเสียหายอย่างไรไม่สนใจ

ข่าวที่ว่าน่าตื่นเต้นยินดี ก็คือ ตำรวจของเราก้าวไกล ใช้วิธีการออนไลน์ กดมือถือ ใส่เลขทะเบียนรถ หรือเลขบัตรประชาชนลงไปปุ๊บ ส่งเอสเอมเอสเข้าศูนย์ปั๊บ แค่ไม่กี่วินาที ก็สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปของรถแต่ละคัน รวมทั้งประวัติอาชญากรของบุคคลได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาไปค้นหาจากสารบบ หรือที่โรงพัก ซึ่งมันไม่ทันการ ไม่ทันคนร้าย หรือหาไม่เจอ…อะไรจะวิเศษขนาดนั้น

ที่ผมตื่นเต้นเพราะนั่นคือ ช่องทางสำคัญในการสกัดกั้นอาชญากรรมต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ หากทำได้ทั่วประเทศ ข้อมูลแม่นยำทันสมัย คงลดปัญหาการโจรกรรมรถไปได้หลายระดับ ไม่ใช่แค่ระดับหนึ่ง ขณะเดียวกัน คนร้ายที่ลอยนวล หรือหนีคดีต่างๆ ก็อยู่ในวิสัยที่จะโดนตะครุบตัวได้ไม่ยาก

เมื่อทำได้ขนาดนี้แล้ว การทำชั่วริอ่านเป็นโจรห้าร้อย ก็น่าจะลดน้อยถอยลง เพราะจนมุมกับวิธีการไฮเทคของตำรวจโดยง่าย จึงขอให้ตำรวจเร่งต่อยอดพัฒนาให้หนัก เพื่อใช้งานได้อย่างเต็มที่และทั่วถึงบ้านเมืองจะได้ปลอดภัยจากโจรมากยิ่งขึ้น

สำหรับคดีความนั้นน่าสนใจอย่างเคย

คดีความต้องเริ่มที่โรงพัก ตำรวจซิวตัว “นายชิดซ้าย” ซึ่งทำมาหากินสอดคล้องกับชื่อ ด้วยการขับรถบรรทุก และเจ้าตัวก็หาทางชิดซ้ายเพื่อให้ผ่านตลอดไว้ก่อน เนื่องจากไม่อยากเจอตำรวจ แม้จะมีลูกเขยเป็นตำรวจก็ตาม

แต่วันนั้นก็เจอเข้าจนได้ แถมตำรวจยังมีแก่ใจ เชื้อเชิญให้นำรถไปโรงพัก เพราะบรรทุกรถทแรคเตอร์ตีนตะขาบไว้ทั้งคัน น้ำหนักเกินไปกว่าที่กฎหมายอนุญาตให้รถที่ นายชิดซ้าย ขับแบกได้ ตั้ง 5,500 กก. มันน้อยอยู่หรือ

เรื่องพรรค์นี้ต้องถึงศาล ยกเว้นหนีไปต่างประเทศอย่างที่นักการเมืองไทยเขาหนีไปตั้งหลายคน แต่ นายชิดซ้าย ไม่ตกอกตกใจอะไรนักหนา แถมยังให้การรับสารภาพอย่างใจเย็น เพราะเข้าใจว่าศาลท่านปรับนิดๆ หน่อยๆ แล้วปล่อยให้กลับไปหาลูกเมียได้ทันที

เป็นไปตามคาด ศาลชั้นต้นลงโทษปรับลดให้อีกกึ่งหนึ่ง เป็นเงินไม่เท่าไร ข้อที่ทำให้ นายชิดซ้าย ร่าเริงเป็นพิเศษ คือ ศาลไม่สั่งริบรถบรรทุก ตามที่อัยการโจทก์ขอไว้

โจทก์ไม่ยอมตามที่ศาลล่างตัดสินเกี่ยวกับการไม่ริบรถ จึงยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลด่านที่ 2 ริบซะเถอะ

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพยักหน้าหงึก เห็นด้วยกับอัยการ พิพากษาแก้ ให้ริบรถบรรทุกทั้งคันของ นายชิดซ้าย

นายชิดซ้าย ตาตั้งสิทีนี้ จึงดิ้นรนด้วยการให้ทนายยื่นฎีกา โต้แบบดุ่ยๆ ว่า ในประกาศห้ามการบรรทุกหนักเกินอัตรา ไม่ได้มีข้อความบ่งไว้ให้ริบรถบรรทุกของตน

ศาลฎีกาเหล่ดูสำนวนไม่กี่อึดใจ แล้วบอกว่า ประกาศคณะปฏิวัติเรื่องห้ามบรรทุกน้ำหนักเกิน ไม่ได้บอกให้ริบรถก็จริง แต่ศาลท่านมีกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง คือ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 และ มาตรา 17 นำมาใช้เป็นกระสายได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ ในเมื่อรถบรรทุกของ นายชิดซ้าย เข้าข่ายเป็นของกลางที่ใช้ในการกระทำความผิดอย่างเห็นๆ จึงริบได้วันยังค่ำ

ศาลฎีกาจึงเอาด้วยกับศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนให้ริบรถบรรทุกทั้งคันของ นายชิดซ้าย เล่นเอาเจ้าตัวซึ่งมีรถแค่คันเดียวหน้าเหี่ยว หมดหนทางหากินซะงั้นแหละ

งานนี้ถ้าเป็นรถอยู่ระหว่างเช่าซื้อ อาจจะค่อยยังชั่วหน่อย ถ้าบริษัทที่ให้ผ่อนส่งพิสูจน์ได้ว่า ไม่ได้รู้เห็นเป็นใจในการนำไปบรรทุกน้ำหนักเกิน แล้วร้องขอรถคืนภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ศาลสั่งริบเป็นที่ยุติ เมื่อได้รถคืนแล้ว บริษัทอาจนำมาให้ นายชิดซ้าย ผ่อนส่งต่อไปอย่างเดิม หาก นายชิดซ้าย เป็นลูกค้าที่ดี เรื่องของเรื่องก็เป็นเช่นนี้แหละ



------------------------------
เรื่องโดย : ณรงค์ นิติจันทร์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2552
คอลัมน์ : รู้ไว้ใช่ว่า
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/c884f
อัพเดทล่าสุด
10 Sep 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,090,000
2.
2,229,000
3.
779,000
4.
3,590,000
6.
1,316,000
7.
1,749,000
8.
1,699,000
10.
3,299,000
11.
5,399,000
12.
6,799,000
13.
3,249,000
14.
4,980,000
15.
53,500,000
17.
3,600,000
18.
13,339,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th