บทความ

“เมษาเดือด”


ไม่ใช่การแข่งขันเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดของบรรดาผู้ค้ารถยนต์ในประเทศที่ร้อนแรงเป็นพิเศษ แต่เป็นปรอทความร้อนทางการเมืองที่แตกระเบิดออกมาในช่วงเวลาที่ตรงกับเทศกาลความชุ่มฉ่ำประจำปีของพี่น้องชาวไทย เกือบจะกลายเป็นสงกรานต์เลือดไปเสียแล้ว

เรื่องงานรื่นเริงตามเทศกาลยิ่งไม่ต้องพูดถึง ในกรุงเทพ ฯ แม้แต่ธรรมชาติก็ไม่เป็นใจ มีฝนตกลงมาอย่างหนักในหลายพื้นที่จนต้องยกเลิกการจัดไปหลายงาน

เดือนเมษายน ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศก็ไม่ค่อยจะไหลลื่นสักเท่าไรอยู่แล้ว เพราะเป็นเดือนที่มีวันหยุดยาวหลายวัน และใกล้กับช่วงเปิดเทอมการศึกษาใหม่ ที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ต้องใช้งบประมาณไปกับการศึกษาของลูกหลาน ต้องติดขัดไปอีก ดีที่ยังมียอดจำหน่ายรถยนต์ในช่วงงานมอเตอร์โชว์ ที่ไบเทค ที่คาบเกี่ยวมาตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน มาช่วยพยุงเอาไว้บ้าง ไม่งั้นคงดูไม่จืด

ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศ เดือนเมษายน ปิดฉากรูดม่านด้วยตัวเลขรวมกันของทุกยี่ห้อที่ 39,713 คัน เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน ปีที่แล้ว ปรากฏว่าตลาดหดตัวลงไปถึง 27.4 % โดยที่ส่วนใหญ่ยี่ห้อต่างๆ จะปิดบัญชีกันด้วยตัวเลขสีแดง แต่มีอยู่บ้างเหมือนกันที่ยอดจำหน่ายขยายตัวสูงขึ้นจากช่วงเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว เช่นในรายของ ฮอนดา และเมร์เซเดส-เบนซ์ โดยเฉพาะบแรนด์หลังนี่มียอดจำหน่ายสูงขึ้นด้วยซ้ำ ถึงแม้จะไม่ได้เป็นหลักพันหลักหมื่น เหมือนรถยนต์บแรนด์ที่มีส่วนแบ่งตลาดมากๆ แต่ถ้าคิดคำนวณเป็นจำนวนเงินแล้วไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะสนนราคาค่าตัวของรถยนต์ค่ายดาวสามแฉก ต่ำสุดก็ล้านสองล้านขึ้นบน แถมรุ่นที่จำหน่ายขายดีก็สตาร์ทกันที่คันละหลายล้านแล้ว แสดงว่าเศรษฐีเมืองไทยยังมีอยู่อีกเยอะ ทั้งที่ประกาศตัว และไม่ประกาศตัว น่าอิจฉาเสียไม่มี

จากยอดรวม 39,713 คัน บริษัทรถยนต์ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เบอร์ 1 โตโยตา เดือนเมษายน กวาดยอดจำหน่ายไปอีก 15,799 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 39.8 % นี่ขนาดออกตัวว่าส่งรถไม่ทันนะเนี่ย แต่ตัวเลขนี้เมื่อเทียบกับยอดจำหน่ายที่ทำได้ในเดือนเมษายน ปีที่แล้ว ลดลง 30.3 %

อันดับ 2 เป็นของ อีซูซุ จำหน่ายไปได้ 8,477 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาดไป 21.3 % ลดลงจากปีที่แล้ว 33.4 % ฮอนดา เป็น 1 ใน 5 อันดับแรกของรถยนต์ที่จำหน่ายได้มากที่สุดในเดือนเมษายน ที่มียอดจำหน่ายสูงขึ้นกว่าเดือนเมษายนปีที่แล้ว โดยจำหน่ายรถยนต์ในสังกัดไปทั้งสิ้น 6,666 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาดไป 16.8 % สูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว 28.1 %

อันดับ 4 เป็นของ นิสสัน มียอดจำหน่าย 2,300 คัน รับส่วนแบ่งตลาด 5.8 % แต่เมื่อเทียบกับปีที่แล้วยอดลดลงถึง 49.9 % สูงที่สุดใน 5 อันดับแรกรถยนต์จำหน่ายขายดีเดือนเมษายน

อันดับ 5 มิตซูบิชิ ทำยอดจำหน่ายได้ 1,426 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 3.6 % ลดลงจากปีที่แล้ว 36.8 % ส่วน เมร์เซเดส-เบนซ์ เจ้าตลาดรถหรูที่ขออนุญาตพาดพิงถึง ตอนต้นเดือนเมษายนนี้ เทียบกับเมษายนปีที่แล้ว ยอดจำหน่ายสูงขึ้นถึง 81.2 %

เมษายนเป็นอีกเดือนหนึ่งที่เบอร์ 1 ของตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไม่ใช่ โตโยตา แต่เป็น ฮอนดา ที่ยังคงยึดหัวหาดได้ต่อไปอีกเดือน โดยทำยอดจำหน่ายได้รวมทั้งสิ้น 6,473 คัน ได้ส่วนแบ่งการตลาดไปถึง 42.4 % และยังมียอดจำหน่ายที่สูงขึ้นกว่าเดือนนี้ในปีที่แล้วถึง 50.9 % ขณะที่ โตโยตา ออกตัวว่าส่งรถไม่ทันก็ไม่เป็นไร รับอันดับที่ 2 ไปอีกเดือนหนึ่งก็แล้วกัน โตโยตา จำหน่ายรถยนต์นั่งทั้งรุ่นเล็ก รุ่นกลาง และรุ่นใหญ่ รวมกันไปได้ทั้งสิ้น 5,538 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 36.3 % เมื่อเทียบกับปีที่แล้วยอดจำหน่ายของ โตโยตา หดหายไป 20.6 % ในเดือนนี้

ส่วน นิสสัน ยังเหนียวแน่นชื่นชอบกับอันดับที่ 3 อยู่เหมือนเดิม ในเดือนเมษายนจำหน่ายรถยนต์นั่งออกไปได้อีก 750 คัน รับส่วนแบ่งตลาดไป 4.9 % เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเล็กน้อย 6.4 %

อันดับที่ 4 เป็นของบแรนด์เนมหรู เดือนที่แล้ว มีนาคม อยู่ในอันดับที่ 5 เมร์เซเดส-เบนซ์ จำหน่ายรถยนต์นั่งอย่างหรูออกไปได้ 603 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนปีที่แล้วเกิน 1 เท่าตัว คิดเป็นเปอร์เซนต์เท่ากับ 115.4 % ได้ส่วนแบ่งตลาด 3.9 % และอันดับที่ 5 กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งสำหรับ มาซดา 3 เดือนเมษายน มาซดา ที่มี มาซดา 3 เป็นหัวหอกในการทำตลาด ทำยอดจำหน่ายไปได้ทั้งสิ้น 579 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 3.8 % มากกว่าปีที่แล้ว 52.4 %

ทั้งหมดเป็นการเปลี่ยนแปลงอันดับสำหรับรถยนต์นั่งที่จำหน่ายขายดีที่สุด 5 อันดับแรก สำหรับยอดรวมของตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในประเทศไทย เดือนนี้อยู่ที่ 15,271 คัน ขยายตัวขึ้นจากช่วงเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว 3.7 %

รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ประเภทพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ ซึ่งเป็นรถยนต์ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงที่สุดในบรรดารถยนต์ประเภทต่างๆ ที่จำหน่ายอยู่ในประเทศไทย ในเดือนเมษายนยังเป็นอีกตลาดที่อันดับ 1 ไม่ได้เป็นของ โตโยตา เดือนนี้ โตโยตา โดน อีซูซุ สอยอันดับ 1 ไปนอนกอดอีกเดือนหนึ่งแล้ว โดยที่ยอดจำหน่ายรวมของตลาดรถยนต์เพื่อการใช้งานประเภทนี้ มีจำนวน 17,819 คัน ลดลงจากเดือนเมษายนปีที่แล้ว 42.0 % ในจำนวนนี้ 40.9 % เป็นของ อีซูซุ ด้วยยอดจำหน่ายที่ 7,282 คัน โตโยตา ตามมาเป็นอันดับที่ 2 ด้วยยอด 7,054 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาดไป 39.6 % นิสสัน เจ้าเก่ากับตำแหน่งเก่าอันดับที่ 3 ทำยอดจำหน่ายไปได้ 1,458 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 8.2 % อันดับที่ 4 เป็นของ มิตซูบิชิ ยอดจำหน่าย 541 คัน ส่วนแบ่งตลาด 3.0 % และอันดับที่ 5 เป็นของ มาซดา มียอดจำหน่าย 539 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาดไปเท่ากับ มิตซูบิชิ ที่ 3.0 %

แต่สำหรับตลาดที่แตกย่อยออกมาจากพิคอัพขับเคลื่อน 2 ล้อ เป็นพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อโตโยตา ไม่ยอมเสียตำแหน่งแชมพ์ให้ใคร และก็ไม่มีใครที่มีศักยภาพพอที่จะเบียดแย่งตำแหน่งเจ้าตลาดไปจาก โตโยตา ได้เสียด้วย ตลาดพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ มียอดจำหน่ายรวมกันในเดือนเมษายน 1,087 คัน ลดลงจากเมษายนปีที่แล้ว 32.8 % โตโยตา กวาดยอดจำหน่ายไปได้ถึง 721 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดมากถึง 66.3 % ขณะที่ อีซูซุ อยู่ในอันดับที่ 2 จำหน่ายไปได้เพียง 244 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 22.4 % ส่วนที่ 3 เป็นของ นิสสัน อีกเช่นกัน ด้วยยอด 46 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาด 4.2 % อันดับที่ 4 เป็น มิตซูบิชิ ยอดจำหน่าย 42 คัน ส่วนแบ่งตลาด 3.9 % และอันดับที่ 5 ตกเป็นของพิคอัพขับเคลื่อน 4 ล้อ จากค่าย ฟอร์ด จำหน่ายไปได้ 18 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 1.7 %

รถกิจกรรมกลางแจ้ง หรือเอสยูวี เป็นอีกตลาดหนึ่งที่อย่างไรแล้วตำแหน่งแชมพ์ก็ไม่หนีไปจากโตโยตา เพราะเป็นเพียงยี่ห้อเดียวที่มียอดจำหน่ายเกินหลักพันคันในแต่ละเดือน ขณะที่ยี่ห้ออื่นๆ ยอดจำหน่ายอยู่ในหลักร้อย หลักสิบ และหลักหน่วยทั้งสิ้น เดือนเมษายนจำหน่ายรวมกันไปได้ 2,537 คัน ลดลงจากเมษายนปีที่แล้ว 27.7 % ในจำนวนนี้เป็นของ โตโยตา ไปเสีย 1,137 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 44.8 % มิตซูบิชิ มียอดจำหน่ายอยู่ในอันดับที่ 2 โดยเฉือน อีซูซุ ไปเพียงแค่คันเดียวเท่านั้น มิตซูบิชิ จำหน่ายไปได้ 475 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 18.7 % ขณะที่ อีซูซุ จำหน่ายไป 474 คัน แต่ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซนต์การเติบโตแล้ว มิตซูบิชิ มีเส้นกราฟที่พุ่งสูงปรี๊ดจากผลงานของ ปาเจโร สปอร์ท ที่เดือนเมษายนปีที่แล้วยังไม่มีรุ่นนี้จำหน่าย ขณะที่ อีซูซุ ลดลงจากปีที่แล้ว อันดับที่ 4 เป็นของ ฮอนดา จำหน่ายได้ 193 คัน ส่วนแบ่งตลาด 7.6 % และอันดับที่ 5 เป็นของ เชฟโรเลต์ ด้วยยอด 135 คัน ส่วนแบ่งตลาด 5.3 %

ตลาดรถอเนกประสงค์ หรือเอมพีวี เป็นอีกตลาดหนึ่งที่มีผลงานเป็นบวก ในเดือนเมษายนมียอดจำหน่ายรวมกันที่ 713 คัน เติบโตสูงขึ้นกว่าเดือนเมษายนปีที่แล้ว 14.8 % โตโยตา นำโด่งด้วยยอดจำหน่าย 513 คัน ส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 71.9 % มิตซูบิชิ อยู่ในอันดับที่ 2 จำหน่ายได้ 153 คัน ส่วนแบ่งตลาด 21.5 % อันดับ 3 เป็น เกีย 17 คัน ส่วนแบ่งตลาด 2.4 % อันดับที่ 4 ซูซูกิ 15 คัน ส่วนแบ่งตลาด 2.1 % และอันดับที่ 5 ซังยง 12 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาด 1.7 %

เดือนพฤษภาคม มีการปรับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงกันอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงการเปิดเทอมการศึกษาใหม่ ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดรถยนต์ในประเทศอย่างไร ต้องติดตามกันต่อไป

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนเมษายน ปี 52 กับ 51
ตลาดโดยรวม -27.4 %
รถยนต์นั่ง +3.7 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ -42.0 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ -32.8 %
รถขับเคลื่อน 4 ล้อ -27.7 %
รถเอมพีวี +14.8 %
เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมกราคม-เมษายน ปี 52 กับ 51
ตลาดโดยรวม -31.9 %
รถยนต์นั่ง -12.5 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ -42.5 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ -44.8 %
รถขับเคลื่อน 4 ล้อ -31.1 %
รถเอมพีวี -17.0 %


------------------------------
เรื่องโดย : ขุนสัญจร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2552
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/gFO9f
อัพเดทล่าสุด
21 Aug 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
568,000
2.
2,490,000
3.
1,709,000
4.
385,000
8.
20,900,000
9.
3,299,000
10.
4,399,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th