บทความ

ในการแข่งขันก็มีการพึ่งพา


เป็นที่รู้กันว่าในอุตสาหกรรมรถยนต์ญี่ปุ่นกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นคู่แข่งที่สูสีกัน หลังจากหายใจรดต้นคอกันมาได้ระยะหนึ่ง ญี่ปุ่นก็เอาชนะสหรัฐอเมริกาได้ในที่สุด และ โตโยตา ก็กลายเป็นบริษัทที่มียอดขายนำ เจเนอรัล มอเตอร์ส ไป

ในยามปกติ การแข่งขันก็มุ่งเอาแพ้เอาชนะกันอย่างเดียว นั่นเป็นธรรมชาติของมนุษย์ และมันก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์อีกเหมือนกัน ที่เมื่อถึงคราวอับจน ศัตรูก็ศัตรูเถอะ ก็ยังหันหน้ามาจับมือกันเพื่อเอาตัวรอด

เอ๊ะ ฟังดูก็เหมือนการเมืองเข้าไปทุกที

ยิ่งตอนนี้เห็นคุณ เนวิน ชิดชอบ เพิ่งบอกว่ารักษาบ้านเมืองด้วยการนำพลพรรคเพื่อนเนวินไปสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปัตย์อยู่หยกๆ

ซึ่งก็ต้องมองดูกันต่อไป ว่าเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน คุณเนวิน แกจะเปลี่ยนนโยบายไปอย่างไร ?

ไม่มีอะไรเป็นสัจธรรมเกินกว่า การอยู่รอด หรอกค่ะ

ในยามที่อุตสาหกรรมรถยนต์เดินทางมาถึงจุดคับขันกันถ้วนหน้า ทุกคนได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่กันไปหมด ไม่ว่าสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น หรือเยอรมนี

จากข่าวคราวที่ออกมา สหรัฐอเมริกาอยู่ในภาวะโคมาที่สุด จีเอม วิกฤต กระแสเงินหมุนเวียนจนต้องเข้าสู่ขั้นตอนการล้มละลาย เพื่อปรับโครงสร้าง

แต่ถึงอย่างไร หากเราใช้สามัญสำนึก ก็จะรู้ว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกา ก็ไม่มีวันปล่อยให้ เจเนอรัล มอเตอร์ส ล้มจริง หรือสูญหายตายจากไปได้ เพราะมันคือสายโลหิตของคนอเมริกันที่สำคัญถ้าเปรียบเทียบกับร่างกายคน ก็เหมือนสายเลือดเส้นที่ไปหล่อเลี้ยงแถวๆ หัวใจ ไม่ใช่เลี้ยงแถวๆ สะโพก หรือข้อศอก

ถ้าถามว่า โตโยตา หรือ ฮอนดา อยากให้ เจเนอรัล มอเตอร์ส หายไปหรือไม่ คงไม่ใช่ บางทีการมีคู่แข่งไว้ดูเล่น ก็ช่วยให้ชีวิตมีรสชาติ การแข่งขันมีความเข้มข้น กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาใหม่ๆ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ และการตลาด นอกจากนี้ทั้งผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกายังมีสิ่งที่เหมือนกันอีกอย่าง คือ ต่างก็ต้องพึ่งพาผู้ผลิตชิ้นส่วนรายเดียวกันเพื่อการผลิต

ในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์อย่ามองข้ามความสำคัญของผู้ผลิตชิ้นส่วนทีเดียวเชียว เพราะมันก็คือ โครงสร้างของรถยนต์นั่นแหละ เปรียบร่างกายมนุษย์ ก็เหมือนโครงกระดูกนั่นเอง

โตโยตา หรือ ฮอนดา ไม่อยากให้ เจเนอรัล มอเตอร์ส และ ไครสเลอร์ มีอันเป็นไปสักเท่าไรเพราะหาก 2 บริษัทนี้ เป็นอะไรไป มันคงฉุดให้ผู้ผลิตชิ้นส่วน บางส่วนต้องล้มหายตายจากไปด้วย

เห็น โตโยตา กับ ฮอนดา ขายดี โตไว ต้องยอมรับกันว่า ยอดขายมาจากตลาดในสหรัฐอเมริกามหาศาล คนอเมริกันนั้นเป็นผู้บริโภครายใหญ่ของโลก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไร คนอเมริกันจะเป็นผู้บริโภครายต้นๆ เสมอ ตั้งแต่ข้าวไปจนถึงรถยนต์

โตโยตา ฮอนดา และ นิสสัน เข้ามาค้าขายรถยนต์ในตลาดสหรัฐอเมริกา และยังเข้ามาสร้างโรงงานผลิตอีกด้วย

ขณะนี้กำลังหวั่นใจว่าบริษัทที่ผลิตชิ้นส่วนมาป้อนให้ จะเผชิญชะตากรรมเช่นไรหนอ

อย่างไรก็ดี หากอุตสาหกรรมชิ้นส่วนในสหรัฐอเมริกา สามารถก้าวผ่านวิกฤตไปได้ งวดนี้ก็จะต้องปรับตัวกันใหญ่โต เหมือนกับที่อุตสาหกรรมรถยนต์ในสหรัฐ ฯ ต้องปรับตัว

นอกจากจะต้องปรับโครงสร้างกันครั้งใหญ่ หลังจากผ่านขั้นตอนการล้มละลายแล้วประธานาธิบดีโอบามา ต้องการให้รถยนต์อเมริกันมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ด้วยเหตุที่ว่าในขณะนี้ รถยนต์อเมริกันจากค่ายใหญ่ 3 ค่าย ทั้ง จีเอม ฟอร์ด และไครสเลอร์ไม่มีรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมออกมาสู้กับค่ายรถญี่ปุ่น อย่าง โตโยตา และ ฮอนดา

จีเอม กำลังพัฒนารถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอยู่ แต่ตามแผนนั้นกว่าจะออกมาก็อีก 2 ปีข้างหน้า

ดังนั้นดูเหมือนว่าในขณะที่ไม่ได้ต้องการให้คู่แข่งล้มไป แต่ค่ายรถญี่ปุ่นก็ยังมีไพ่ดีๆเก็บไว้มากกว่าคู่แข่งสัญชาติอเมริกัน

นอกจากจะต้องใช้ชิ้นส่วนร่วมกันแล้ว ค่ายรถญี่ปุ่น กับค่ายรถอเมริกัน ยังมีการร่วมทุนกันอีกด้วย

โตโยตา ร่วมทุนกับ จีเอม ส่วน นิสสัน ก็ร่วมทุนกับ ไครสเลอร์ นิสสัน ผลิตรถยนต์โดยใช้ยี่ห้อ ไครสเลอร์ และเอารถที่ ไครสเลอร์ เป็นผู้ผลิตมาอยู่ภายใต้ปีกบริษัทร่วมทุนของทั้ง 2 บริษัท

แต่ดูเหมือนว่า นิสสัน เองก็ต้องระมัดระวังให้ดี เพราะตอนนี้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาภายใต้นโยบายของประธานาธิบดีโอบามา กำลังเข้ามาแทรกแซงนโยบายของ ไครสเลอร์ด้วยเหตุที่ ไครสเลอร์ มีแผนจะร่วมทุนกับ เฟียต ซึ่งเป็นค่ายยุโรป และโอบามา หนุนเรื่องนี้เต็มตัว

ดังนั้นนอกจากญี่ปุ่นจะต้องแข่งขันกับค่ายสหรัฐอเมริกาแล้ว ยังจะต้องคอยดูนโยบายของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาให้ดี

สิ่งหนึ่งที่ค่ายรถญี่ปุ่นต้องระมัดระวังเสมอมา คือ หากประสบความสำเร็จมากเกินไปในสหรัฐอเมริกา ค่ายญี่ปุ่นจะถูกมองว่ากอบโกย และแย่งงานคนอเมริกันทำ ซึ่งเรื่องนี้คนที่ติดตามข่าวคราวเรื่องรถยนต์ คงจำกันได้ว่าช่วงที่ โตโยตา กำลังจะแซงหน้า จีเอม นั้น
โตโยตา กลัวเรื่องนี้มาก

ดูเหมือนว่าตอนนี้ นอกจากจะต้องกลัวเรื่องความไม่มั่นคงเรื่องชิ้นส่วนแล้ว ค่ายญี่ปุ่นยังกลัวเรื่องความรู้สึกของผู้บริโภคอเมริกันมากกว่า

ถึงอย่างไรคนอเมริกันก็ยังชาตินิยม และยิ่งประธานาธิบดีโอบามา บอกว่าอุตสาหกรรมรถยนต์นั้น คือ จิตวิญญาณของอเมริกา (SPIRIT OF AMERICA) ด้วยก็ยิ่งต้องระมัดระวังกันให้จงหนัก

และก็ถึงสัจธรรมที่ว่า ถึงจะแข่งก็แข่งกันไป แต่ส่วนหนึ่งนั้น พึ่งพากันบ้างจะสันติสุขกว่า



------------------------------
เรื่องโดย : เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2552
คอลัมน์ : โลกติดล้อ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/d1AYK

Follow autoinfo.co.th