บทความ

หนีลูกเดียว


“อะไหล่รถ” คือ สิ่งที่ทำให้เจ้าของรถสยดสยองอยู่ในเวลานี้ เพราะราคาแพงหฤโหดแทบทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นรถอะไรก็ตาม

เท่าที่สังเกตบริษัทเอาราคารถเป็นตัวตั้ง เอาอะไหล่มาเป็นตัวหาร บวกค่ามัดมือชก เอ็งไม่ซื้อเอ็งก็ใช้รถไม่ได้ และบวกกำไรตามชอบ อะไหล่รถแต่ละชิ้น จึงมีราคาเหี้ยมเกรียม เกินความเป็นจริงทั้งสิ้น

ตามปกติเราใช้รถอย่างทะนุถนอมพอสมควร เพราะเราไม่ได้รวยจริง ส่วนใหญ่ผ่อนส่ง รถจึงไม่เสียหายต้องเปลี่ยนอะไหล่บ่อย ได้แต่บำรุงรักษาตามธรรมดา

ต่อเมื่อรถไปปะทะกับรถ หรือของแข็งอื่นๆ บุบบี้เสียหาย นั่นแหละถึงรู้ฤทธิ์เดชของราคาอะไหล่ ยิ่งไม่มีประกัน ยิ่งเจ็บปวดรวดร้าว ครางฮือ…อะไรมันจะโคตรแพงขนาดนั้นกะอีของแค่นี้

ที่เห็นๆ คือ หน่วยงานของรัฐไม่ว่าหน่วยไหน ดูเหมือนจะไม่สนใจควบคุมราคาอะไหล่รถบ้างเลย ปล่อยให้ค้ากำไรเกินควร

การขับรถทุกวันนี้ อย่าชะล่าใจ พลาดท่าพลาดทางขึ้นมา ไปบวกกับรถมีระดับ แล้วเราเป็นฝ่ายผิด แฮ่ม…แถมยังหนีไม่พ้น โดนตะครุบได้ หมดเนื้อหมดตัวขายลูกขายเมีย ยังไม่พอให้เขาน่ะ อย่าทำเป็นล้อเล่น ไหนๆ เอ่ยถึงเรื่องหนีเมื่อตะกี้ ขอหยิบฉวยคดีเกี่ยวกับการหลบหนีมาตบท้ายซะเลย ดูทีหรือว่าจะออกหัวออกก้อยอย่างไร

ผู้ที่ตั้งหน้าตั้งตาหนีไม่ใช่คู่กรณีที่เป็นนักบิดมอเตอร์ไซค์ แต่เป็นฝ่ายรถยนต์ วันเกิดเหตุนายโอลิมปิค” ชื่อนี้ได้มาเพราะพ่อแม่อินกับมหกรรมกีฬาโอลิมปิคมาก แกขับรถค่อนข้างระมัดระวัง เพราะขี้เกียจทำสี และหาเงินเปลี่ยนอะไหล่ แต่มีเรื่องจนได้

นายโอลิมปิค ขับรถอยู่ในเลนของตนดีๆ มีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งแล่นสวนทางแล้วแถเข้ามาหาด้วยความพิศวาส นายโอลิมปิค หักหลบ แต่ไม่พ้น จึงเฉี่ยวชนรถ 2ล้อติดเครื่องจนล้มเค้เก้

นายโอลิมปิค ถือคติ มีเรื่องต้องเผ่นไปตั้งหลักไว้ก่อน จึงบึ่งรถหนีโดยไม่ยอมเหลียวหลังว่าผลเป็นยังไง ปล่อยให้ “นายคุณภาพ” คนขี่มอเตอร์ไซค์นอนพังพาบยักแย่ยักยันอยู่ที่ถนน

ปรากฏว่า นายคุณภาพ หมดสภาพ บาดเจ็บสาหัส นายคุณภาพ ก็เหมือนกับนักบิดทั้งหลายในเมืองไทย เกิดเหตุฟัดกับรถใหญ่หรือรถยนต์เมื่อไหร่ ต้องตั้งเป้าเอาเงินไว้ก่อน ผิดถูกยังไงไม่สน ตำรวจก็เป็นใจในแง่นี้ซะด้วย เจ้าตัวหาทางไปแจ้งโรงพัก เนื่องจากจำหมายเลขทะเบียนรถยนต์ได้แม่นยำ ถือว่ามีสติและไหวพริบพอสมควร

ตำรวจไวอยู่แล้วเรื่องนี้ ซิวตัว นายโอลิมปิค มาแจ้งข้อหา ขับรถประมาททำให้คนอื่นบาดเจ็บสาหัส หลบหนี ไม่หยุดช่วยเหลือและแจ้งเหตุ

นายโอลิมปิค ปฏิเสธว่า ตนเองไม่ผิดแม้แต่นิดเดียว นายคุณภาพ ต่างหากที่ชุ่ย

ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีนี้ เมื่ออัยการฟ้องร้องมา ตัดสินลงโทษ นายโอลิมปิคข้อหาขับรถประมาททำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส จำคุก 6 เดือน ข้อหาหลบหนีอีก 1 เดือนรวมเป็น 7 เดือน ไม่รอลงอาญาซะด้วย

นายโอลิมปิค เซ็งจัด เพราะมั่นใจว่าตนเองไม่ผิด จึงแก้ปัญหาด้วยการยื่นอุทธรณ์ ให้ศาลด่านที่ 2 ช่วยเล็งดูว่าจะรอดหรือไม่รอด

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นไปคนละแนวกับศาลชั้นต้น ตัดสินว่า นายโอลิมปิคไม่มีความผิดแม้แต่ข้อหาเดียว ให้ยกฟ้องโจทก์เสีย

โจทก์ คือ อัยการ ซึ่งทำหน้าที่แทนเจ้าทุกข์อยู่ไม่ได้ ยื่นฎีกาขึ้นไป ยืนยันว่าจำเลยผิดชัวร์ ศาลฎีกาได้ออกเหงื่อเล็กน้อย แล้วชี้ขาดออกมาว่า

ตามพยานหลักฐาน นายโอลิมปิค ไม่ได้เป็นฝ่ายประมาท จึงพ้นความผิดข้อหาขับรถประมาททำให้ นายคุณภาพ บาดเจ็บสาหัส

ส่วนข้อหาหลบหนี ไม่หยุดช่วยเหลือและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ใกล้เคียงแม้จะฟังว่า นายโอลิมปิค ไม่ได้ขับรถประมาท แต่กฎหมายที่เราใช้อยู่ เขาเขียนมัดไว้ไม่ให้หลบหนีและต้องหยุดช่วยเหลือแสดงตัว และแจ้งชื่อที่อยู่หมายเลขทะเบียนรถ
ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง เท่านั้นไม่พอยังต้องแจ้งเหตุกับเจ้าพนักงานที่อยู่ใกล้เคียงทันทีไม่ว่าจะผิดหรือไม่ก็ตาม

เมื่อ นายโอลิมปิค ไม่ทำตามนั้น จึงมีความผิด และศาลฎีกาลงโทษพอหอมปากหอมคอปรับเอาเงินเข้าคลังหลวง 1 พันบาท

คนขับรถจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิด คิดว่าตนเองไม่ผิดแล้วจะไปยังไงก็ได้ ไม่ต้องเหลียวแลคู่กรณี และแจ้งเหตุ

ที่รู้ก็แยะ แต่ตัดสินใจเตลิดหนีไปก่อน เพราะหวังว่าจะหนีพ้น ไม่โดนตำรวจจับได้ในภายหลัง หรือเบื่อหน่ายในการเจรจากับคู่กรณี ซึ่งมีสารพัดรูปแบบ ประเภทที่เฮงซวยรับไม่ได้เอาเลย ยังงี้เป็นต้น การหนีในคดีจราจรจึงเกิดขึ้นเสมอ

ท่านละคิดจะหนีหรือเปล่า อย่าตอบผมนะครับว่า

“หนีได้ก็หนีสิวุ้ย เบื่อโปลิศตายชักอยู่แล้ว” แต่ต้องหนีให้มันรอดนะตัวเอง



------------------------------
เรื่องโดย : จอมยุทธ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2552
คอลัมน์ : ร่มไม้ชายศาล
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/NOZ04

Follow autoinfo.co.th