บทความ

ธอมัส แชมเบอร์ส


ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการทั่วโลก พยายามต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ ทั้งชะลอการลงทุน ตัดงบดำเนินการ ทว่า บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนสัญชาติเยอรมนี กลับเดินหน้าลงทุนในเมืองไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งขันรายอื่น “ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์ ธอมัส แชมเบอร์ส กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอนติเนนทอล ออโตโมทีฟ (ประเทศไทย) จำกัด ถึงนโยบายการดำเนินธุรกิจ ในตลาดชิ้นส่วนรถยนต์เมืองไทย

ฟอร์มูลา : คอนทิเนนทัล ดำเนินธุรกิจใดบ้าง ?

แชมเบอร์ส : CONTINENTAL-CAOUTCHOUC-UND GUTTA-PERCHA COMPAGNIE ก่อตั้งในปี 2414 ดำเนินธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ โดยแบ่งสายธุรกิจเป็น 6 ฝ่าย คือ ธุรกิจแชสซีส์และความปลอดภัย (CHASSIS & SAFETY DIVISION) ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ระบบเบรค และแชสซีส์ ระบบควบคุมความปลอดภัยในยานยนต์ ทั้งในขณะใช้งานและจอด รวมทั้งระบบเทคโนโลยีเซนเซอร์ ธุรกิจระบบส่งกำลัง (POWERTRAIN DIVISION) ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วน และระบบการทำงานภายในรถยนต์ที่เกี่ยวข้องกับระบบส่งกำลัง

ธุรกิจอุปกรณ์ภายในรถยนต์ (INTERIOR DIVISION) ได้แก่ อุปกรณ์บริหารจัดการข้อมูล และการสื่อสารด้วยระบบเชื่อมต่อต่างๆ ธุรกิจยางรถยนต์ส่วนบุคคล และรถบรรทุกขนาดเบา (PASSENGER AND LIGHT TRUCK TIRES DIVISION) ธุรกิจยางสำหรับยานพาหนะในเชิงพาณิชย์ (COMMERCIAL VEHICIAL TIRES DIVISION) เน้นการผลิตยางรถยนต์สำหรับรถบรรทุก รถ4WD รถที่ใช้ในอุตสาหกรรม ธุรกิจคอนทิเทค (CONTITECH DIVISION) ผลิตอุปกรณ์ชิ้นส่วนจากพลาสติค และยางที่ไม่ใช่ยางรถยนต์

ฟอร์มูลา : เหตุใด คอนทิเนนทัล จึงตัดสินเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ?

แชมเบอร์ส : บริษัทแม่ มองว่า ประเทศไทย มีความน่าสนใจในการลงทุน เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ของภูมิภาคอาเซียน โดยคาดว่าในปี 2556 ยอดการผลิตรถยนต์ในเมืองไทย จะผลิตได้อย่างน้อยประมาณ 2 ล้านคัน/ปี ซึ่งเป็นรถพิคอัพ และรถยนต์นั่งขนาดเล็ก หรือ อีโคคาร์

บริษัท ฯ เข้ามาดำเนินธุรกิจในเมืองไทยกลางปี 2551 ที่ผ่านมา ได้ลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิต ที่จ. ระยอง ใช้งบลงทุนประมาณ 100 ล้านยูโร หรือ ประมาณ 5,000 ล้านบาท และจะเปิดโรงงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 มิย. 2552 นี้

ฟอร์มูลา : โรงงานผลิตในประเทศไทยผลิตสินค้ากลุ่มใด ?

แชมเบอร์ส : โรงงานผลิตในประเทศไทย ผลิตชิ้นส่วนระบบกำลังรถยนต์ และอีเลคทรอนิคส์ภายในรถยนต์ โดยจะเป็นฐานการผลิตผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ENGINE MANAGEMENT SYSTEM สำหรับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล อาทิ หัวฉีดอินเจคเตอร์ และ HIGH PRESSURE PUMP

นอกจากนี้บริษัท ฯ ยังเตรียมการลงทุนในเฟส 2 ซึ่งจะเน้นการผลิตเพื่อส่งออกเป็นหลัก โดยเน้นขยายตลาดไปยังประเทศในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งประเทศที่บริษัท ฯ มองว่ามีความน่าสนใจ คือ อินโดนีเซีย เวียดนาม นอกจากนี้ ยังวางแผนเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายมากขึ้น เพื่อตอบสนองกับกลุ่มลูกค้าในแต่ละประเทศ

ฟอร์มูลา : วางนโยบายการทำตลาดไว้อย่างไร ?

แชมเบอร์ส : นโยบายการตลาดของบริษัท คือ MEGATRENDS ซึ่งเป็นนโยบายการทำตลาดของ คอนทิเนนทัล ทั่วโลก โดยให้ความสำคัญกับ 4 ด้านหลัก คือ ENVIRONMENT การรักษาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิ การพัฒนาเทคโนโลยีเพาเวอร์ทเรนสำหรับรถไฮบริด หัวฉีด PIEZO สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล ที่ช่วยลดปริมาณการปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์ SAFETY ความปลอดภัยในการขับขี่ โดยมุ่งพัฒนาระบบความปลอดภัยทั้งแบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ และการปกป้องเมื่อเกิดเหตุ INFORMATION ระบบข้อมูลสื่อสารกับผู้ขับขี่ และความสะดวกสบายในการขับขี่ AFFORDABLE CAR การเป็นรถยนต์ที่สามารถซื้อหาได้ ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีที่อยู่ในความต้องการของตลาด ด้วยราคาที่ซื้อหาได้ ซึ่งบริษัท ฯ คิดว่า นโยบายการตลาดนี้ จะสามารถตอบโจทย์ของผู้บริโภคได้ในทุกสภาพเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ สิ่งที่บริษัท ฯ ให้ความสำคัญ คือ การศึกษาทางการตลาด โดยศึกษาว่ากลุ่มลูกค้าของบริษัท ฯ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ มีการเปลี่ยนแปลงการทำตลาดหรือไม่ อย่างไร ในสถานการณ์ปัจจุบัน และบริษัท ฯ ควรนำเสนอผลิตภัณฑ์ใดให้แก่ลูกค้า เพื่อที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด รวมทั้ง ศึกษาภาพรวมของตลาด เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัท ฯ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของโลก โดยเน้นการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย มีประสิทธิภาพ และช่วยประหยัดพลังงาน

ฟอร์มูลา : กลุ่มลูกค้าของบริษัท ฯ ในปัจจุบันมีกี่ราย ?

แชมเบอร์ส : สินค้าที่ผลิตจากโรงงานในช่วงแรก เป็นการผลิตเพื่อส่งออกไปยังกลุ่ม คอนทิเนนทัล ในประเทศอินเดีย จีน และภูมิภาคยุโรป นอกจากนี้ ปัจจุบัน มีบริษัทรถยนต์ 2 ค่าย ได้เซ็นสัญญาซื้อขายชิ้นส่วนกับบริษัท ฯ เรียบร้อยแล้ว ซึ่งโรงงานจะเริ่มผลิต และส่งมอบสินค้าได้ช่วงปี 2553-2554

ฟอร์มูลา : วางเป้าหมายการทำตลาดในเมืองไทยไว้อย่างไร ?

แชมเบอร์ส : บริษัท ฯ ต้องการพัฒนาบแรนด์ คอนทิเนนทัล ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภค และอยากให้ คอนทิเนนทัล เป็นบแรนด์ที่ประสบความสำเร็จในตลาดเมืองไทย เราอยากให้คนทั่วไปรู้จักเรา ในฐานะของบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนจากประเทศเยอรมนี ที่มีเทคโนโลยีการผลิตที่ล้ำหน้า และมีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง

ฟอร์มูลา : ตั้งเป้าหมายยอดขายในประเทศไทยไว้อย่างไร ?

แชมเบอร์ : ปีที่ผ่านมา คอนทิเนนทัล คอร์พอเรชัน มียอดจำหน่ายรวมประมาณ 24,000 ล้านยูโร ซึ่งเราตั้งเป้าหมายไว้ว่า ต้องมีส่วนแบ่งทางการตลาดในภูมิภาคเอเชีย ประมาณร้อยละ 25 ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงมาก และบริษัท ฯ ยังวางแผนที่จะขยายส่วนแบ่งการตลาดในภูมิภาคเอเชียให้สูงขึ้น ด้วยกลยุทธ์ คือ บริษัท ฯ ต้องมีโรงงานผลิตตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ลูกค้าตั้งโรงงานผลิตอยู่ และต้องมีศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตั้งอยู่ในประเทศของกลุ่มลูกค้าเช่นกัน

นอกจากนี้ ภูมิภาคอาเซียน ยังเป็นตลาดที่บริษัท ฯ ให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตของการผลิตรถยนต์สูง เมื่อเทียบกับตลาดที่ค่อนข้างอิ่มตัว อย่างประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี สำหรับส่วนแบ่งการตลาดในประเทศไทยยังไม่มากนัก แต่บริษัท ฯ เชื่อมั่นว่าหลังการเปิดโรงงานผลิต ส่วนแบ่งการตลาดของ คอนทิเนนทัล ในเมืองไทยจะเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชีย ภายในปี 2555

ฟอร์มูลา : วิกฤตเศรษฐกิจโลกกระทบต่อบริษัท ฯ และมีวิธีการรับมือกับวิกฤตดังกล่าวอย่างไร ?

แชมเบอร์ส : วิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์โลก ส่งผลกระทบต่อบริษัท ฯ ค่อนข้างมาก ดังนั้น บริษัท ฯ จึงต้องเตรียมแผนการดำเนินงานเพื่อการดำเนินธุรกิจต่อไป โดยวิธีการแก้ไขปัญหาของบริษัท ฯ คงเหมือนกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนรายอื่นๆ คือ การเลื่อนแผนการลงทุน และควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน โชคดีที่บริษัท ฯ เพิ่งเข้ามาดำเนินธุรกิจในเมืองไทย โรงงานผลิตในเมืองไทยยังไม่มีการจ้างงาน ทำให้บริษัท ฯ สามารถเลื่อนแผนการจ้างคนงานออกไปก่อนได้

ฟอร์มูลา : ในฐานะนักลงทุนต่างชาติ บริษัท ฯ ต้องการให้ภาครัฐบาล ช่วยสนับสนุนในด้านใด ?

แชมเบอร์ส : ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเข้าร่วมฟังการแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรี ซึ่งในฐานะของนักลงทุนต่างชาติ ต้องขอบคุณรัฐบาลไทย ที่ช่วยสนับสนุนแผนการลงทุนต่างๆ อย่างไรก็ตาม อยากให้รัฐบาลดำเนินนโนบายต่างๆ อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นโครงการอีโคคาร์ หรือแม้แต่เรื่องของภาษีสำหรับการนำเข้าส่งออก เพื่อที่บริษัทต่างๆ จะได้วางแผนการลงทุน และการดำเนินงานได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ภาครัฐบาลควรสร้างบรรยากาศที่ดีสำหรับการลงทุน



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ/นาทลดา ทองมาก
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2552
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/H3VfA
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง