บทความ

ยังไม่ฟื้น


จบไตรมาสแรกของปีไปแล้ว ท่ามกลางสภาวะทางการเมืองที่ยุ่งเหยิง แต่ก็สงบลงได้หลังเทศกาลสงกรานต์ ที่ได้หยุดพักผ่อนกันยาวเป็นอาทิตย์ ในเทศกาลสงกรานต์ครั้งยิ่งใหญ่แต่ยอดการขายรวม 3 เดือนแรกของปี ก็ยังคงติดลบอยู่ถึง 33.4 % แต่ก็ค่อยโล่งหัวใจที่มีการประกาศ พรบ. ฉุกเฉิน ทำให้สภาพเศรษฐกิจค่อยได้หายใจหายคอกันหน่อยเพราะไม่มีใครคอยมาเดินขบวน หรือเข็นรถแกสออกมาปิดถนนกันอีก

การเมืองจะเป็นอย่างไรก็ตามที แต่อุตสาหกรรมยานยนต์ ก็ยังคงได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจของโลกโดยรวม ที่ยอดการขายตกต่ำกันถ้วนหน้า ทำเอากระทบกันเป็นลูกโซ่ ที่ไม่มีผู้ใดสามารถปฏิเสธได้ ก็ได้แต่ต้องประคับประคองธุรกิจกันไป ส่วนโครงการมากมายในอนาคต ก็ต้องเลื่อนกันไปก่อน รวมทั้งรายการ อีโคคาร์ ที่เดิมจะคลอดกันปีหน้าอยู่แล้ว ก็ต้องชะลอกันไปทุกเจ้า

แต่เชื่อว่า ยังมีผู้กล้าหาญ หาหนทางตัดหน้าชาวบ้านออกมาให้ได้หรอกน่า จะได้บันทึกไว้เป็นเกียรติประวัติ

ก็ต้องคอยกันในช่วงไตรมาส 3 ไปแล้ว ดูว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวหรือไม่ เราก็คงจะได้ฟื้นตัวตามกันไป ท่านนักการตลาดคาดการณ์เอาไว้อย่างนั้น

ถึงอย่างไรธุรกิจก็ต้องดำเนินกันไปนะครับ

ช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ค่ายรถยนต์ต่างก็พากันผลัดนายใหญ่กันเป็นว่าเล่น เพื่อเอาคนใหม่ๆที่อยู่ในโลกปัจจุบัน ออกมาทำงานดำเนินธุรกิจให้ทันกับยุคสมัย ส่วนบรรดาผู้สูงอายุทั้งหลายท่านก็ส่งเข้าเก็บในกรุกันจ้าละหวั่น

นั่นเป็นการคาดการณ์ของค่ายรถยนต์ ที่ยกผู้บริหารรุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาลงมือ ก็ต้องคอยดูกันว่าคนหน้าใหม่เหล่านี้ จะพาให้บริษัทแต่ละแห่ง สามารถเปลี่ยนทิศทางกันได้หรือเปล่า

อย่างน้อยก็อยู่ได้ 2 ปีละน่า

มาดูความเป็นไปในธุรกิจยานยนต์เรื่องอื่นกันบ้าง

ว่ากันด้วยเรื่องแรก ที่จบกันไปแล้วกับเรื่องที่ สมาคมตรวจสภาพรถเอกชนไทย ฟ้องคดีที่ผู้ประกอบการ ทักท้วงกรมการขนส่งทางบก ว่ากำหนดแบบ ขนาด มาตรฐานของเครื่องตรวจสภาพรถ ที่กำหนดให้ติดตั้งเครื่องตรวจสภาพเพิ่มเติม มีเครื่องทดสอบห้ามล้อ BRAKE TESTER และเครื่องทดสอบศูนย์ล้อ SIDESLIP TESTER ที่มีราคาสูงประมาณ 800,000-1,000,000 บาท เมื่อเทียบกับอัตราค่าบริการตรวจสภาพรถ ย่อมไม่คุ้มค่าในการลงทุน ไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการ

ก็โดนแย้งกลับว่า ขนส่ง ฯ ให้เวลาในการจัดหาตั้ง 2 ปี และให้ความเห็นชอบเครื่องมือ 15ชนิด/ยี่ห้อ จำนวน 28 แบบ/รุ่น จาก 7 ประเทศผู้ผลิต 12 บริษัทผู้แทนจำหน่าย แถมยังสนับสนุนให้บริษัทในประเทศผลิต และได้ ราชบุรีสยามไทร์ ราคาเริ่มต้นประมาณ 450,000 บาท และ ช.วิศวกรรมยานยนต์ ราคาประมาณ 550,000 บาท ให้ได้เป็นตัวเลือกอีกด้วย

ส่วนการวิเคราะห์รายได้ หลังรวมดอกเบี้ยร้อยละ 8 ต่อปีแล้ว คำนวณจากปริมาณรถยนต์เข้าใช้บริการ เดือนละ 200 คัน รถจักรยานยนต์เดือนละ 300 คัน ผู้ประกอบการจะมีระยะเวลาคืนทุน 3.62 ปี แต่ถ้าปริมาณรถยนต์เข้าใช้บริการเพิ่มขึ้น เดือนละ 300 คัน ก็จะมีระยะเวลาคืนทุน 2.03 ปี

ปัจจุบันมีสถานตรวจสภาพรถเอกชนทั่วประเทศ 2,078 แห่ง และมีผู้ดำเนินการติดตั้งเครื่องทดสอบห้ามล้อรถ และเครื่องทดสอบศูนย์ล้อรถแล้ว 919 ราย กระจายครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ และเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำของการตรวจสภาพรถในทวีปเอเชีย อาทิ สิงคโปร์ มาเลเชีย จีน ญี่ปุ่น หรือเวียดนาม มีเพียง พม่า ลาว เขมร เท่านั้นที่ไม่มีระบบอย่างที่ว่าโดยทั่วไปมาตรฐานการตรวจสภาพรถในแต่ละประเทศ แบ่งการตรวจสภาพรถออกเป็นเรื่องแรก การตรวจความถูกต้องของตัวรถ เรื่องที่สอง การตรวจสภาพรถด้านความปลอดภัย ประกอบด้วย ตรวจสอบการลื่นไถลของตัวรถ ตรวจสอบระบบห้ามล้อ ตรวจสอบความเร็วรถ ตรวจสอบระบบรองรับ และตรวจสอบโคมไฟหน้า

เรื่องที่ 3 ก็เป็นการตรวจค่ามลพิษจากไอเสีย ตรวจสอบค่าควันดำ ท้ายสุดก็ตรวจสอบระดับเสียง

ศาลปกครองกลาง ออกคำพิพากษามาแล้ว ว่าให้ยกฟ้องคดีดังกล่าว ผู้ประกอบการต้องพิจารณาติดตั้งเครื่องมือที่ว่า ให้เหมือนกับบ้านอื่นเมืองอื่นเขา

ดังนั้น สถานตรวจสภาพรถที่ไม่ติดตั้ง ตั้งแต่ 17 เมษายน ที่ผ่านมา จะไม่สามารถตรวจสภาพและออกใบรับรองการตรวจสภาพสำหรับรถยนต์ได้ จะดำเนินการได้เฉพาะรถจักรยานยนต์เท่านั้น

สำหรับสถิติคดีอุบัติเหตุจราจร แต่ละปีบ้านเรามีผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับที่ 2 ของทวีปเอเชียและเป็นอันดับ 11 ของโลก จากรายงานปี 2545 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 13,354 รายบาดเจ็บ 952,348 ราย ในจำนวนนี้ ร้อยละ 84.7 อยู่ในวัยทำงาน ความสูญเสียที่ประเมินได้ 106,994 ล้านบาท

ระบบห้ามล้อ และศูนย์ล้อของรถยนต์ ถือเป็นส่วนสำคัญต่อความปลอดภัยในการใช้รถเป็นอย่างมาก หากระบบห้ามล้ออยู่ในสภาพไม่พร้อมใช้งาน หรือศูนย์ล้อไม่ได้มาตรฐานอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ เจ้าของรถจึงควรใส่ใจตรวจสอบสภาพความพร้อมเพื่อ
ความปลอดภัยอยู่เสมอ

การเกิดอุบัติเหตุจากรถยนต์ มีสาเหตุจากระบบห้ามล้อขัดข้องสูงเป็นอันดับหนึ่ง 50.36 %อันดับสองเป็นระบบไฟขัดข้อง 21.90 % และอันดับสาม ระบบบังคับเลี้ยวขัดข้อง 10.95 %

หลังมีคำพิพากษาคดี กรมการขนส่งทางบก ก็เตรียมถอนใบอนุญาต ตรอ. ที่ไม่มีเครื่องทดสอบระบบเบรค และศูนย์ล้อ ซึ่งปัจจุบันมี ตรอ. ผ่านแค่ 780 ราย จาก 2,098 รายทั่วประเทศ

ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน ที่ผ่านมา สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ที่จะให้บริการตรวจสภาพรถยนต์แก่ประชาชน จะต้องติดตั้งเครื่องทดสอบระบบห้ามล้อและเครื่องทดสอบศูนย์ล้อ ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด โดย ตรอ. ที่ไม่ได้ติดตั้งเครื่อง
ทดสอบระบบห้ามล้อ และศูนย์ล้อดังกล่าว จะไม่สามารถให้บริการตรวจสภาพรถยนต์แก่ประชาชน ผู้ฝ่าฝืนกรมการขนส่งทางบก จะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้ง ตรอ. ทันทีจากการตรวจสอบ ปัจจุบันมี ตรอ. อยู่ทั่วประเทศ จำนวน 2,098 ราย เป็น ตรอ. ที่ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จำนวน 1,726 ราย ติดตั้งเครื่องทดสอบระบบห้ามล้อและศูนย์ล้อแล้ว จำนวน 780 ราย โดยมีที่ยังไม่ได้ติดตั้งอยู่ จำนวน 946ราย และกำลังดำเนินการอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่ง ตรอ. ที่ยังไม่ได้ติดตั้งเครื่องทดสอบระบบห้ามล้อและศูนย์ล้อดังกล่าว จะให้บริการตรวจสภาพได้เฉพาะรถจักรยานยนต์เท่านั้น

ดังนั้น ประชาชนที่จะนำรถยนต์เข้ารับการตรวจสภาพกับ ตรอ. ก่อนต่ออายุภาษีจึงควรตรวจสอบรายชื่อ ตรอ. ที่ติดตั้งเครื่องทดสอบระบบห้ามล้อและศูนย์ล้อทางเวบไซท์ www.vicd.in.th หรือ คอลล์ เซนเตอร์ 1584 ก่อนนำรถเข้ารับบริการเพื่อป้องกันปัญหาภายหลัง

ก็เอามาฝากท่านที่ใช้รถอายุเกิน 7 ปี ที่มีความจำเป็นต้องตรวจสภาพรถของท่านก่อนไปต่อภาษีป้ายวงกลม หรือป้ายสี่เหลี่ยมเดี๋ยวนี้ ดูหน้าดูหลังกันให้เรียบร้อยเสียก่อน จะได้ไม่ต้องเหนื่อยกันเป็นครั้งที่ 2

แค่เหนื่อยกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ก็แย่พอแล้วนะครับ



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2552
คอลัมน์ : โค้งอันตราย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ywXYB

Follow autoinfo.co.th